GUANGXI

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

ข้อมูลทั่วไป

  • ตั้งอยู่ภาคใต้ของจีน โดยทิศเหนือติดมณฑลกุ้ยโจวและมณฑลหูหนาน ทิศตะวันตกติดมณฑลยูนนาน ทิศตะวันออกติดมณฑลกวางตุ้ง และทิศใต้ติดอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย) และเวียดนาม
  • เป็น 1 ใน 5 เขตปกครองตนเองของจีนที่มีฐานะเทียบเท่ามณฑล และเป็นเขตการปกครองระดับมณฑลที่มีสัดส่วนประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ (ethnic group) มากที่สุดในจีน
  • มีพื้นที่รวม 236,660 ตารางกิโลเมตร (ร้อยละ 46 ของไทย) โดยมีขนาดใหญ่ เป็นอันดับที่ 9 ของจีน (ร้อยละ 2.5 ของพื้นที่ทั้งประเทศ) และมีขนาดใกล้เคียงกับ สปป. ลาว (236,800 ตารางกิโลเมตร)
  • มีเส้นเขตแดนทางบกติดเวียดนามยาว 1,020 กิโลเมตร และแนวชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย) ยาว 1,595 กิโลเมตร

ข้อมูลประชากร

เขตฯ กว่างซีจ้วงมีประชากรที่มีถิ่นพำนักถาวร 49.89 ล้านคน (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568) ส่วนใหญ่เป็นชาวฮั่น และกลุ่มชาติพันธุ์จ้วง (ประมาณร้อยละ 34) ใช้ภาษาจีนกลาง จีนกวางตุ้ง จีนกุ้ยหลิ่ว และภาษาจ้วง ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน รองลงมา ได้แก่ คริสต์ และอิสลาม

สภาพภูมิอากาศ

เขตฯ กว่างซีจ้วงมีสภาพภูมิอากาศแบบมรสุมเขตกึ่งร้อนชื้น (subtropical humid monsoon climate) แบ่งเป็น 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 17.8 – 24.3 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยมากกว่า 1,676.3 มิลลิเมตร

สภาพภูมิประเทศและทรัพยากรสำคัญ

พื้นที่ภาคเหนือและตะวันตกส่วนใหญ่มีภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst Topography) ที่เกิดจากการกัดกร่อนหินปูนของน้ำใต้ดิน  พื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เนินเขาและพื้นที่ราบ

เขตฯ กว่างซีจ้วงอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรแร่ อาทิ แมงกานีส อลูมิเนียม เหล็ก ซัลเฟอร์ ถ่านหิน เจอร์มาเนียม พื้นที่ภาคใต้ติดอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย) เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำที่สำคัญของจีน นอกจากนี้ เขตฯ กว่างซีจ้วงยังเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลที่สำคัญของจีน โดยมีผลผลิตร้อยละ 60 ของทั้งประเทศ

ประวัติศาสตร์

เขตฯ กว่างซีจ้วงมีประวัติศาสตร์ยาวนาน บริเวณที่ตั้งของเขตฯ กว่างซีจ้วงในปัจจุบันเป็นหนึ่งในพื้นที่ด่านหน้าที่สำคัญของอารยธรรมจีน (the frontier of Chinese civilization) มีการค้นพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของผู้คนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์และปรากฏหลักฐานเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จีนโบราณสมัยราชวงศ์ฉิน (Qin Dynasty) โดยปรากฏการใช้ชื่อ “กว่างซี” เป็นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ซ่ง (Song Dynasty)

เมื่อปี 2492 (ค.ศ. 1949) ในยุคต้นของสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลกลางได้จัดตั้งมณฑลกว่างซี (Guangxi Province) โดยมีนครหนานหนิงเป็นเมืองเอก ต่อมาในปี 2500 (ค.ศ. 1957) รัฐบาลกลางได้เปลี่ยนหน่วยการปกครองจากมณฑลเป็น “เขตปกครองตนเองชนชาติต้งกว่างซี” (ตามคำแปลในภาษาจีน 广西僮族自治区) จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2508 (ค.ศ. 1965) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เขตปกครองตนเองชนชาติจ้วงกว่างซี” (ตามคำแปลในภาษาจีน广西壮族自治区) และใช้ชื่อดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน

อนึ่ง สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้บัญญัติชื่อภาษาไทยว่า “เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง” ตามคำแปลภาษาอังกฤษ Guangxi Zhuang Autonomous Region

การปกครอง

การแบ่งเขตการปกครอง (ระดับเมือง)

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง แบ่งเขตการปกครองเป็น 14 เมือง ดังนี้

1. นครหนานหนิง เป็นเมืองเอกของเขตฯ กว่างซีจ้วง เป็นที่ตั้งของรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐในระดับมณฑล ตลอดจนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าของเขตฯ กว่างซีจ้วง

2. เมืองหลิ่วโจว เป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของกว่างซี เป็นเมืองอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรในงานก่อสร้าง

3. เมืองกุ้ยหลิน เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ และเมืองอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

4. เมืองยวี่หลิน เป็นเมืองอุตสาหกรรมเครื่องยนต์สันดาปภายในเมืองแห่งอุตสาหกรรมเซรามิก และเมืองต้นกำเนิดชาวจีนโพ้นทะเล

5. เมืองอู๋โจว เป็น 1 ใน 3 เมืองท่าแม่น้ำ (Inland port) ที่สำคัญของกว่างซี เป็นฐานอุตสาหกรรมวัสดุรีไซเคิล ตลอดจนประตูเชื่อมพื้นที่เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า (Guangdong – Hong Kong – Macao Greater Bay Area)

6. เมืองชินโจว เป็น 1 ใน 3 เมืองท่ารอบอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย) เป็นที่ตั้งของเขตท่าเรือสินค้าทัณฑ์บน และนิคมอุตสาหกรรมระดับชาติจีน – มาเลเซีย

7. เมืองไป่เซ่อ เป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม และฐานการผลิตมะม่วงที่สำคัญของประเทศจีน เป็นเมืองชายแดนติดจังหวัดกาวบั่ง (Cao Bằng) ของเวียดนาม และกำกับดูแลเมืองระดับอำเภอจิ้งซี ซึ่งเป็นที่ตั้งของด่านหลงปัง ตรงข้ามด่านจาลิงห์ (Trà Lĩnh) ของเวียดนาม ซึ่งเป็นด่านที่สามารถนำเข้าผลไม้ไทยได้

8. เมืองกุ้ยก่าง เป็น 1 ใน 3 เมืองท่าแม่น้ำที่สำคัญของกว่างซี เป็นฐานอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และรถยนต์ไฟฟ้าโดยสารขนาดใหญ่

9. เมืองเหอฉือ เป็นเมืองอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และเมืองท่องเที่ยว “หมู่บ้านอายุยืน”

10. เมืองหลายปิน เป็นฐานการผลิตน้ำตาลที่สำคัญอีกแห่งของกว่างซี

11. เมืองเป๋ยไห่ เป็น 1 ใน 3 เมืองท่ารอบอ่าวเป่ยปู้ รวมถึงท่าเรือสำราญระหว่างประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลและเกาะภูเขาไฟเหวยโจวต่าว และมีเป้าหมายเป็น “ซิลลิคอน วัลเล่ย์” ของกว่างซี

12. เมืองฉงจั่ว เป็นเมืองการค้าชายแดนอันดับ 1 ของกว่างซี เป็นฐานอุตสาหกรรมน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน มีชายแดนติด 3 จังหวัดของเวียดนาม (จังหวัดลางเซิน (Lạng Sơn) จังหวัดกว๋างนิญ (Quảng Ninh) และจังหวัดกาวบั่ง (Cao Bằng)) เป็นที่ตั้งของด่านอ้ายเตี้ยน ซึ่งเป็นด่านนำเข้าผลไม้ไทย และเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมจีน (ฉงจั่ว) – ไทย และยังกำกับดูแลเมืองระดับอำเภอผิงเสียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของด่านโหย่วอี้กวาน และด่านรถไฟผิงเสียง ซึ่งเป็นด่านนำเข้าผลไม้ไทยที่สำคัญ

13. เมืองฝางเฉิงก่างเป็น 1 ใน 3 เมืองท่ารอบอ่าวเป่ยปู้ มีท่าเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สุดของเขตฯ กว่างซี โดยเฉพาะหัวแร่และสินแร่ต่าง ๆ มีพรมแดนติดจังหวัดกว๋างนิญของเวียดนาม และกำกับดูแลเมืองระดับอำเภอตงซิง (ที่ตั้งของด่านตงซิง ซึ่งสามารถนำเข้าผลไม้ไทยได้)

14. เมืองเฮ่อโจว เป็นฐานการผลิตแคลเซียมคาร์บอเนตที่สำคัญของประเทศ และได้รับการกำหนดให้เป็นฐานรองรับการเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมจากภาคตะวันออก

 

ทำเนียบผู้บริหารระดับสูง

 

ส่วนราชการท้องถิ่น (ระดับกรม)

การคมนาคมและโลจิสติกส์

ปัจจุบัน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงมีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยเชื่อมต่อกับมณฑลข้างเคียงและประเทศสมาชิกอาเซียนได้อย่างสะดวกรวดเร็วในทุกมิติทั้งทางบก (ถนนและรถไฟ) ทางน้ำ (แม่น้ำและทะเล) และทางอากาศ ดังนี้

 

1. การคมนาคมทางบก (ถนนและรถไฟ)

  • ทางหลวงพิเศษ (Expressway)

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568) เขตฯ กว่างซีจ้วงมีทางหลวงพิเศษที่ใช้งานแล้วรวมระยะทาง 10,650.32 กิโลเมตร คิดเป็นอันดับ 4 ของประเทศจีน (รองจากมณฑลกวางตุ้ง มณฑลยูนนาน และมณฑลเสฉวน) ทั้งนี้ แผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษเขตฯ กว่างซีจ้วง ระยะ 12 ปี (广西壮族自治区高速公路网规划 ) ค.ศ. 2018 – ค.ศ. 2030) ตั้งเป้าหมายให้เขตฯ กว่างซีจ้วงมีทางหลวงพิเศษรวม 15,200 กิโลเมตร

  • ถนนระหว่างประเทศ

เขตฯ กว่างซีจ้วง สามารถเชื่อมต่อกับประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านถนนระหว่างประเทศ 3 สาย ได้แก่ ถนน R8 (เริ่มต้นที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬ) ถนน R9 (เริ่มต้นที่จังหวัดมุกดาหาร) และถนน R12 (เริ่มต้นที่จังหวัดนครพนม) โดยเขตฯ กว่างซีจ้วงมีด่านสากลทางบกระหว่างประเทศ 4 แห่ง ได้แก่ ด่านโหย่วอี้กวาน ด่านตงซิง ด่านหลงปัง และด่านสุยโข่ว (ตามแผนที่ด้านล่าง)

R8 : เขตฯ กว่างซีจ้วง – หนองคาย (สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1) / บึงกาฬ (อยู่ในระหว่างการสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5)

ระยะทาง 908 กิโลเมตร โดยมีเส้นทาง ดังนี้ ไทย ด่านหนองคาย – สปป. ลาว เวียงจันทน์ (โดยเชื่อมกับถนนหมายเลข 13 ทีเมืองหาดทรายฟอง) – แขวงบอลิคำไซ (เชื่อมกับถนน R8 ที่เมืองเวียง) – ด่านน้ำพาว (Nam Phao) แขวงบอลิคำไซ – เวียดนาม ด่านเกาแจว (Cau Treo) จังหวัดห่าติ๋ญ (Hà Tĩnh) – เมืองวินห์ จังหวัดเหงะอาน (Nghệ An) – กรุงฮานอย (เชื่อมกับถนนหมายเลข 1A) – ด่านหูหงิ (Huu Nghi Border Gate) จังหวัดลางเซิน (Lạng Sơn) – จีน ด่านโหย่วอี้กวาน เมืองระดับอำเภอผิงเสียง เขตฯ กว่างซีจ้วง

R9 : เขตฯ กว่างซีจ้วง– มุกดาหาร (สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2)

เส้นทางที่ 1 ระยะทาง 1,066 กิโลเมตร โดยมีเส้นทาง ดังนี้ ไทย ด่านมุกดาหาร – สปป. ลาว ด่านสะหวันนะเขต แขวงสะหวันนะเขต – ด่านแดนสะหวัน (Dansavanh) แขวงสะหวันนะเขต – เวียดนาม ด่านลาวบาว (Lao Bao) จังหวัดกวางจิ (Quang Tri) – อำเภอดงฮา (Dong Ha) จังหวัดกวางจิ (Quang Tri) – กรุงฮานอย (เชื่อมกับถนนหมายเลข 1A) – ด่านหูหงิ (Huu Nghi Border Gate) จังหวัดลางเซิน (Lạng Sơn) – จีน ด่านโหย่วอี้กวาน เมืองระดับอำเภอผิงเสียง เขตฯ กว่างซีจ้วง

เส้นทางที่ 2 ระยะทาง 852 กิโลเมตร โดยมีเส้นทาง ดังนี้ ไทย ด่านมุกดาหาร – สปป. ลาว ด่านสะหวันนะเขต แขวงสะหวันนะเขต – เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน (เชื่อมกับถนน R13 – เมืองหลักซาว แขวงบอลิคำไซ – ด่านนาพาว (Na Phao) – เวียดนาม ด่านจาลอ (Cha Lo) จังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quảng Bình) – เมืองวินห์ จังหวัดเหงะอาน (Nghệ An) – กรุงฮานอย – ด่านหูหงิ (Huu Nghi Border Gate) จังหวัดลางเซิน (Lạng Sơn) – จีน ด่านโหย่วอี้กวาน เมืองระดับอำเภอผิงเสียง เขตฯ กว่างซีจ้วง

R12: เขตฯ กว่างซีจ้วงนครพนม (สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3)

เส้นทางที่ 1 ระยะทาง 745 กิโลเมตร โดยมีเส้นทาง ดังนี้ ไทย ด่านนครพนม – สปป. ลาว ด่านท่าแขก เมืองแขก แขวงคำม่วน (ถนน R13 ก่อนตัดเข้าสู่ R12 ที่เมืองหลักซาว แขวงบอลิคำไซ) – ด่านน้ำพาว (Nam Phao) – เวียดนาม ด่านเกาแจว (Cau Treo) จังหวัดห่าติ๋ญ (Hà Tĩnh) – เมืองวินห์ จังหวัดเหงะอาน (Nghệ An) – กรุงฮานอย – ด่านหูหงิ (Huu Nghi Border Gate) จังหวัดลางเซิน (Lạng Sơn) – จีน ด่านโหย่วอี้กวาน เมืองระดับอำเภอผิงเสียง เขตฯ กว่างซีจ้วง

เส้นทางที่ 2 ระยะทาง 788 กิโลเมตร โดยมีเส้นทาง ดังนี้ ไทย ด่านนครพนม – สปป. ลาว ด่านท่าแขก เมืองแขก แขวงคำม่วน (ถนน R13 ก่อนตัดเข้าสู่ R12 ที่เมืองหลักซาว แขวงบอลิคำไซ) – ด่านนาพาว (Na Phao) – เวียดนาม ด่านจาลอ (Cha Lo) จังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quảng Bình) – เมืองวินห์ จังหวัดเหงะอาน (Nghệ An) – กรุงฮานอย – ด่านหูหงิ (Huu Nghi Border Gate) จังหวัดลางเซิน (Lạng Sơn) – จีน ด่านโหย่วอี้กวาน เมืองระดับอำเภอผิงเสียง เขตฯ กว่างซีจ้วง

 

2. การคมนาคมทางราง

ในแต่ละปีรัฐบาลกลางและรัฐบาลเขตฯ กว่างซีจ้วงได้สนับสนุนเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลเพื่อก่อสร้างและเชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางทั้งระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟความเร็วสูง และรถไฟระหว่างประเทศ ดังนี้

  • รถไฟฟ้าใต้ดิน (นครหนานหนิง) เรียกสั้น ๆ ว่า NNRT

นครหนานหนิงเป็นเมืองเดียวของเขตฯ กว่างซีจ้วง และเป็นเขตปกครองตนเองแห่งแรก (จาก 5 แห่งในจีน) ที่มีบริการรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยเริ่มก่อสร้างสายแรก (NNRT สาย 1) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 และเริ่มทดลองให้บริการ (ช่วงเส้นทางสายตะวันออก) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 และเริ่มให้บริการแบบเต็มเส้นทาง เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559

ปัจจุบัน นครหนานหนิงมีรถไฟฟ้าใต้ดินที่เปิดให้บริการแล้ว 5 สาย (สาย 5 เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินไร้คนขับ) รวมระยะทาง 132.55 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 1 สาย (NNRT สาย 6) ระยะทาง 27.9 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายในปี 2571 ทั้งนี้ รถไฟฟ้าใต้ดินนครหนานหนิงดำเนินกิจการโดยบริษัทระบบขนส่งทางรางนครหนานหนิง จำกัด (Nanning Rail Transit – NNRT /南宁轨道交通集团有限责任公司) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกว่างซี

  • รถไฟความเร็วสูง

เขตฯ กว่างซีจ้วงเป็นเขตปกครองตนเองแห่งแรก  (จาก 5 แห่งในจีน) ที่มีเส้นทางรถไฟความเร็วสูง โดยรถไฟความเร็วสูงสายแรกของกว่างซีเริ่มให้บริการเมื่อปลายปี 2555

ปัจจุบัน ระบบรถไฟความเร็วสูงในกว่างซีได้เชื่อมครบ 14 เมือง ความยาวรวม 2,487 กิโลเมตร (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2567) โดยมีความยาวเป็นอันดับ 6 ของประเทศ และอันดับ 1 ของภาคตะวันตก และยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกหลายเส้นทาง

เส้นทางดังกล่าวครอบคลุมรางรถไฟเชื่อมเมืองชายแดนเวียดนามเพื่อรองรับการเชื่อมเส้นทางรถไฟสาย Trans-Asia ในอนาคต 2 เส้นทาง  ได้แก่ (1) เส้นทางเมืองระดับอำเภอตงซิง ตรงข้ามจังหวัดกว๋างนิญ และ (2) เส้นทางเมืองระดับอำเภอผิงเสียง ตรงข้ามจังหวัดลางเซิน นอกจากนี้ เขตฯ กว่างซีจ้วงยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างรางรถไฟเพื่อเชื่อมกับมณฑลกวางตุ้งอีกหลายเส้นทาง

  • รถไฟระหว่างประเทศ (สำหรับการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า)

เขตฯ กว่างซีจ้วงเป็นมณฑลแรกของจีนที่มีเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศเชื่อมกับอาเซียน (เวียดนาม) เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2493 เริ่มต้นจากกรุงปักกิ่ง – นครหนานหนิง – เมืองระดับอำเภอผิงเสียง – จังหวัดลางเซิน และสิ้นสุดที่สถานีแซเลิม (Gia Lâm) กรุงฮานอย มีความยาว 401 กิโลเมตร โดยแยกเป็น 2 เส้นทางสำหรับการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า ดังนี้

(1) ด่านรถไฟผิงเสียงสำหรับขนส่งผู้โดยสาร (ตู้นอน) ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 หลังจากหยุดให้บริการชั่วคราวในช่วงโควิด-19

(2) ด่านรถไฟผิงเสียงสำหรับขนส่งสินค้า มีความสำคัญในฐานะ “ด่านนำเข้าผลไม้ไทยทางรถไฟ” เริ่มต้นจากท่าสถานีรถไฟด่งดัง (Dongdang Railway Port) จังหวัดลางเซิน เวียดนาม – ด่านรถไฟผิงเสียง เขตฯ กว่างซีจ้วง มีระยะทาง 17 กิโลเมตร ใช้เวลาขนส่งราว 1 ชั่วโมง สามารถขนส่งได้สูงสุดเที่ยวละ 25 ตู้คอนเทนเนอร์

 

3. การคมนาคมทางน้ำ (แม่น้ำและทะเล)

เขตฯ กว่างซีจ้วงได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานบริเวณท่าเรือเลียบชายฝั่งทะเลและท่าเรือเลียบแม่น้ำ (inland port) ผ่านกรอบความร่วมมือต่าง ๆ อาทิ เขตเศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้ (Pan Beibu Gulf. Economic Cooperation: PBG) และแถบเศรษฐกิจแม่น้ำเพิร์ล – แม่น้ำซีเจียง” (Pearl River – Xi River Economic Belt) พร้อมทั้งบูรณาการระบบโครงข่ายคมนาคมด้านอื่น ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ดังนี้

  • กลุ่มท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้กว่างซี (อ่าวตังเกี๋ย)

เขตฯ กว่างซีจ้วงมีแนวชายฝั่งทะเลยาว 1,565 กิโลเมตร มีท่าเรือ 3 แห่งใน 3 เมืองท่า ได้แก่ เมืองชินโจว เมืองฝางเฉิงก่างและเมืองเป่ยไห่ ท่าเรือดังกล่าวดำเนินกิจการโดยกลุ่มท่าเรืออ่าวเป่ยปู้กว่างซี (Guangxi Beibu Gulf Port Group / 广西北部湾国际港务集团有限公司) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกว่างซี โดยได้ปฏิรูปโครงสร้างและบูรณาการทำงานร่วมกันภายใต้โมเดล “1 แกน 2 ปีก” กล่าวคือ มีท่าเรือชินโจว (Qinzhou Port) เป็นท่าเรือแกนหลัก และมีท่าเรือฝางเฉิงก่าง (Fangchenggang Port) และท่าเรือเป๋ยไห่ (Beihai Port) เป็นปีกฝั่งซ้ายและฝั่งขวา

ปัจจุบัน ท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้มีความสำคัญในฐานะจุดเชื่อมโยงกรอบยุทธศาสตร์ภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) และเป็นข้อต่อสำคัญของระเบียงการค้าระหว่างประเทศทางบกกับทางทะเลสายใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor – ILSTC) ภายใต้โมเดล “ราง + เรือ” ซึ่งปัจจุบัน รถไฟสามารถวิ่งเข้าไปถึงเขตปฏิบัติการท่าเรือทุกแห่งแล้วเพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าให้มีความสะดวกรวดเร็วสำหรับมณฑลตอนในและภาคตะวันตกของจีน

  • ท่าเรือแม่น้ำ (แม่น้ำซีเจียง)

รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 10 ปีจะเร่งพัฒนาระบบขนส่งผ่านแม่น้ำทั่วประเทศจีนให้ทันสมัย คล่องตัว มีประสิทธิภาพสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงแม่น้ำซีเจียง (Xi River) ที่ได้รับการขนานนามเป็นแม่น้ำสายทองคำ

แม่น้ำซีเจียงเป็นลำน้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำเพิร์ล (Zhu River) มีจุดกำเนิดจากมณฑลยูนนานและมณฑลกุ้ยโจว ไหลพาดผ่านเขตฯ กว่างซีจ้วงและออกสู่ปากแม่น้ำเพิร์ลที่มณฑลกวางตุ้งจึงถือเป็นเส้นทางออกสู่ทะเลที่สำคัญของพื้นที่ภาคตะวันตก นอกจากนี้ แม่น้ำซีเจียงยังเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณการขนส่งสินค้ามากเป็นอันดับ 2 ของจีน รองจากแม่น้ำแยงซี (ที่ไหลออกสู่ทะเลที่นครเซี่ยงไฮ้)

เมื่อปี 2551 รัฐบาลเขตฯ กว่างซีจ้วงได้ริเริ่มแนวคิดพัฒนาแม่น้ำซีเจียงให้มีศักยภาพด้านการขนส่งสินค้า โดยเชื่อมโยงเมืองสำคัญที่แม่น้ำซีเจียงและลำน้ำสาขาไหลผ่านรวม 7 เมือง ได้แก่ เมืองไป่เซ่อ เมืองฉงจั่ว เมืองหลายปิน เมืองหลิ่วโจว นครหนานหนิง เมืองกุ้ยก่าง และเมืองอู๋โจว ระยะทางรวม 1,480 กิโลเมตร ครอบคลุมปริมาณการขนส่งทางแม่น้ำร้อยละ 90 ของกว่างซี โดยมีท่าเรือหลัก 3 แห่ง คือ ท่าเรือแม่น้ำหนานหนิง ท่าเรือแม่น้ำกุ้ยก่าง และท่าเรือแม่น้ำอู๋โจว

  • คลองขนส่งผิงลู่ (เชื่อมนครหนานหนิงกับเมืองท่าชินโจวในอ่าวเป่ยปู้ หรืออ่าวตังเกี๋ย)

คลองขนส่งผิงลู่ (Pinglu Canal / 平陆运河) มีลักษณะคล้ายคลองปานามา โดยเป็นคลองขนส่งเชื่อมแม่น้ำกับทะเลที่ได้รับการขนานนามเป็น 1 ในโครงการสำคัญแห่งศตวรรษ คลองขนส่งผิงลู่เริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2565 มีระยะทางรวม 134.2 กิโลเมตร สามารถรองรับเรือขนาด 5,000 ตัน วางแผนใช้เงินลงทุนราว 72,700 ล้านหยวน ใช้เวลาก่อสร้าง 52 เดือน (4 ปี 4 เดือน) คาดว่าจะงานก่อสร้างส่วนหลักจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2569

 

4. การคมนาคมทางอากาศ

ปัจจุบัน กว่างซีมีท่าอากาศยาน 8 แห่ง แบ่งเป็น ท่าอากาศยานนานาชาติ 2 แห่ง และท่าอากาศยานภายในประเทศ 6แห่ง และอยู่ระหว่างผลักดันการก่อสร้างอีก 3 แห่ง

เขตฯ กว่างซีจ้วงได้วางยุทศาสตร์เป็นศูนย์กลางการบินสู่อาเซียน โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวีนครหนานหนิง (Nanning Wuxu International Airport) เป็นท่าอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเขตฯ กว่างซีจ้วง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครหนานหนิง อยู่ห่างจากตัวเมืองนครหนานหนิง 27.8 กิโลเมตร ประกอบด้วยอาคารผู้โดยสาร ดังนี้

  • อาคารผู้โดยสาร 1 (Terminal 1) เป็นอาคารผู้โดยสารเก่าที่ยุติการใช้งานแล้ว
  • อาคารผู้โดยสาร 2 (Terminal 2) เป็นอาคารผู้โดยสารหลักในปัจจุบัน เริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2557
  • อาคารผู้โดยสาร 3 (Terminal 3) อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570

นอกจากนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวีนครหนานหนิงยังได้เปิดใช้งานศูนย์การขนส่งภาคพื้นดิน (Ground Transportation Centre: GTC) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและงานโลจิสติกส์อีกด้วย โดยศูนย์ GTC จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมแบบไร้รอยต่อสำหรับบริการขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบทั้งอากาศยาน รถไฟฟ้า รถประจำทาง รถไฟความเร็วสูงข้ามเมือง (เส้นทางนครหนานหนิง – ท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวี – เมืองฉงจั่ว)

เศรษฐกิจ

ความโดดเด่นทางเศรษฐกิจ

  • ได้รับการกำหนดให้เป็น “ประตูสู่อาเซียน” ของจีน มีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและการมีชายแดนติดกับเวียดนามกว่า 1,020 กม.
  • เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาระดับชาติ อาทิ งานแสดงสินค้าอาเซียน (China-ASEAN Expo) แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ (Guangxi Beibu-Gulf Economic Zone) แผนพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตก (Go West Policy) และย่านการเงินจีน-อาเซียน (China-ASEAN Financial Hub)
  • เป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางการค้าระหว่างประเทศของมณฑลทางภาคตะวันตกกับต่างประเทศ ด้วยโมเดลการขนส่ง “เรือ+ราง” ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ระเบียงการค้าระหว่างประเทศเชื่อมทางบกกับทางทะเลสายใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor – ILSTC) และเส้นทางการขนส่งเชื่อมทางบกกับทางทะเลแห่งภาคตะวันตก (New Western Land-Sea Corridor – NWLSC)
  • เป็นที่ตั้งของ “เขตทดลองการค้าเสรีจีน(กว่างซี)” ในบัญชีรายชื่อชุดที่ 6 ของจีน โดยกำหนดพื้นที่เขตทดลองการค้าเสรีอยู่ใน 3 เมือง ได้แก่ นครหนานหนิง (เมืองเอก) เมืองชินโจว (เมืองท่า) และเมืองฉงจั่ว (เมืองชายแดน) เน้นส่งเสริมการพัฒนาสาขาธุรกิจที่แตกต่างกันตามจุดเด่นของเมืองนั้นๆ
  • เป็น “ด่านนำเข้าผลไม้” จากเวียดนามและไทยที่มีปริมาณมากที่สุดในประเทศจีน เนื่องจากมีพรมแดนติดเวียดนามและเส้นทางถนนเชื่อมกับภาคอีสานของไทย (อาทิ R8 R9 และ R12) ซึ่งสามารถนำเข้าทั้งทางรถบรรทุก และรถบรรทุก+รถไฟ
  • เป็นที่ตั้งของ “กลุ่มท่าเรือรอบอ่าวเป่ยปู้” ท่าเรือทะเลแห่งเดียวของภาคตะวันตก ประกอบด้วย ท่าเรือชินโจว ท่าเรือฝางเฉิงก่าง และท่าเรือเป๋ยไห่ ปัจจุบัน มีบริการเที่ยวเรือระหว่างท่าเรือชินโจว-ท่าเรือแหลมฉบัง
  • มีความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ด้านภาษาไทย โดยมีสถาบันการศึกษากว่า 20 แห่ง ที่เปิดสอนวิชาภาษาไทย ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในจีน ในแต่ละปีมีนักศึกษาจีนไปเรียนต่อที่ไทยประมาณ 3,000 คน
  • เป็นแหล่งผลิตและสำรองแร่ที่สำคัญของจีน อาทิ อะลูมิเนียม แมงกานีส และแร่หายาก (rare earth)
  • เป็นแหล่งปลูกอ้อยและแปรรูปน้ำตาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจีน ปริมาณผลผลิตคิดเป็น 60% ของทั้งประเทศ
  • เป็นมณฑลเกษตรกรรมและแหล่งปลูกพืชผักผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญของจีน อาทิ ส้มประเภทต่างๆ ลิ้นจี่ และลำไย

ตัวเลขสถิติทางเศรษฐกิจ

กลับหน้าหลัก

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน