เซี่ยงไฮ้จัด “เทศกาลท่องเที่ยว ครั้งที่ 37” ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 2569 – 6 ต.ค. 2069
11 Sep 2026นครเซี่ยงไฮ้จัด “เทศกาลท่องเที่ยว ครั้งที่ 37″ ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 2569 – 6 ต.ค. 2069 นำกิจกรรมคุณภาพกว่า 170 รายการมาไว้ทั่วทั้งเมือง ครอบคลุมด้านอาหาร ตลาดนัด การท่องเที่ยวกลางคืน การกีฬา และการแสดงทางวัฒนธรรม เป็นต้น โดยภาครัฐเซี่ยงไฮ้ได้ร่วมมือกับสถานที่ท่องเที่ยว สวนสนุก และแหล่งวัฒนธรรมหลายแห่ง จัดราคาพิเศษและมอบคูปองส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น คูปองสำหรับโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมบันเทิง ขณะที่ภาคเอกชนเองก็ร่วมกันจัดแพ็กเกจ “สถานที่ท่องเที่ยว+โรงแรม” และ “กีฬา+โรงแรม” เป็นต้น นับเป็นการกระตุ้นการบริโภคแบบครบวงจรที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง
จุดที่เซี่ยงไฮ้ทำได้น่าสนใจคือ การออกแบบ “ระบบของเทศกาล” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นการบริโภค โดยได้เชื่อมโยงเทศกาลท่องเที่ยวฤดูร้อน (ก.ค. – ส.ค.) ต่อเนื่องด้วยเทศกาลไหว้พระจันทร์ (ปลายเดือน ก.ย.) และวันชาติจีน (ต้นเดือน ต.ค.) ให้เข้าเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวเดียวที่ยาวนานถึงกว่า 3 เดือน ขณะเดียวกัน พื้นที่ 10 เขตในเซี่ยงไฮ้ได้ร่วมมือจัดกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกันโดยกระจายไปยังแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่จำกัดแค่พื้นที่ในย่านใจกลางเมือง และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่
ไทยสามารถถอดบทเรียนจากแนวทางของเซี่ยงไฮ้เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวได้ ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องเน้นการสร้างเทศกาลให้ยิ่งใหญ่กว่าเซี่ยงไฮ้ แต่เปลี่ยนจากการมีเทศกาลจำนวนมากเป็นการเชื่อมเทศกาลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยสามารถสร้าง“ปฏิทินเทศกาลแห่งชาติ” ที่เชื่อมงานระดับประเทศ – จังหวัด – ชุมชน เข้าด้วยกัน เช่น นักท่องเที่ยวที่มาร่วมเทศกาลสงกรานต์ที่กรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมในจังหวัดใกล้เคียง ต่อเนื่องด้วยงานกีฬา ดนตรี หรือเทศกาลท้องถิ่นในเดือนถัดไป พร้อมแพ็กเกจโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทางขนส่ง และสถานที่ท่องเที่ยวที่อำนวยสิทธิประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้ ไทยอาจนำแนวคิดของเซี่ยงไฮ้ที่มองว่า “เทศกาลท่องเที่ยวเป็นแพลตฟอร์มอย่างหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ (ไม่ได้มองว่ามันเป็นเพียงแค่กิจกรรมทั่วไป)” มาประยุกต์ใช้ได้ โดยให้ภาครัฐทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงเอกชน ชุมชน แพลตฟอร์มดิจิทัล ธนาคาร และผู้ประกอบการ ฯลฯ] มากกว่าการเป็นผู้จัดงาน เพื่อการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและหลายภาคส่วนธุรกิจ ทำให้งานเทศกาลไม่ได้เป็นเพียง กิจกรรมชั่วคราวแต่สามารถมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองและชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
