เชงเม้งออนไลน์ ทางเลือกทางรอดในช่วง COVID-19

จัดทำโดย…นายกฤษณะ สุกันตพงศ์
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC)
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง

ไฮไลท์

  • กระแสโลกที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความเจริญที่เข้ามาแทนที่ ส่งผลให้วิถีชิวิตของชาวจีนเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตไม่น้อย การประกอบพิธีใน “เทศกาลเชงเม้ง” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกับโมเดล “เชงเม้งออนไลน์”
  • ธุรกิจรับจ้างทำความสะอาดฮวงซุ้ยและเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และธุรกิจการเซ่นไหว้ผู้ล่วงลับออนไลน์ เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์บรรดาลูกหลาน (ที่มีหัวคิดสมัยใหม่) ที่ไม่สามารถเดินทางไปประกอบพิธีเซ่นไหว้ผู้ล่วงลับได้ เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
  • ท่ามกลางคำถามเรื่องความเหมาะสม กลุ่มหัวอนุรักษ์นิยมยกมือค้านหัวชนฝา โดยมองว่าไม่ได้ไปทำพิธีด้วยตนเองก็เหมือนกับการหลอกตนเอง ซึ่งการกระทำเช่นนี้ไม่ได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ แถมเป็นการไม่ให้เกียรติกับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
  • อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีได้เข้ามาเพิ่มความสะดวกให้กับการใช้ชีวิต และขับเคลื่อนธรรมเนียมประเพณีโบราณให้ก้าวทันยุคทันสมัย และเป็นเครื่องมือช่วยแก้ไขปัญหา/ก้าวข้ามข้อจำกัด ณ ช่วงเวลาหนึ่งไปได้ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่รัฐบาลหลายเมืองไม่อนุญาตให้ประชาชนรวมกลุ่มประกอบพิธีเชงเม้งที่สุสาน
  • ผลพวงของ COVID-19 กับการดำเนินมาตรการ “ไหว้เชงเม้งแบบออนไลน์” ของรัฐบาลที่อาจเป็น “จุดเริ่มต้น” ในการปรับจูนทัศนะการใช้ชีวิตของคน “หัวโบราณ” กับ “หัวสมัยใหม่” ให้สามารถเข้าหากันและยอมรับความเห็นอีกฝ่ายได้มากยิ่งขึ้น และอาจเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญที่พลิกโฉมสังคมจีนสู่สังคมดิจิทัลที่แท้จริง
  • “การไหว้บรรพบุรุษออนไลน์” ของจีนสามารถเป็นต้นแบบการเรียนรู้สำหรับประเทศไทยในการพัฒนาแนวทางการทำงานเพื่อรับมือและควบคุมการระบาดของ COVID-19 และเป็นโมเดลธุรกิจแนวใหม่ที่ภาคธุรกิจสามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดในสังคมไทยได้ในอนาคต

เชงเม้ง หรือเทศกาลไหว้บรรพบุรุษ ถือเป็นประเพณีที่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับชาวจีน รวมถึงชาวจีนโพ้นทะเล เทศกาลดังกล่าวได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื้อที่เน้นเรื่องความกตัญญูเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังเป็นอีกหนึ่ง “วันรวมญาติ” ที่ทุกคนในครอบครัวและเครือญาติจะมาพบปะสืบสานสายสัมพันธ์กันอีกด้วย โดยปีนี้ เทศกาลเชงเม้งตรงกับวันที่ 4 เมษายน 2563

กระแสโลกที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความเจริญได้เข้ามาแทนที่ ส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวจีนเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตไม่น้อย การประกอบพิธีใน “เทศกาลเชงเม้ง” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกับโมเดล “เชงเม้งออนไลน์”

ธุรกิจ(ไม่)ใหม่ที่ผุดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ — ธุรกิจรับจ้างทำความสะอาดฮวงซุ้ยและเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และธุรกิจการเซ่นไหว้ออนไลน์ ได้เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์บรรดาลูกหลาน (ที่มีหัวคิดสมัยใหม่) ที่ไม่สามารถเดินทางไปประกอบพิธีเชงเม้งได้ ธุรกิจดังกล่าวเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และดูจะมีบทบาทเด่นชัดในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่รัฐบาลหลายเมืองไม่อนุญาติให้ประชาชนรวมกลุ่มเพื่อประกอบพิธีเชงเม้งที่สุสาน

ธุรกิจดังกล่าวมีบริษัทรับจ้างหรือเป็นสุสานที่รับจ้างเอง สนนราคาก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและความใกล้ไกลของสุสาน บริการมีตั้งแต่การดูแลทำความสะอาดสุสาน การจัดวางช่อดอกไม้และของเซ่นไหว้ การอ่านคำไว้อาลัย การปล่อยนกพิราบ การจุดธูปเทียนและโค้งคำนับ การผูกริบบิ้นผ้าสีเหลืองเพื่อแสดงความอาลัย รวมถึงบริการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งพิธีเหล่านี้จะมีการไลฟ์สดผ่าน Wechat ให้ลูกหลานที่ไม่มีเวลาหรืออยู่ไกลบ้านได้มีส่วนร่วมในการเซ่นไหว้สุสานบรรพบุรุษผ่านจอสมาร์ทโฟนแบบ “ถึงตัวไกล แต่ใจยังผูกพัน”

ขอนอกเรื่องสักหน่อย… คิดว่าผู้อ่านหลายคนคงนึกภาพสุสานในประเทศจีนว่า “ฮวงซุ้ย” เป็นสภาพหลุมศพที่มีดินพูนทรงหลังเต่า ตกแต่งด้วยป้ายหินแกะสลักบนแปลงดินใหญ่โตเรียงกันเป็นชั้นลดหลั่นตามภูเขาเหมือนที่เห็นในไทย ไม่ผิดครับ…แต่ปัจจุบัน สุสานในจีนใช้พื้นที่เล็กลงกว่าสุสานที่ว่า กอปรกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ชาวจีนส่วนใหญ่หันไปฌาปนกิจศพด้วยการเผาและนำเถ้าอัฐิไปไว้ในอาคารเก็บอัฐิ หรือช่องเก็บอัฐิที่ตั้งอยู่ในอนุสรณ์สถานสาธารณะแทน หรือวิธีรักษ์โลกด้วยการฝังเถ้าอัฐิใต้ต้นไม้/กระถางต้นไม้ หรือการใช้โกศที่สามารถละลายลงสู่พื้นดินกลับคืนสู่ธรรมชาติได้

นอกจากการจ้างตัวแทนไปทำความสะอาดฮวงซุ้ยและเซ่นไหว้บรรพบุรุษแทนแล้ว เพื่อให้เข้ายุคเข้าสมัยของลูกหลานที่ไม่สามารถไปเชงเม้งที่สุสานได้ ก็ยังมีทางเลือก คือ “การเซ่นไหว้ออนไลน์” ที่สามารถทำได้(ด้วยใจ)ในทุกที่ทุกเวลา โดยอนุสรณ์สถาน รวมทั้งผู้พัฒนาแอปพลิเคชันที่เป็น Third party ได้พัฒนาฟังก์ชันให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างเพจฮวงซุ้ยออนไลน์ให้กับผู้ล่วงลับ โดยการเข้าไปลงทะเบียน กรอกข้อมูลของผู้ล่วงลับ (ชื่อ-สกุล วันชาตะ/มรณะ อนุสรณ์สถานที่เก็บอัฐิอยู่) อัปโหลดรูปถ่าย ก็จะมีภาพจำลองของฮวงซุ้ยพร้อมรูปถ่ายแสดงขึ้นมา

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเชื้อเชิญเครือญาติให้เข้ามาแสดงความระลึกถึง รวมทั้งโพสต์คำสดุดี คำไว้อาลัย จุดธูปจุดเทียน และเลือกเซ่นไหว้ผู้ล่วงลับด้วย(ภาพ)ดอกไม้ บุหรี่ เหล้า ผลไม้ และน้ำชาได้อีกด้วย (ลูกเล่นขึ้นกับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ)

ท่ามกลางคำถามเรื่องความเหมาะสม แม้ว่า “การไหว้บรรพบุรุษออนไลน์” จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มคน(หัวอนุรักษ์นิยม)บางส่วนที่มองว่าหากไม่ได้ไปทำพิธีด้วยตนเองก็เหมือนกับการหลอกตนเอง การกระทำเช่นนี้ไม่ได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ แถมเป็นการไม่ให้เกียรติกับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ก็มีกลุ่มคน(หัวก้าวหน้า)เห็นว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับคนที่อยู่ไกลหรือมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถกลับไปก็สามารถไหว้บรรพบุรุษและมองเห็นจากหน้าจอออนไลน์

กลับมาในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าหลายพื้นที่ในจีนจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ไว้ได้แล้ว แต่รัฐบาลยังคงต้องเฝ้าระวังและมีการดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมในระดับที่เข้มงวดแตกต่างกันเพื่อไม่ให้เกิดการอุบัติซ้ำในวงกว้างอีกครั้ง

นอกเหนือจากการรณรงค์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีคนแออัด และหลีกเลี่ยงการชุมนุมของคนเป็นหมู่คณะ สำหรับเทศกาลเชงเม้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งปกติแล้วลูกหลานจะต้องไปเซ่นไหว้ที่สุสานบรรพบุรุษ รัฐบาลจีนเขาจะทำอย่างไร

สำหรับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ไม่นานมานี้ รัฐบาลกว่างซี โดยกรมกิจการพลเรือน ได้ดำเนินมาตรการให้อนุสรณ์สถานงดบริการให้ประชาชนทั่วไปชั่วคราว รวมทั้งงดทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องที่มีการชุมนุมเป็นหมู่คณะในวันเชงเม้ง ซึ่งรวมถึงการทำความสะอาดและเซ่นไหว้สุสานบรรพบุรุษด้วย (เช่นเดียวกับในหลายมณฑล)

เมื่อออกกฎมาแบบนี้ แล้วไหว้เชงเม้งจะเดินหน้าต่อยังไง ในประกาศฯ รัฐบาลกว่างซีแนะนำให้ประชาชนหันมาใช้วิธีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษรูปแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงการใช้บริการตัวแทนเซ่นไหว้บรรพบุรุษและการเซ่นไหว้ออนไลน์ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยการใช้บริการตัวแทนเซ่นไหว้นั้น รัฐบาลกำหนดแนวปฏิบัติให้ผู้ให้บริการจะต้องนัดหมายเวลาล่วงหน้า มีการควบคุมจำนวนคน และมีการตรวจวัดอุณหภูมิของตัวแทนที่จะเข้าไปทำหน้าที่แสดงความกตัญญูแทน โดยบริษัทเอกชนบางแห่งในนครหนานหนิงสนนราคาเริ่มต้นที่ 388 หยวน

นอกจากนี้ รัฐบาลกว่างซีได้ขอความร่วมมือจากอนุสรณ์สถานให้ช่วยบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ด้วยการจัด “พิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษรวมด้วยตัวแทนผ่านระบบออนไลน์” โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้แสดงความกตัญญูไปพร้อมกันผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน รวมถึง Wechat official account โดยไม่ต้องไปถึงสุสานด้วยตนเอง กำหนดการจะจัดขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 2563 เวลา 10:00-11:00 น.

ที่สำคัญ รัฐบาลได้มอบหมายให้ทุกพื้นที่ดำเนินการประชาสัมพันธ์แนวปฏิบัติดังกล่าวผ่านสื่อต่างๆ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สร้างการรับรู้และจิตสำนึกที่ดีเพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิผลชัดเจน

โดยสรุป… คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีได้เข้ามาเพิ่มความสะดวกให้กับการใช้ชีวิต และขับเคลื่อนธรรมเนียมประเพณีโบราณ(ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง)ก้าวทันยุคทันสมัย และเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ไขปัญหา/ก้าวข้ามข้อจำกัด ณ ช่วงเวลาหนึ่งไปได้ โดยเฉพาะผลพวงของ COVID-19 กับการดำเนินมาตรการ “ไหว้เชงเม้งแบบออนไลน์” ของรัฐบาลที่อาจเป็น “จุดเริ่มต้น” ในการปรับจูนทัศนะการใช้ชีวิตของคน “หัวโบราณ” กับ  “หัวสมัยใหม่” ให้สามารถเข้าหากันและยอมรับความเห็นอีกฝ่ายได้มากยิ่งขึ้น และอาจเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญที่จะพลิกโฉมสังคมจีนสู่สังคมดิจิทัลที่แท้จริง

ในยุคที่หลายประเทศกำลังตกอยู่ในภาวะคับขันจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงประเทศไทยที่ว่ากันตามตรงว่ามีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ “การเซ่นไหว้ออนไลน์” ของจีนก็พอเป็นต้นแบบการเรียนรู้สำหรับประเทศไทยในการพัฒนาแนวทางการทำงานเพื่อรับมือและควบคุมการแพร่ระบาด และเป็นโมเดลธุรกิจแนวใหม่ที่ภาคธุรกิจสามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดได้ในอนาคต

ณ จุดนี้ ลองถามตัวคุณเองดูสิว่า คุณพร้อมและยอมรับ “การเซ่นไหว้ออนไลน์” ได้หรือยัง

***********************

thaibiz_editor

thaibiz_editor

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม