กว่างซีเดินหน้าผลักดันการทำธุรกรรมเงินหยวนระหว่างประเทศของวิสาหกิจท้องถิ่น

21 May 2013

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : ตลอดระยะ 4 ปีกว่าของการส่งเสริมให้วิสาหกิจใช้เงินหยวนเพื่อทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศในกว่างซีเริ่มเป็นผล สะท้อนจากจำนวนวิสาหกิจที่เปิดบัญชีธุรกรรมฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก

รัฐบาลกลางจีนมีนโยบายผลักดันการใช้ เงินหยวน เป็นสกุลเงินสำหรับทำการค้าระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เงินหยวนของจีนมีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจการเงินของโลก รวมถึงระบบการชำระหนี้การค้าระหว่างประเทศ และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

สำหรับเขตฯ กว่างซีจ้วง เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.51 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแห่งชาติจีน ได้กำหนดให้  เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (และมณฑลยูนนาน) เป็นจุดทดลองการชำระเงินด้วยสกุลเงินหยวนในการทำการค้าระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน

และต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.53 ธนาคารประชาชนแห่งชาติจีน (People’s Bank of China, 中国人民银行) ได้ประกาศเพิ่มเติมให้กว่างซีเป็น 1 ใน 18 เขตการบริหารของจีนให้เป็น จุดทดลองการชำระเงินด้วยสกุลหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศ ชุดที่ 2 (ต่อจากนครเซี่ยงไฮ้ และอีก 4 เมืองสำคัญของมณฑลกวางตุ้ง)

ปัจจุบัน กว่างซีมีธนาคารที่เปิดให้บริการธุรกรรมดังกล่าว 15 ราย รวม 122 สาขา และมีการทำธุรกรรมกับ 62 ประเทศ (รวมถึงเขตปกครองพิเศษ) ทั่วโลก

ข้อมูลปี 55 พบว่า กว่างซีมีวิสาหกิจที่ใช้เงินหยวนชำระบัญชีการค้าต่างประเทศทั้งหมด 1,481 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 มีมูลค่าการทำธุรกรรมทั้งสิ้น 65,357 ล้านหยวน นำเป็นอันดับ 1 ของมณฑลทางภาคตะวันตก (ภาคตะวันตกมี 12 มณฑล) และมณฑลชายแดนจีน (มณฑลชายแดนจีนมี 8 มณฑล) คิดเป็นอัตราขยายตัวร้อยละ 85

เพื่อสนับสนุนให้วิสาหกิจใช้เงินหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เมื่อเดือน มิ.ย.55 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องของกว่างซี (ธนาคารประชาชนสาขาหนานหนิง กรมพาณิชย์ สำนักงานศุลกากร และสำนักงานกิจการภาษี) ได้ทำการคัดเลือกและให้สิทธิสำหรับวิสาหกิจนำเข้าส่งออกชั้นดีในการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินหยวน โดยเฉพาะวิสาหกิจส่งออก

นอกจากนี้ ธนาคารประชาชนยังให้การแนะแนวสำหรับธนาคารพาณิชย์ในท้องที่เกี่ยวกับการพัฒนาสินค้าการเงินในส่วนของธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบริการชำระบัญชีการค้าสำหรับวิสาหกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนโดยตรง และวิสาหกิจกว่างซีที่พร้อมดำเนินตามนโยบาย ก้าวออกไป

อย่างไรก็ดี พบว่า ปัจจุบัน ธุรกรรมการเงินฯ ของกว่างซียังคงมี เวียดนาม เป็นตลาดสำคัญ เนื่องจากทำเลที่ตั้งและนโยบายการค้าชายแดนเป็นปัจจัยหลัก

ตามรายงาน รัฐบาลกลางได้ผ่อนคลายนโยบายเงินหยวนมากขึ้น กล่าวคือ เมื่อเดือน ก.พ.56 รัฐบาลกลางเปิดเสรีให้ทำธุรกรรมเงินหยวนในบัญชี ส่วนบุคคล กับไต้หวัน (ต้องชื่อบัญชีเดียวกัน)

นั่นหมายความว่า การชำระบัญชีเงินหยวนมีพัฒนาการจากบัญชีนิติบุคคล (วิสาหกิจ) สู่บัญชีส่วนตัวได้แล้ว

หลายฝ่าย เห็นว่า การเปิดให้ทำธุรกรรมฯ เงินหยวนกับพื้นที่นอกจีนแผ่นดินใหญ่ (ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน) ในครั้งนี้จะช่วยผลักยอดการชำระบัญชีด้วยสกุลเงินหยวนให้มีการขยายตัวมากขึ้น และเป็นแรงขับเคลื่อนให้เงินหยวนทวีความสำคัญมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก

BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.54 ไทยและจีนมีการร่วมลงนามในข้อตกลงทวิภาคีเพื่อแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลหยวนและบาท ภายใต้วงเงิน 70,000 ล้านหยวน (ประมาณ 3.2 แสนล้านบาท) ในระยะเวลา 3 ปี

แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย แต่การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเพิ่มทางเลือกของสกุลเงินสำหรับชำระธุรกรรมระหว่างประเทศให้ผู้ประกอบการไทย (ไม่ต้องผ่านเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ) ลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายปลีกย่อยได้ไม่น้อย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทย-จีน และสร้างความเชื่อมั่นในด้านสภาพคล่องเงินหยวนอีกด้วย

     

ข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อเดือน มิ.ย.54 มีการเปิดเคาท์เตอร์แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศโดยตรงระหว่างเงินหยวนกับเงินดอง(เวียดนาม) จนถึงสิ้นปี 55 ธนาคารในกว่างซีมียอดการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างกันคิดเป็นมูลค่า 3,319 ล้านหยวน ในธุรกรรมประเภทเดียวกัน กว่างซีนำเป็นอันดับ 1 ของประเทศ

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน