เจ้อเจียงมองไกล.. สนับสนุนหลายโครงการ สร้างรากฐานเศรษฐกิจ!

รัฐบาลเจ้อเจียงลงนามความร่วมมือกับเครือ Alibaba จัดตั้งโครงการ “2020 Spring Thunder Initiative” (春雷计划) เพื่อส่งเสริมความเป็นดิจิทัลของภาคการผลิต โดยคาดว่าโครงการนี้จะทำให้ระเบียงนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของนครหางโจว (Hangzhou West Science and Technology Innovation Corridor) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัทอาลีบาบา กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลเจ้อเจียงก่อตั้งระเบียงนวัตกรรมฯ นี้ในเดือนสิงหาคม 2559 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยกว่า 60 แห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง และศูนย์ทดลองเจ้อเจียงซึ่งรัฐบาลจะผลักดันให้เป็นศูนย์ทดลองระดับชาติ นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการและผู้ชนะรางวัลโนเบลทำงานอยู่ที่ระเบียงนวัตกรรมฯ นี้ด้วย ปีที่แล้ว กว่าร้อยละ 60 ของผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมณฑลเจ้อเจียงได้รับรางวัลระดับชาติ

ในปี 2562 อุตสาหกรรมดิจิทัลที่ตั้งอยู่ในระเบียงนวัตกรรมฯ มีมูลค่าเพิ่ม 162,600 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 87.7 ของมูลค่าเพิ่มทั้งหมด  ทั้งนี้ อัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยของมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมในระเบียงนวัตกรรมฯ สูงกว่าอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในมณฑลถึง 3 เท่า  (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2563)

ในแต่ละปี รัฐบาลจะจัดสรรเงินทุนประมาณ 200 ล้านหยวนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ SMEs ด้านการค้าระหว่างประเทศ สำหรับโครงการในปี 2563 นี้ประกอบด้วย การสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศผ่านระบบดิจิทัล การสนับสนุนให้วิสาหกิจใช้แพลตฟอร์ม www.1688.com และใช้ประโยชน์จากฟังก์ชั่น Taobao Live การสนับสนุนการพัฒนา E-commerce ในชนบท และการช่วยลดต้นทุนธุรกิจให้แก่วิสาหกิจ เป็นต้น

เครืออาลีบาบายังได้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติเพื่ออุตสหกรรมการผลิตชิพขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่ มณฑลเจ้อเจียงมีการยื่นสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์รวมกว่า 16,060 รายการ เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 21 จากปีก่อนหน้า และจำนวนสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดิจิทัลเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.18 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลมีความสำคัญและเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมของมณฑล โดยในปี 2562 มูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจดิจิทัลของมณฑลเจ้อเจียงเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP ของภูมิภาค

นอกจากนี้ รัฐบาลเจ้อเจียงมีแผนที่จะส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมในภูมิภาค เพื่อดึงดูดแรงงานที่มีทักษะด้านดิจิทัล และบริษัท 500 อันดับแรกของโลก อีกทั้งมีแผนจะพัฒนาโครงการขนาดใหญ่กว่า 100 โครงการภายใน 35 ปี (ปี 2598) มีมูลค่ากว่า 3.6 ล้านล้านหยวน สำหรับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการขนส่งให้ทันสมัยและมีความสามารถในการแข่งขันด้านระบบขนส่งสูงเพื่อผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในมณฑลฯ อาทิ รถไฟความเร็วสูงเลียบชายฝั่ง เส้นทางด่วนอัจฉริยะรอบอ่าวหางโจวและท่าอากาศยาน และรถไฟพลังแม่เหล็กความเร็วสูง (Maglev) ระหว่างหางโจว-เซี่ยงไฮ้ และอื่น ๆ ทั้งนี้ มณฑลเจ้อเจียงตั้งเป้าหมายลดระยะเวลาในการเดินทางภายในมณฑลและพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี สรุปได้ดังนี้

  1. ลดระยะเวลาเดินทางระหว่าง 2 เมืองภายในมณฑลฯ เหลือไม่เกินเที่ยวละ 1 ชั่วโมงภายในปี 2035
  2. ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าภายในมณฑลฯ ไม่เกินเที่ยวละ 2 ชั่วโมง
  3. ลดระยะเวลาเดินทางจากมณฑลเจ้อเจียงไปยังมณฑลในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี เหลือไม่เกินเที่ยวละ 3 ชั่วโมง
  4. ลดระยะเวลาเดินทางจากมณฑลเจ้อเจียงไปยังทุกพื้นที่ในจีน เหลือไม่เกินเที่ยวละ 24 ชั่วโมง
  5. ลดระยะเวลาเดินทางจากมณฑลเจ้อเจียงไปยังประเทศข้างเคียง เหลือไม่เกินเที่ยวละ 68 ชั่วโมง และ
  6. ลดระยะเวลาเดินทางจากมณฑลเจ้อเจียงไปยังเมืองหลักต่าง ๆ ของโลก เหลือไม่เกินเที่ยวละ 72 ชั่วโมง

 

*******************************************

 

จัดทำโดย: น.ส. พรฤทัย ศักดิ์สกุลพรชัย/ ศูนย์ BIC นครเซี่ยงไฮ้
ที่มา: เว็บไซต์ ezhejiang.gov.cn วันที่ 17-24 เม.ย. 2563

Business Information Center (Shanghai)

Business Information Center (Shanghai)

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม