Tips “ออกบูธ” ในจีน – เคล็ด(ไม่)ลับจับผิด “แบงค์ปลอม”

งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข เงินเป็นสื่อกลางที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสบายในการดำรงชีวิตของเรา ๆ ท่าน ๆ ซึ่งแน่นอนว่า กว่าที่จะได้เงินมานั้นต้องแลกด้วยน้ำพักน้ำแรงไม่น้อย

เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงนี้ต้องสูญค่า เพียงเพราะเงินที่ได้มานั้นเป็น แบงค์ปลอม’!!!

วันนี้…ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ขอถือโอกาสนำเสนอ….สาระน่ารู้เกี่ยวกับการป้องกันธนบัตร (หยวน)ปลอม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย (หน้าใหม่) ที่กำลังสนใจตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับ ธนบัตรชำรุด ที่ใครหลาย ๆ คนไม่รู้จะจัดการอย่างไร

 

รู้จัก ยวน

เงินหยวน..เงินหยวน.. ที่เรียกติดปากคนไทยเป็นหน่วยเรียกของ เหรินหมินปี้ (RMB) สกุลเงินสากลของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1948 เป็นต้นมา ธนาคารประชาชนจีน (แบงค์ชาติจีน) ได้ออกธนบัตรมาใช้แล้ว 5 รุ่น

ธนบัตรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเป็นธนบัตรรุ่นที่ 5 เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1999 ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาสาธารัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย ธนบัตรชนิดราคา ¥100 / ¥50 / ¥20 / ¥10 / ¥5 / ¥1 และเหรียญกษาปณ์ 5Jiao และ 1 Jiao

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ.2005 แบงค์ชาติจีนได้ออกชุดธนบัตรและเหรียญกษาปณ์รุ่นที่ 5 (รุ่นใหม่) อีก 6 ชนิดราคา ประกอบด้วย ธนบัตรชนิดราคา ¥100 / ¥50 / ¥20 / ¥10 / ¥5 และเหรียญกษาปณ์ 1 Jiao

…พูดง่าย ๆ ว่า ปี ค.ศ. ที่ระบุอยู่ด้านหลังธนบัตรรุ่นที่ 5 มีเฉพาะปี ค.ศ.1995 และค.ศ. 2005 เท่านั้น (ธนบัตรรุ่นที่ 4 อาจมีการใช้ในบางท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนิดราคา ¥1 เท่านั้น)…

ปัจจุบัน ในบางพื้นที่นิยมใช้เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา  ¥1, 5Jiao และ 1 Jiao กันอย่างแพร่หลาย ขณะที่พื้นที่ยังคงนิยมใช้ธนบัตรชนิดราคาเดียวกันอยู่

 

รู้ทัน รู้ใช้ ลอดภัยจากแบงค์ ลอม

ในประเทศที่ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็น เจ้าแห่งการลอกเลียนแบบ และเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัญหาการใช้ ธนบัตรปลอมในตลาดจีนเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังกัดเซาะระบบเศรษฐกิจและกระทบกับความเชื่อมั่นภาคประชาชนอยู่ไม่น้อย

ธนบัตรปลอมในจีนมีวิวัฒนาการใหม่อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าแบงค์ชาติจีน (People’s Bank of China) จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตธนบัตรเพื่อป้องกันการปลอมแปลงอย่างต่อเนื่อง ทว่า เหล่ามิจฉาชีพเองก็ ติดสปีด เทคโนโลยีเลียบแบบชนิดหายใจลดต้นคอเช่นกัน

โอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะได้รับ แบงค์ปลอมมักจะเป็น ผู้ค้าหน้าใหม่ที่เข้ามาขายสินค้าในจีนชั่วคราว (เช่น ผู้ประกอบการ SMEs ที่ใช้งานแฟร์เพื่อทดลองตลาด) ซึ่งยังขาดประสบการณ์เกี่ยวกับธนบัตรจีน

 

รู้ทัน มั่นสังเกต…ม่ตกเป็นเหยื่อ บงค์ลอม

ผู้ประกอบการไทยต้อง รู้จักสังเกตธนบัตรที่ได้รับทุกครั้ง โดยเฉพาะธนบัตรที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะธนบัตรชนิดราคา ¥100 ที่ระบาดหนักในตลาดจีน เนื่องจากเหล่ามิจฉาชีพจะใช้งานแฟร์เป็นที่ปล่อยแบงค์ปลอม เพราะมีผู้คนพลุกพล่าน ทำให้ยากต่อการจดจำและติดตามตัว

พฤติกรรมต้องสงสัยที่เหล่ามิจฉาชีพมักใช้หลอก เหยื่อ ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องระมัดระวัง!!

ถูกหลอกเพราะบอกว่า…รี!!!เหล่ามิจฉาชีพมักใช้ความเร่งรีบมาหลอกให้เราติดบ่วงกลลวงรับธนบัตรปลอมได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องมีการรับจ่ายตังค์แบบเร่งรีบ ทำให้เราไม่ทันระวังหรือสังเกตธนบัตรที่ได้รับมาอย่างถี่ถ้วน

ร้อนตัว…เพราะกลัวผิ พวกมิจฉาชีพ(มือใหม่)มักแสดงอาการอาการรุกรี้รุกรน หลบสายตา ไม่กล้ามองหน้า พูดจากระอึกกระอัก มือไม้สั่น (คล้ายอาการเจอคนที่แอบชอบ) เพราะกลัวถูกจับผิด

ย่าตัดสินใครจากการต่งตัว!!!  มิจฉาชีพมักแต่งตัวดี ทำทีมาซื้อของด้วยพฤติกรรมรีบเร่ง ในสถานการณ์แบบนี้ทำให้เรารีบหยิบ รีบรับ รีบทอน โดยไม่ทันได้สังเกตว่าเป็นธนบัตรจริงหรือปลอม

เพราะฉะนั้นการแต่งตัวดีไม่ได้รับประกันว่าเขาจะไม่ใช้ธนบัตรปลอม และพึงระมัดระวังให้มากเวลาที่ต้องทำอะไร ๆ ในสถานการณ์ที่เร่งรีบ ที่สำคัญต้องสังเกตทุกครั้งเมื่อได้รับธนบัตร โดยเฉพาะธนบัตรชนิดราคาสูง

 

ท่องจำขึ้นใจ…ห่างไกล บงค์ลอม

ผู้ประกอบการไทยสามารถเรียนรู้เทคนิคการสังเกตแยกแยะว่า ธนบัตรจริงหรือปลอมได้ง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน คือ

 1. สัมผัส…สกัดแบงค์ปลอม

ธนบัตรทำจากกระดาษชนิดพิเศษที่มีใยฝ้ายเป็นส่วนประกอบหลัก เนื้อกระดาษจึงมีความเหนียวทนทาน ไม่ยุ่ยง่าย เมื่อจับสัมผัสจะให้ความรู้สึกแตกต่างจากกระดาษทั่วไป

ขณะที่ ธนบัตรปลอม ทำจากกระดาษคุณภาพต่ำ เนื้อกระดาษเป็นขุยและยุ่ยง่าย คุณภาพสีหลุดลอก

ภาพพิมพ์บนตัวธนบัตรเป็น ลวดลายเส้นนูน เมื่อสัมผัสด้วยปลายนิ้วมือหรือใช้ปลายเล็บขูดจะรู้สึกถึงความนูนหรือรู้สึกสะดุดกับหมึกพิมพ์ที่อยู่บนผิวธนบัตร

      อักษรเบรลล์ สำหรับผู้พิการทางสายตา นอกจากจะสามารถแยกแยะจากความยาวของธนบัตร และลายดุนนูน อยู่บริเวณมุมล่างด้านขวาของธนบัตรทุกชนิดราคา


2. ยกส่อง….ต้องมองเห็น

 ลายน้ำสามารถมองเห็นได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อยกส่องกับแสงสว่าง ลายน้ำจะปรากฎขึ้นดูมีมิติ ซึ่งต่างกับธนบัตรปลอมที่เลียนแบบด้วยการพิมพ์ภาพลงบนผิวกระดาษ

      แถบโลหะ ในเนื้อกระดาษ ธนบัตรทุกชนิดราคามีแถบโลหะฝังในเนื้อกระดาษตามแนวตั้ง บนแถบโลหะมีตัวเลขและตัวอักษรโปร่งแสงแจ้งชนิดราคาธนบัตรที่สามารถมองเห็นได้ทั้งสองด้านเมื่อยกธนบัตรส่องกับแสง (ยกเว้นธนบัตรชนิดราคาต่ำกว่า ¥1)

      ภาพซ้อนทับ ลวดลายที่ออกแบบไว้ในตำแหน่งตรงกันของด้านหน้าและด้านหลักธนบัตรทับกันสนิท หรือประกอบขึ้นเป็นลวดลายหรือภาพที่สมบูรณ์


3. พลิกเอียง…ไม่เสี่ยงรับแบงค์ปลอม

      การพิมพ์ธนบัตรจะใช้ หมึกพิมพ์พิเศษสลับสี บริเวณตัวเลขแจ้งราคาธนบัตร เมื่อพลิกธนบัตรไปมา สีของตัวเลขจะเปลี่ยนสลับสี สังเกตได้จาก ธนบัตรราคา ¥100 และ ¥50

      ตัวเลขแฝง ซ่อนอยู่ในลายประดิษฐ์มุมล่างซ้ายของธนบัตร เมื่อยกธนบัตรเอียงเข้าหาแสงสว่างและมองในระดับสายตาจะเห็นตัวเลขอารบิกแจ้งชนิดราคาธนบัตรฉบับนั้น

นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบธนบัตร โดยใช้รังสีเหนือม่วง หรือที่เรา ๆ เรียกว่า แสงแบล็กไลท์ ส่องตรงด้านหน้าธนบัตรจะปรากฎตัวอักษรเรืองแสงระบุ ราคาธนบัตร (¥50 / ¥100) ส่วนด้านหลังธนบัตรจะปรากฎลายประดิษเรืองแสงเช่นกัน



ทำอย่างไรดี…เมื่อได้ บงค์ลอม

ผู้เสียหายควรจดจำรูปพรรณสัณฐาน หรือสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่นำ ธนบัตรปลอมมาใช้ให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปเป็นข้อมูลแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ในการสืบสวนจับกุมต่อไป

จำไว้ว่า…อย่านำ ธนบัตรปลอม ที่รับไว้ไปใช้ต่อ เพราะกฎหมายจีนระบุ เอาผิดจริงจังกับผู้ที่ใช้หรือมีแบงค์ปลอมไว้ในครอบครอง

         ในกรณีทั่วไปถูกควบคุมตัว มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 หยวน หรือระวางโทษเท่านั้น

         ในกรณีที่ใช้หรือมีแบงค์ปลอมไว้ในครอบครองจำนวนมาก (หรือตั้งแต่ 3,000 หยวนขึ้นไป) มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปีและระวางโทษปรับตั้งแต่ 20,000 หยวน แต่ไม่เกิน 200,000 หยวน

         ในกรณีที่ใช้หรือมีแบงค์ปลอมไว้ในครอบครองจำนวนมหาศาล (หรือตั้งแต่ 1 แสนหยวนขึ้นไป) มีโทษจำคุกมากกว่า 10 ปีและระวางโทษปรับตั้งแต่ 50,000 หยวน แต่ไม่เกิน 100,000 หยวน หรือยึดทรัพย์

 

ผู้เสียหายรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ หรือแจ้งไปยังสถานีตำรวจท้องที่โดยด่วน เพื่อดำเนินการติดตามตัวมิจฉาชีพต่อไป

 

นบัตรชำรุด มีค่าย่าทิ้ง!!!

ธนบัตรที่ถูกมองว่าอยู่ในสภาพไม่น่าใช้งาน (เก่าเปื่อย ขาดจนต้องแปะสก็อตเทป ขาดวิ่น เลอะคราบสกปรก ฯลฯ) หรือธนบัตรชำรุดอาจจะสร้างความไม่แน่ใจแก่ผู้ประกอบการ

แม้ว่า ธนบัตรชำรุด ถูกกำหนดให้ไม่สามารถนำไปใช้ได้ตามกฎหมายก็จริง แต่กฎหมายจีนก็เปิดช่องให้ผู้รับเงินสามารถนำเงินดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรใหม่ได้ ณ เคาท์เตอร์ธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ธนาคารจะเป็นผู้ประเมินความเสียหายของตัวธนบัตร เพื่อพิจาณาตัดสินใน 3 กรณี คือ

1. เปลี่ยนใหม่ได้ ต็ม ราคา สำหรับธนบัตรชำรุดที่ยังอยู่ในสภาพที่สามารถบ่งชี้ชนิดราคาธนบัตร หรือมีเนื้อธนบัตรมากกว่า 3 ใน 4 ส่วน สามารถขอแลกเป็นธนบัตรใหม่ได้เต็มราคากับทางเจ้าหน้าที่ธนาคารได้ทันที โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ

2. เปลี่ยนใหม่ได้ รึ่ง ราคา สำหรับธนบัตรชำรุดที่มีเนื้อธนบัตรเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง สามารถขอแลกเป็นธนบัตรใหม่ได้ครึ่งราคาของมูลค่าธนบัตร โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

3. ม่รับเปลี่ยน สำหรับธนบัตรชำรุดที่มีเนื้อธนบัตรไม่ถึงครึ่งฉบับ

อย่าลืม!!! พก หนังสือเดินทาง ติดตัวไว้เผื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารเรียกขอดูด้วยนะครับ

 

ทสรุป



ธนบัตรปลอมอาจสร้างความวิตกกังวลกับผู้ประกอบการไทยที่ยังไม่คุ้นเคยกับธนบัตรจีนมากนัก เนื่องจากแบงค์ปลอมรุ่นใหม่ ๆ มีความยากต่อการตรวจสอบมากขึ้น

อันที่จริงแล้ว…มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ขอเพียงทุกท่านรู้จักระมัดระวัง หมั่้นสังเกต รวมทั้งติดตามศึกษารายละเอียดการตรวจสอบธนบัตรปลอม

ปัญหา แบงค์ปลอมคงจะไม่เป็นปัญหากวนใจหรือทำให้ใครน้ำตาตกในเป็นแน่ครับ

ขอขอบคุณ…ธนาคารแห่งประเทศไทย

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม