ศูนย์กระจายทุเรียนนำเข้าเฉิงตูสามารถขายทุเรียนกว่า 130 ตันได้ใน 10 วัน ดันโลจิสติกส์รางไทย–ลาว–จีนโตแรง

11 May 2026

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา บรรยากาศในเขตชิงไป๋เจียง นครเฉิงตู เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของผลไม้เมืองร้อน โดยระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 5 พฤษภาคม ได้มีการจัดงานส่งเสริมการขายเฉพาะกิจของ “ศูนย์กระจายและจัดแสดงทุเรียนนำเข้า” ซึ่งสามารถสร้างยอดขายปริมาณมากได้ภายในเวลาเพียง 10 วัน

ยอดจำหน่ายรวมทั้งค้าปลีกและค้าส่งของทุเรียนมีมากกว่า 130 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 6.56 ล้านหยวน (ประมาณ 9.1 แสนดอลลาร์สหรัฐ) โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดแรงงาน “1 พฤษภาคม 2569” เพียงช่วงเดียวมียอดขายสูงถึง 4.11 ล้านหยวน (ประมาณ 5.7 แสนดอลลาร์สหรัฐ)

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ ศูนย์กระจายสินค้าทุเรียนนำเข้านครเฉิงตูจะนำเข้าทุเรียนรวมประมาณ 20,000 ตัน

ราคาทุเรียนลดลงอย่างชัดเจน

เบื้องหลังยอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภคคือ “ราคาที่ถูกลง” นายเติ้งเปิน รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Sichuan Langhao Import & Export Group เปิดเผยว่า เมื่อเดือนเมษายนปีก่อน ทุเรียนหมอนทองมีราคาทั่วไปสูงเกิน 30 หยวนต่อครึ่งกิโลกรัม แต่ปีนี้ราคาหลักในตลาดลดลงมาอยู่ที่เพียงกว่า 20 หยวนต่อครึ่งกิโลกรัม ลดลงประมาณ 30%

การลดราคาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากผลผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “การปฏิวัติซัพพลายเชน” ที่ขับเคลื่อนโดยเส้นทางรถไฟ

ขบวนรถไฟควบคุมอุณหภูมิ จีน–ลาว–ไทยแบบ “รางล้วน” (All-Rail Cold Chain Express) เปิดยุคใหม่ของการขนส่งแบบ “ตู้เดียวถึงปลายทาง” ทำให้ทุเรียนสามารถเดินทางจากสวนในไทยมายังท่าเรือรถไฟนานาชาตินครเฉิงตูได้อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ขั้นตอนคัดแยก บรรจุ และขนส่งด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิแบบครบวงจร เมื่อเทียบกับระบบขนส่งแบบเดิมที่ต้องเปลี่ยนถ่ายหลายทอด ความเสียหายของสินค้าและต้นทุนลดลงอย่างมาก ขณะที่ประสิทธิภาพการขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถเข้าถึงต้นทุนสินค้าที่ถูกลง 

นายเฉินเฉียง เจ้าของร้านผลไม้ท้องถิ่นกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ต้องเดินทางไปซื้อสินค้าที่ตลาดค้าส่งเหมิงหยาง แต่ปัจจุบันสามารถรับสินค้าที่ท่าเรือรถไฟใกล้บ้านได้โดยตรง ทั้งสะดวกและราคาถูกกว่า เขายังระบุว่า ฤดูกาลผลผลิตทุเรียนไทยปีนี้จะยาวไปจนถึงช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน ทำให้คาดว่าราคาจะมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

หลังจากราคาจับต้องได้มากขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน โดยมีผู้บริโภคกล่าวว่า “เมื่อก่อนรู้สึกว่าทุเรียนเป็นผลไม้ระดับพรีเมียม แต่ตอนนี้แทบจะกลายเป็นของขึ้นชื่อประจำชิงไป๋เจียงไปแล้ว” ตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น เมืองโบราณเฉิงเซียง และศูนย์สินค้าแห่งชาติเอเชีย–ยุโรป นักท่องเที่ยวต่างถือทุเรียนเดินไปมา กลายเป็นภาพจำใหม่ของฤดูใบไม้ผลิปีนี้

จากศูนย์กลางคมนาคม สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรม

ความนิยมของทุเรียนสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของชิงไป๋เจียง จาก “ศูนย์กลางการคมนาคม” ไปสู่ “ศูนย์กลางอุตสาหกรรม”

ด้วยข้อได้เปรียบของเส้นทางรถไฟนานาชาติเฉิงตู ชิงไป๋เจียงไม่เพียงสร้างศูนย์กระจายทุเรียนนำเข้า แต่ยังพัฒนาแบรนด์สินค้าสดของตนเอง รวมทั้งเปิดร้านค้าออฟไลน์และแพลตฟอร์มออนไลน์

ในช่วงจัดงาน ยังได้ทดลองระบบจัดส่งแบบ “ส่งด่วนภายใน 1 ชั่วโมง” ผ่านการไลฟ์สด ซึ่งมีแนวโน้มขยายสู่จุดบริการเพิ่มเติมในอนาคต ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดเส้นทางรถโดยสาร “เฉิงตู–เฉิงเซียง–ศูนย์กระจายสินค้า”เพื่อสนับสนุนการเดินทางและเพิ่มปริมาณผู้บริโภค

งานเทศกาลทุเรียนครั้งนี้ยังดึงดูดความสนใจจากนานาชาติ ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูได้ลงพื้นที่เยี่ยมชม และหวังว่าจะใช้โครงการนี้เป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสองประเทศทั้งด้านโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น การค้าสมัยใหม่ และการขยายการบริโภคในเมือง

ผู้บริหารของบริษัท Chengdu International Railway Port Economic and Technological Development Zone Construction and Development Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการ เปิดเผยว่า ในระยะต่อไปจะมีการบูรณาการแหล่งสินค้า สนับสนุนด้านโลจิสติกส์และการเงินซัพพลายเชน เพื่อผลักดันให้ระบบธุรกิจดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการรวบรวมข้อมูลธุรกรรม สต็อกสินค้า และการหมุนเวียนสินค้าไว้ที่ชิงไป๋เจียง เพื่อเปลี่ยน “ปริมาณการผ่านทาง” ให้กลายเป็น “มูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่”

จากรถไฟเพียงหนึ่งขบวน สู่ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า และกำลังพัฒนาเป็นเมืองแห่งโอกาสที่อบอวลด้วยกลิ่นผลไม้ เรื่องราวของ “ทุเรียนชิงไป๋เจียง” ยังคงดำเนินต่อไป สำหรับผู้บริโภคทั่วไป “เสรีภาพในการกินทุเรียน” ไม่ได้เป็นเพียงคำพูดอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่สามารถหิ้วกลับบ้านได้จากหน้าบ้านของตนเอง

ศูนย์ BIC Chengdu มองว่า พัฒนาการของศูนย์กระจายทุเรียนนำเข้า ณ เขตชิงไป๋เจียง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างยิ่งต่อโอกาสทางการค้าผลไม้ไทยในจีนตะวันตก โดยเฉพาะในมณฑลเสฉวนและนครเฉิงตู ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงและมีความนิยมบริโภคทุเรียนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นสำคัญคือการพัฒนาเส้นทางขนส่ง “รางล้วน” ไทย–ลาว–จีน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการขนส่งจากเดิมที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางทะเลและรถบรรทุกหลายทอด ปัจจุบันสามารถขนส่งสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบังของไทย เชื่อมผ่านทางรถไฟไปยัง สปป.ลาว และเข้าสู่เฉิงตูได้ภายใน 5 วัน ทำให้รักษาคุณภาพของผลไม้สดได้ดียิ่งขึ้น ลดความเสียหาย และลดต้นทุนโลจิสติกส์

นอกจากนี้ การที่เฉิงตูพยายามพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า การค้าปลีก การขนส่งห้องเย็น และระบบ “ส่งด่วนภายใน 1 ชั่วโมง” ยังสะท้อนว่าตลาดจีนกำลังยกระดับจากการเป็นเพียง “จุดนำเข้า” ไปสู่ “ระบบนิเวศการบริโภคผลไม้นำเข้า” อย่างครบวงจร ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยทั้งด้านผลไม้สด อาหารแปรรูป โลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น และอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน

ที่มาของข้อมูล:  เข้าถึงข้อมูลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569

1. https://mp.weixin.qq.com/s/WqzZ5n-ZP-MhQjx_Pf3WMQ

ที่มารูปภาพ:

1. https://baijiahao.baidu.com/s?id=1863522994317220968&wfr=spider&for=pc

ทุเรียนไทยศูนย์กระจายทุเรียนเฉิงตู

Chengdu_editor

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน