จับตา : นครเฉิงตูจะเชื่อมกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยได้หรือไม่ (ตอนที่ 2)

โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เป็นโครงการที่รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจเลือกพัฒนาเพื่อผลักดันให้เป็นส่วนสำคัญในการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวภายใต้แนวคิดนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประตูหลักที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศสู่เศรษฐกิจโลก ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศและผลักดันให้เป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าหลักของอาเซียน

หลังจากรัฐบาลจีนได้เริ่มใช้นโยบาย “ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI)” มาตั้งแต่ปี 2556 ตามเจตนารมณ์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อประสานเชื่อมโยง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศจีนและประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมในด้านต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาเชื่อมโยงการคมนาคม การขนส่งและโลจิสติกส์ ความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน ฯลฯ รวมทั้งเพื่อโน้มน้าวให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่ รัฐบาลไทยจึงได้พยายามผลักดันให้ EEC สามารถเชื่อมโยงกับนโยบาย BRI ของจีนเพื่อดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการชาวจีน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงด้านอุตสาหกรรมการผลิต การเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีน และการเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ในเส้นทางบก ได้แก่ ถนนและรถไฟความเร็วสูง และทางอากาศ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา รวมถึงทางทะเล ผ่านท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกของไทย เข้ากับการขนส่งตามแนวเส้นทางสายไหม

“เชื่อม EEC กับมณฑลเสฉวนด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน”

เพราะเหตุใดจึงต้องเชื่อม EEC กับมณฑลเสฉวน ? เนื่องจากมณฑลเสฉวนถือเป็นมณฑลที่มีความโดดเด่นด้านภูมิศาสตร์ เป็นประตูสู่ภาคตะวันตกของจีน และตั้งอยู่บนพื้นที่เหมาะแก่การเป็นศูนย์กลางในการขนส่งเส้นทางของประเทศในนโยบาย BRI โดยเฉพาะการเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างยุโรปกับอาเซียน นอกจากนั้น หลายปีมานี้ มณฑลเสฉวนมุ่งมั่นพัฒนาทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด รวมถึงการพัฒนาด้านการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนในต่างประเทศตามนโยบาย “ก้าวออกไป” ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคจีนตะวันตก เมื่อบูรณาการกับยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” แล้ว ยิ่งแสดงให้เห็นถึงการเปิดประตูการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอย่างเสรี รัฐบาลมณฑลเสฉวนให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนเป็นอย่างมาก โดยทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์อันดีและมีความร่วมมือทางด้านการค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อาเซียนนับเป็นคู่ค้าขนาดใหญ่ของมณฑลเสฉวน การร่วมมือกันจึงส่งผลต่อการเติบโตของวิสาหกิจทั้งสองฝ่าย หากได้รับการส่งเสริมวิสาหกิจของประเทศไทยเองก็จะได้รับประโยชน์จากนโยบาย “ก้าวออกไป” ของมณฑลเสฉวนและนโยบาย BRI ของจีนด้วยเช่นกัน ดังนั้น การสนับสนุนแนวคิดการทำงานและนโยบายที่เชื่อมโยงระหว่าง EEC กับประเทศในนโยบาย BRI รวมทั้งการสร้างความความร่วมมือระหว่างมณฑลเสฉวนและ EEC จะช่วยสนับสนุนการขยายการเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุนให้ครอบคลุมและเหมาะสมยิ่งขึ้น

ดร. มู่ เหล่ย (Dr. Mu Lei) อาจารย์และนักวิจัยของศูนย์วิจัยไทยศึกษามณฑลเสฉวน มหาวิทยาลัยเฉิงตู ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยง “ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง” (BRI) ของจีนตะวันตกกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC) ของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ระหว่างวันที่ 16 – 20 ธันวาคม 2562 ได้ตีพิมพ์บทความ เรื่อง “การพัฒนาอีคอมเมิร์ซของมณฑลเสฉวน ยุคทองสำหรับการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน” เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา ระบุว่า ข้อดีของการเปิดเส้นทางรถไฟด่วนสายหรงโอว (เฉิงตู – ยุโรป) ที่ช่วยส่งเสริมการสร้างช่องทางการค้าระหว่างยุโรปและอาเซียน และช่วยยกระดับด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross-border E-commerce) ระหว่างมณฑลเสฉวนกับไทยและอาเซียนได้ โดยการปรับใช้ทรัพยากรและนโยบายที่มีอยู่ในการเชื่อมโยงระหว่างนโยบาย BRI ของจีนและนโยบาย EEC ของไทย เพื่อส่งเสริมด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน รวมถึงการนำเข้าและส่งออกแบบออฟไลน์ในระดับทวิภาคีด้วย

ดร.มู่ฯ ยังได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมแก่ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน นครเฉิงตูว่า การสร้างช่องทางการค้าเพื่อเชื่อมโยงยุโรปและอาเซียนผ่านการขนส่งที่ผสมผสานระหว่างทางทะเลและทางบก โดยประยุกต์ใช้ข้อได้เปรียบจากนโยบาย BRI และ EEC ในการสร้างความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนกับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน จะเป็นเวทีใหม่สำหรับการค้าพหุภาคีระหว่างประเทศ หากมองในแง่ของที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ มณฑลเสฉวนถือเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างยุโรปและอาเซียน โดยทางตอนเหนือ สามารถขนส่งไปยังยุโรปได้ผ่านรถไฟด่วนสายหรงโอว (เฉิงตู – ยุโรป) และทางตอนใต้ สามารถขนส่งไปยังอาเซียนได้ผ่านเส้นทางท่าเรือฝางเฉิง หรือ อ่าวเป่ยปู้ ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง  เชื่อว่า ช่องทางการขนส่งที่ครอบคลุมและสะดวกสบายดังกล่าว จะทำให้มณฑลเสฉวนกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญอีกแห่งหนึ่งของนโยบาย “ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง”

 

ในบทความดังกล่าว ดร.มู่ฯ ระบุด้วยว่า การสร้างพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนระหว่างมณฑลเสฉวนและไทยหรือภูมิภาคอาเซียนมีข้อดีคือ (1) จะทำให้ปริมาณบรรจุสินค้าของรถไฟด่วนสายหรงโอว (เฉิงตู – ยุโรป)  เพิ่มขึ้น ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสทธิภาพให้มากขึ้น และลดอัตราพื้นที่ว่างตู้บรรจุสินค้า นอกจากนั้น ในด้านวิธีการรวบรวมและขนส่งสินค้า หากสามารถเพิ่มปริมาณแหล่งสินค้าที่มาจากไทยหรือสหภาพยุโรปได้ ก็จะทำให้การขนส่งมีความหลากหลายและประสิทธิภาพดีขึ้น (2) ทำให้มณฑลเสฉวนกลายเป็นศูนย์กระจายสินค้าระหว่างอาเซียนและยุโรป ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อด้านเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวนเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาไปถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้ อาทิ อุตสาหกรรมการขนส่ง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การจัดนิทรรศการ เป็นต้น และ (3) ช่วยขยายการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนให้กว้างมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการเติบโตของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของมณฑลเสฉวนด้วย

หากกล่าวถึงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในไทยแล้ว สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เผยข้อมูลภาพรวมและแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลที่สำคัญของไทยในปี 2563 พบว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนคือกลุ่มธุรกิจมาแรงที่สุดในปี 2563 มีมูลค่าประมาณ 748,000 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน  โดยตลาดเติบโตกว่าร้อยละ 20 – 30 ในปี 2560 – 2562

อีกทั้งได้มีประกาศราชกิจจานุเบกษาด้านการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในพื้นที่ EEC โดยกำหนดให้เป็นพื้นที่ปลอดภาษีเมื่อปลายปี 2562 ทำให้สามารถนำสินค้าเข้ามาไว้ในเขตปลอดอากรในพื้นที่ได้ ถือเป็นการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมระดับโลกเข้ามาลงทุนในเขต EEC และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กระจายสินค้าของอาเซียน จากคำประกาศดังกล่าว จึงทำให้ผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ซของจีนอย่าง อาลีบาบา กรุ๊ป และ จิงตง กรุ๊ป สนใจมาลงทุนเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน โดยอาลีบาบา กรุ๊ป ได้ลงทุนเป็นมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าอัจฉริยะในเขตพื้นที่ EEC เมื่อเดือนสิงหาคม 2562  ลงนามบันทึกความร่วมมือ 4 ด้าน ได้แก่ (1) การใช้อีคอมเมิร์ซเพื่อส่งออกสินค้าเกษตรและ OTOP (2) การพัฒนา SME เพื่อเข้าสู่ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (3) การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง และ (4) การลงทุน Smart Digital Hub  ทำให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนเข้ามามีบทบาทต่อ EEC มากยิ่งขึ้น

ในบทความ ดร.มู่ฯ ได้กล่าวถึงการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของมณฑลเสฉวน ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มณฑลเสฉวนได้รับการสนับสนุนทั้งด้านนโยบายและเทคโนโลยีในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน จึงทำให้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของมณฑลพัฒนาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าสภาวะทางเศรษฐกิจของมณฑลที่ผ่านมาจะค่อนข้างถดถอยลงเมื่อเทียบกับมณฑลชายฝั่งทะเล แต่การพัฒนาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างรถไฟด่วนสายหรงโอว ทำให้ความแตกต่างด้านสภาวะทางเศรษฐกิจระหว่างมณฑลเสฉวนและมณฑลชายฝั่งค่อย ๆ ลดช่องว่างลง

ปัจจุบัน มณฑลเสฉวนได้มีการออกนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมผ่านเขตการค้าเสรี เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของมณฑลเสฉวน รวมถึงยกระดับการสร้างอีคอมเมิร์ซระหว่างมณฑลเสฉวนกับประเทศไทยและอาเซียน โดยอาศัยความได้เปรียบด้านการขนส่งของรถไฟด่วนสายหรงโอว และประยุกต์ใช้ทรัพยากรและนโยบายที่มีอยู่สำหรับการสร้างพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนระหว่างยุโรปและประเทศไทย/อาเซียน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของอุตสาหกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากสถานการณ์ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมของมณฑลเสฉวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนครเฉิงตู มีบทบาทสำคัญต่อการเชื่อมโยงด้านการค้าตามแนวเส้นทาง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ผ่านรถไฟด่วนสายหรงโอว โดยในระยะแรก รถไฟสายนี้ยังคงมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร และยังไม่ได้มาตรฐานสากล เนื่องจากมาตรฐานสากลมีการกำหนดให้บรรจุตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 41 ตู้ ในปัจจุบัน ได้ใช้รูปแบบรวมการขนส่งเข้าด้วยกันเพื่อลดระยะเวลาสำหรับการจัดตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งช่วยยกระดับการใช้งานของรถไฟด่วนสายหรงโอวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขณะเดียวกัน ก็มักประสบปัญหาได้รับผลกระทบจากการสั่งซื้อสินค้าบ้างจึงอาจทำให้ไร้เสถียรภาพในการขนส่งบางครั้ง

นครเฉิงตูจะเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคตามแนวคิด “การพัฒนาไปทางทิศตะวันตก ทิศใต้และทิศตะวันออก” สนับสนุนแนวคิดการทำงานและนโยบายที่เชื่อมระหว่างประเทศในนโยบาย BRI กับมณฑลเสฉวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างนครเฉิงตูกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งการค้ากับประเทศไทย โดยขยายการเชื่อมโยงด้านรถไฟด่วนสายหรงโอวให้ครอบคลุมและเหมาะสมยิ่งขึ้น แม้ปัจจุบันรถไฟสายนี้ยังคงมีปัญหาข้างต้นแต่คาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

บทความยังกล่าวด้วยว่า ปัจจัยสำคัญ 4 ประการ ในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนระหว่าง หรงโอว (รถไฟด่วนระหว่างเฉิงตู – ยุโรป) + ประเทศไทย + อาเซียน  ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาร่วมกันระหว่างนโยบายข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (BRI) และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)” ในฐานะที่ EEC  เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ทำให้ EEC ถูกคาดหวังจากทุกฝ่ายอย่างมาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป้าหมายของการก่อสร้างระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ประกอบด้วย (1) ช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในไทยมากขึ้น และ (2) สามารถเชื่อมต่อสู่ประเทศจีนที่เป็นตลาดการค้าใหญ่ของโลกผ่านเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ – ภาคเหนือของไทยได้ และทั้ง 2 เป้าหมายมีความสอดคล้องกับการพัฒนาของนโยบาย BRI โดยหวังว่า จะสามารถผลักดันให้ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งโลจิสติกส์และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนระหว่างจีน – ประเทศไทยและอาเซียนได้

นอกจากนั้น ควรให้ความสำคัญกับมูลค่าการค้าต่างประเทศของไทย จีน และอาเซียน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก  ตามรายงานข้อมูลการค้าทั่วโลกของ  WTO ในเดือนเมษายน ระบุว่า ในปี 2562 มูลค่าการส่งออกของสินค้าทั่วโลกคิดเป็น 19.475 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าของสินค้าทั่วโลกคิดเป็น 19.867 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทางการค้าโดยรวมอยู่ที่ 39.342 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปี 2561 การค้าระหว่างประเทศของสินค้าไทย มีมูลค่าคิดเป็น 502,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การส่งออกคิดเป็น 252,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของการส่งออกจากทั่วโลก ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 24 ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าของไทยคิดเป็น 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของการนำเข้าและส่งออกจากทั่วโลก ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 21 โดยรวมแล้ว ปริมาณการค้าของไทยอยู่ในลำดับที่ค่อนข้างสูงและมีบทบาทสำคัญต่อการค้าต่างประเทศของโลก ในปี 2561 มูลค่าทางการค้าระหว่างจีนกับไทยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าทางการค้าอยู่ที่ 79,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจีนกลายเป็นผู้นำเข้าอันดับ 1 ของไทย และเป็นผู้ส่งอันดับ 2 ของไทย  และในปี 2563 แม้การค้าระหว่างไทยกับจีนจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด แต่ภายหลังจากที่รัฐบาลจีนได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ภาคการผลิตและธุรกิจของจีนเริ่มกลับมาเปิดดำเนินการ ความต้องการของสินค้าอุปโภคบริโภค และวัตถุดิบก็เพิ่มสูงขึ้น สถิติส่งออกของไทยไปจีนโดยรวมในช่วงเดือนมกราคม – เดือนมิถุนายน มีมูลค่ากว่า 14,595.76 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 5.82 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเขตการค้าเสรีจีน – อาเซียน ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เชื่อว่า การค้าระหว่างไทย – จีน จะเติบโตและเข้มแข็งมากขึ้นในอนาคต จีนถือเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของอาเซียนติดต่อกัน 9 ปี ส่วนอาเซียนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 3 ของจีน ติดต่อกัน 7 ปี นอกจากนั้น ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 ปริมาณการค้าระหว่างมณฑลเสฉวนกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับมูลค่าทางการค้าของทุกมณฑล ทำให้อาเซียนได้กลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของมณฑลเสฉวน

ข้อจำกัดสำหรับแผนการค้าระหว่างประเทศของไทยกับยุโรป

ในฐานะที่การค้าต่างประเทศของไทยมีบทบาทสำคัญระดับโลก คู่ค้าที่สำคัญของไทย 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ซึ่งในปี 2561 การส่งออกไปยัง 3 ประเทศนี้มีมูลค่าคิดเป็น 8,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  6,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 4.2 ของการส่งออกทั้งหมดของไทย โดยการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การส่งออกไปจีนและญี่ปุ่นกลับลดลงร้อยละ 7.7 และร้อยละ 2.1 ตามลำดับ ทั้งนี้ คู่ค้าที่สำคัญของไทยส่วนใหญ่อยู่ที่เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับตั้งแต่ปี 2561 สถานการณ์การส่งออกของไทยไปยังยุโรป มากที่สุดคือประเทศเยอรมนี ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 13 และรองลงมาคือประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 15

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปี 2561 สถานการณ์การส่งออกของไทยลดลงอย่างมาก ในบรรดาการส่งออกไป 15 ประเทศแรก มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และอินเดีย ในขณะที่มูลค่าการส่งออกไปอีก 12 ประเทศกลับลดลง

สินค้าของไทยประสบความสำเร็จในการส่งออกไปสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น เนื่องจากมีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน ถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศให้มีความมั่งคั่งและยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างอาเซียนและยุโรปด้วย

ไทยและอาเซียนมีการพึ่งพาด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศร่วมกันมาโดยตลอด ท่าเรือของสิงคโปร์เป็นท่าเรือขนาดใหญ่และมีความสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และถือเป็นท่าเรือระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ให้สัมภาษณ์ว่า ท่าเรือแหลมฉบังเป็นหนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของไทยในขณะนี้สามารถเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ไปถึงท่าเรือฮ่องกง และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน ท่าเรือแหลมฉบังกำลังดำเนินการสำรวจศักยภาพสำหรับการเชื่อมโยงด้านการขนส่งทางทะเลและทางบกกับท่าเรือชินโจวและท่าเรือฝางเฉิง หากช่องทางการขนส่งทางรถไฟและเรือประสบความสำเร็จ จะถือเป็นการเปิดช่องทางขนส่งสินค้าไทยและสินค้าในเอเชียตะวันออกเข้าสู่ตลาดยุโรปที่มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และมีบทบาทสำคัญสำหรับการสร้างศูนย์กระจายสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สร้างการเชื่อมโยงไปยังประเทศตามนโยบาย BRI และสนับสนุนบทบาทการพัฒนาเศรษฐกิจที่มากยิ่งขึ้น

 

ดร.มู่ฯ ได้เสนอแนวทางการแก้ไขข้อจำกัดข้างต้น ดังนี้

ประการแรก ประสานงานกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ท่าเรือในกว่างซี และท่ารถไฟในประเทศ สร้างแบบจำลองการขนส่งทางรถไฟและทางเรือ เพื่อเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกกับเส้นทางรถไฟด่วนสายหรงโอว

ประการที่สอง สนับสนุนการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลมณฑลเสฉวนและสำนักงานเศรษฐกิจภาคตะวันออกแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อผลักดันนโยบาย Belt and Road Initiative อย่างเต็มที่ ถือเป็นนโยบายที่สำคัญและสำหรับการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน – ไทย และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

ประการสุดท้าย สนับสนุนบทบาทจีน (เสฉวน) – ศูนย์ความร่วมมือการค้าเสรีอาเซียน ผ่านข้อตกลงการค้าเสรี – อาเซียน โดยพิจารณาสร้างการจัดการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนระหว่าง – เสฉวน – ยุโรป และสร้างแพลตฟอร์มการให้บริการ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจีน – อาเซียน จีน – ยุโรป รวมถึงสร้างแพลตฟอร์มการค้าพหุภาคีสำหรับการจำหน่ายสินค้าระหว่างประเทศ และปรับปรุงประสิทธิภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน

หลังจากที่โลกได้เข้าสู่ยุคที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันด้วยอินเทอร์เน็ต อุตสาหกรรมส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าของจีนได้นำระบบการให้บริการแบบอีคอมเมิร์ซมาใช้มากขึ้น มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ประสิทธิภาพการส่งสินค้าระหว่างผู้ขนส่งกับผู้บริโภค การลดต้นทุนและปรับปรุงคุณภาพของสินค้าให้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน จีนได้ให้ความสำคัญกับการทำวิจัยและออกมาตรการรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนระหว่าง ยุโรป – ไทย – อาเซียน ด้วย

 

 แหล่งที่มา:

อ้างอิงเว็บไซต์

  1. เว็บไซต์ทางการของกระทรวงพาณิชย์ https://www.moc.go.th/index.php/component/zoo/item/42-67.html
  2. http://www.industry.go.th/center_mng/index.php/2016-04-24-18-06-24/2016-04-24-18-06-46/item/13744-2020-07-02-03-07-40
  3. https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/644487
  4. https://www.ryt9.com/s/beco/3138216
  5. http://thai.cri.cn/20190423/eb151545-f76d-2400-262a-eb7f6502bhtml
  6. https://www.prachachat.net/property/news-173590
  7. https://www.krungsri.com/bank/getmedia/c08cde70-edfa-42e5-a297-1fc8b40ee503/RI_11aspx
  8. https://www.voicetv.co.th/read/525871
  9. https://www.boi.go.th/upload/content/Aviation_BOI%20roadshow_Full%20version_5ab4f81a06cpdf
  10. https://baijiahao.baidu.com/s?id=1633021464588790028&wfr=spider&for=pc
  11. https://www.sohu.com/a/300307370_181860
  12. http://cn.tgcondo.com/item/250-thailand-eec-land-ownership
  13. http://www.mofcom.gov.cn/article/i/jyjl/j/201703/20170302541434.shtml
  14. http://news.eastday.com/eastday/13news/auto/news/china/20180601/u7aihtml
  15. https://www.sohu.com/a/253031151_267106?_f=index_pagerecom_323
  16. http://www.mofcom.gov.cn/article/i/jyjl/j/201703/20170302528751.shtml
  17. https://baijiahao.baidu.com/s?id=1612768901935868819&wfr=spider&for=pc
  18. http://www.mofcom.gov.cn/article/i/jyjl/j/201704/20170402558999.shtml
  19. https://baijiahao.baidu.com/s?id=1640935242159683481&wfr=spider&for=pc
  20. https://www.moc.go.th/images/Agencies_Information/Trade_Situation/Commercial_Beijing/48.pdf

อ้างอิงรูปภาพ

  1. https://max.book118.com/html/2012/0621/2215961.shtm
  2. https://www.sohu.com/a/195100167_115495
Avatar

Chengdu_editor

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม