CBNweekly ยก “นครเฉิงตู” เบอร์หนึ่งเมืองระดับ 1 ของจีนที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุดในชั่วโมงนี้

14 Jan 2014

นับเป็นเวลา 30 กว่าปีแล้วที่ พญามังกร จีน ได้รับการปลดล็อคทางการเมืองและเศรษฐกิจ กอปรกับการดำเนินนโยบายปฎิรูปและเปิดประเทศอย่างจริงจัง ส่งผลให้จีนมีการพัฒนาและเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เป็นหนึ่งใน 5 ประเทศตลาดเกิดใหม่ (บราซิล อินเดีย รัสเซีย แอฟริกาใต้และจีน) ที่มีศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจในตลาดโลกสูงที่สุด และในปัจจุบัน พญามังกร ตัวนี้ได้รับการคาดหมายจากทั่วโลกว่า จะสามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจคลื่นลูกใหม่ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้นี้  

การพัฒนาและเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการขยายตัวของการบริโภค การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนโตขึ้นในอัตราก้าวกระโดดทั้งสิ้น โดยจีนอาศัยการเป็นประเทศที่มีประชากรขนาดใหญ่ประมาณ 1.351 พันล้านคน (มากที่สุดในโลก) และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ราว 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร (อันดับที่ 4 ของโลก) เป็นแม่เหล็กดึงดูดชั้นเยี่ยมที่แฝงด้วยนัยสำคัญที่มีผลอย่างมากต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ กอปรกับนโยบายการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองจากรัฐบาลกลางที่มีมาอย่างต่อเนื่อง  

แต่หากในขณะนี้ จะให้ชี้ชัดว่าเมืองไหนหรือสถานที่ใดในจีนที่จัดว่าเป็น เมือง ที่มีศักยภาพในการพัฒนาและสามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคงในอนาคตนั้น ยังคงเป็นโจทย์คำถามที่ยากต่อการให้คำตอบ อันเนื่องจากมีหลากหลายเหตุผลในการวิเคราะห์และพิจารณา  

ภาพ นครเฉิงตู เมืองที่มีศักยภาพและน่าจับตามองที่สุดในชั่วโมงนี้

K.J.Button นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังชาวอังกฤษได้ให้นิยามของคำว่า เมือง ไว้ว่า สถานที่แห่งหนึ่งแห่งใดที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีขอบเขตจำกัด ซึ่งภายในมีผู้คนอาศัยอยู่ มีการทำมาค้าขาย มีการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการคมนาคมขนส่ง ที่เป็นระบบเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

ล่าสุดเมื่อกลางเดือน ธ.ค.56 ที่ผ่านมา “CBNweekly”《第一财经周刊》สื่อชั้นนำด้านการเงินและเศรษฐกิจของจีน ได้ทำการสำรวจทางเศรษฐกิจและสังคมจาก 400 เมืองในจีน เพื่อรวบรวมข้อมูลเป็นดัชนี้ชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกทั้งนำผลวิเคราะห์ดังกล่าวมาจัดอันดับการพัฒนาของเมืองต่างๆ ในจีน ตอบโจทย์ให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนที่สนใจจะร่วมเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกันกับประเทศจีน



“CBNweekly” ทำการสำรวจอย่างละเอียดจาก 400 เมืองสำคัญในจีน

หากเราต้องการจะให้คำนิยามของคำว่า เมือง หรือทำการ วัดระดับความเป็นเมือง ในสังคมจีนนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรกก็คือ ระดับการบริหารจัดการภายในท้องถิ่น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งของเมืองเป็นสำคัญ และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือขนาดมูลค่า GDP ของแต่ละพื้นที่ แต่ทว่าเพียงแค่ปัจจัยทั้งสองดังกล่าว มิอาจนำมาเป็นตัวชี้วัดหรือสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเมืองได้อย่างชัดเจน

โดยสังคมในปัจจุบันจะมองว่า เมือง คือ สถานที่ที่มีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม ที่เพียบพร้อมด้วยเงินทุน บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนกันทางข่าวสาร และนวัตกรรมทันสมัย ตลอดจน มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง  

 “CBNweekly” สื่อชั้นนำด้านการเงินและเศรษฐกิจของจีนจึงได้ทำการสำรวจเพื่อจัดลำดับของระดับความเป็นเมือง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สำรวจคือ ผู้นำของบริษัทและพนักงานของบริษัท โดยได้คัดเลือกตัวแทนจากบริษัท 500 อันดับแรกของโลกและบริษัท 100 อันดับแรกของจีน ทั้งสิ้น 285 บริษัทจาก 400 เมืองในจีน

โดยทีมงาน CBNweekly ได้ไปพบปะกับผู้นำของบริษัท เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในอนาคต อีกทั้งสอบถามถึงเมืองที่เป็นเป้าหมายของการลงทุนเพื่อขยายตลาดในจีน อีกทั้ง ยังได้สอบถามมุมมองของพนักงานดีเด่นในบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 แห่งที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจวและนครเซินเจิ้น (เมืองระดับ 1 และเมืองเศรษฐกิจหลักของจีน) ถึงเป้าหมายของเมืองที่อยากจะไปทำงานหรือตั้งถิ่นฐานในอนาคต

นอกจากนี้ ทีมงานฯ ยังได้สำรวจจำนวนการจัดตั้งของกิจการชั้นนำ อาทิ ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม โชว์รูมรถยนต์และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ที่เพิ่มขึ้นและกระจายการเติบโตไปทั่วทั้งจีน

สำหรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาวัดระดับความเป็นเมืองแบ่งออกได้เป็น 10 หัวข้อ ดังนี้ 1) ขนาดGDP ในพื้นที่ 2) รายได้เฉลี่ยของประชากรในท้องถิ่น 3) จำนวนของบริษัท 500 อันดับแรกของโลก 4) จำนวนสถาบันการศัึกษาชั้นนำของจีน 5) การเป็นเมืองเป้าหมายหลักของการขยายวิสาหกิจ 6) จำนวนการเพิ่มขึ้นของสินค้าแบรนด์เนม 7) ปริมาณการรองรับผู้โดยสารและขนส่งสินค้าของท่าอากาศยาน 8) จำนวนบริษัทชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศ 9) จำนวนสายการบินของท่าอากาศยาน และ 10) จำนวนสถานกงสุลใหญ่ต่างประเทศในพื้นที่ ซึ่งมุมมองดังกล่าวสามารถสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมทางการเมืองและการเป็นเมืองศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน  

     

นครเฉิงตู ขึ้นแท่นผู้นำเมืองระดับ 1 หน้าใหม่ในจีน

จากการประมวลผลสำรวจความเป็นเมือง โดยอาศัยภาพรวมของสภาพทางการเมืองและตัวเลขทางเศรษฐกิจสามารถแบ่งระดับความเป็นเมืองของ 400 เมืองในจีนออกเป็นทั้งหมด 5 ระดับ

และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ นครเฉิงตู ศูนย์กลางการพัฒนาทางเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคจีนตะวันตกได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่ม เมืองระดับ 1 อีกทั้งยังขึ้นแท่นเป็นผู้นำของกลุ่มอีกด้วย นอกจากนี้ นครฉงชิ่ง เพื่อนบ้านของนครเฉิงตู อีกหนึ่งตัวแทนจากภูมิภาคจีนตะวันตกรั้งอยู่ในอันดับที่ 7 ของกลุ่มดังกล่าว

ภาพการแบ่งระดับของ 400 เมืองในจีน โดย “CBNweekly”

 

โดยการจัดระดับของความเป็นเมือง แบ่งได้ดังนี้

 

– เมืองระดับ 1 (一线城市)จำนวน 15 เมือง ได้แก่ นครเฉิงตู นครหางโจว นครหนานจิง นครอู่ฮั่น นครเทียนจิน นครซีอาน นครฉงชิ่ง นครชิงเต่า นครเสิ่นหยาง นครฉางซา เมืองต้าเหลียนเมืองเซี่ยเหมิน เมืองอู๋ซี นครฟูโจว และนครจี่หนาน

– เมืองระดับ 2 (二线城市)จำนวน 36 เมือง อาทิ นครคุนหมิง นครหนานหนิง นครเจิ้งโจว นครฉางชุน นครเหอเฝย นครฮาร์บินและเมืองหนิงโป

เป็นต้น   

– เมืองระดับ 3 (三线城市)จำนวน 73 เมือง อาทิ  นครไห่โข่ว นครอูลูมูฉี เมืองเสาซิง มืองซานย่าและเมืองออร์โดส เป็นต้น

– เมืองระดับ 4 (四线城市)จำนวน 76 เมือง อาทิ เมืองไถโจว เมืองจางเจียโข่ว เมืองไท่ชาง และเมืองจั้นเจียง เป็นต้น

– เมืองระดับ 5 (五线城市)จำนวน 200 เมือง อาทิ เมืองยวี้ซี เมืองถงหลิง เมืองซู่โจว และเมืองเหอเจ๋อ เป็นต้น



ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในฐานะเมืองระดับ 1 หน้าใหม่ที่ชื่อว่า นครเฉิงตู 

จากนโยบายการพัฒนาภูมิภาคจีนตะวันตกของรัฐบาลกลางที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2543 ที่ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นสากลเข้าสู่พื้นที่ของจีนตอนใน เพื่อสร้างความทัดเทียมกับพื้นที่เศรษฐกิจแถบภูมิภาคชายทะเลฝั่งตะวันออก ตลอดจน ตั้งเป้าผลักดันให้ภูมิภาคจีนตะวันตกกลายเป็นแหล่งการลงทุนแห่งใหม่ที่มีศักยภาพการแข่งขันในเวทีระดับสากล โดยมีนครเฉิงตู มณฑลเสฉวนเป็นจุดศูนย์กลางของการพัฒนาดังกล่าว

ปัจจุบัน นครเฉิงตูได้กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากจากทั่วโลกในการกระโดดขึ้นเป็นหนึ่งในเมืองที่เปี่ยมด้วยศักยภาพการพัฒนาสูงสุดของจีนในตอนนี้ จากอานิสงส์นโยบายการพัฒนาภูมิภาคจีนตะวันตกที่เป็นกลไลสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ และที่สำคัญ นครเฉิงตูยังได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองระดับ 1 จากการสำรวจครั้งล่าสุดของ “CBNweekly” สื่อชั้นนำด้านการเงินและเศรษฐกิจของจีน

 



โดยนครเฉิงตู ประสบความสำเร็จจากการจัดอันดับในครั้งนี้ในฐานะผู้นำหน้าใหม่ของเมืองระดับ 1 ของจีน ซึ่งสะท้อนออกมาจากปััจจัยสำคัญหลายๆ ด้าน ได้แก่

1.ค่าความเชื่อมั่นเชิงยุทธศาสตร์ทางการเมืองและธุรกิจ ปรากฎให้เห็นจาก ปัจจุบันนครเฉิงตูมีบริษัท 500 อันดับแรกของโลกเข้ามาลงทุนแล้วทั้งสิ้น 248 ราย มีเส้นทางการบินระหว่างประเทศ 70 สายการบิน และมีสถานกงสุลใหญ่ต่างประเทศ 10 แห่ง รวมทั้งสถานกงสุลใหญ่ไทยของเราด้วย ซึ่งทั้ง 3 ด้านดังกล่าวนครเฉิงตูนำโด่งมาเป็นอันดับหนึ่ง

อีกทั้งการเป็นสถานีปลายทางยอดนิยมของการเข้ามาทำงานและตั้งถิ่นฐานของนักศึกษาจบใหม่ ซึ่งเป็นการชี้ชัดอย่างยิ่งสำหรับการเป็นเมืองสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาองค์กรและการจัดตั้งกิจการ รวมถึงการขยายธุรกิจของวิสาหกิจต่างๆ ในแผ่นดินจีน

2.การขยายตัวของตัวเลขทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2555 นครเฉิงตูมีมูลค่าการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรมากถึง 589,000 ล้านหยวน ขยายตัว 17.7% ครองสัดส่วนที่ 1.6% ในจีน ซึ่งเป็นเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศถึง 8,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 7.7 % ของการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจากต่างประเทศทั่วจีน

ด้านการค้าระหว่างประเทศของนครเฉิงตูมีมูลค่ารวมที่ 47,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 1.6%ของมูลค่าการนำเข้าส่งออกทั่วจีน และมีมูลค่าการค้าปลีกในพื้นที่สูงถึง 331,770 ล้านหยวน อีกทั้งมีจำนวนการย้ายถิ่นฐานเข้า-ออกของประชาชนในพื้นที่กว่า 4,650,000 ราย ครองสัดส่วน 28% ของจำนวนประชาชนตามสำมะโนครัวท้องถิ่น

นอกจากนี้ นครเฉิงตูยังมีสถาบันการศึกษาแนวหน้าของจีนอีกกว่า 50 แห่งซึ่งในแต่ละปีสามารถผลิตบุคลากรได้เป็นจำนวนมากทั้งบุคคลากรที่สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจำนวน 160,000 รายและจากที่สำเร็จการศึกษาภาควิชาชีพอีกกว่า 100,000 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้บ่งบอกให้เห็นถึงความสมบูรณ์และมีศักยภาพในด้านเงินลงทุน การค้าขายกับต่างประเทศ บุคลากรและตลาดแรงงาน ตลอดจนอัตราการบริโภคของประชาชนในท้องถิ่น

 

ภาพ เขตอุตสาหกรรมเกาซินของนครเฉิงตู

3.ความเป็นตลาดเศรษฐกิจเิกิดใหม่ โดยในปี 2554 ฟอร์จูน นิตยสารเศรษฐกิจชื่อดังของสหรัฐฯ ได้ยกย่องให้ นครเฉิงตูเป็นเมืองเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงที่สุดในโลก และในช่วงต้นเดือน มิ.ย.56 ฟอร์จูน ยังได้เลือกนครเฉิงตูเป็นสถานที่จัดการประชุม “Fortune Global Forum 2013” ครั้งที่ 12 รวมทั้ง ในช่วงปลายเดือน ก.ย.56 นครเฉิงตูยังได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัด การประชุมนักธุรกิจเชื้อสายจีนทั่วโลก ครั้งที่ 12 อีกด้วย

ในขณะเดียวกัน ปี 2556 นครเฉิงตูยังได้รับการยกย่องจากสื่อชั้นนำในจีนให้เป็นเมืองที่มีการจัดแสดงงานแฟร์มากที่สุดในจีนตอนใน รวมถึง การเป็นเมืองเป้าหมายการลงทุนด้านห้างสรรพสินค้ากว่า 110 โครงการ มากเป็นอันดับหนึ่งของจีนและอันดับที่ 3 ของโลก ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึง ความเนื้อหอม ที่สามารถดึงดูดให้หน่วยงานและบริษัทชั้นนำต่างๆ หันมาให้ความสำคัญและยินดีที่จะคัดเลือกให้นครเฉิงตูเป็นสถานีปลายทางในการจัดกิจกรรมและการประชุมระดับนานาชาติ

 

แรงผลักดันจากทุกฝ่ายสานฝัน นครเฉิงตู สู่หนึ่งในเมืองเศรษฐกิจหลักของจีน

แม้ว่าในปััจจุบัน วงล้อเศรษฐกิจของจีนกำลังชะลอตัวลง อันเนื่องจากผลกระทบของเศรษฐกิจที่ตกต่ำในตลาดโลก ดังนั้นจีนจำเป็นต้องปรับกระบวนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จึงเกิดเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ที่ชื่อว่า การสร้างเมืองใหม่ โดยเน้นการพัฒนาภายในประเทศเป็นสำคัญ ส่งผลให้ทุกๆ เมืองในจีนต่างมุ่งมั่นพยายามที่จะยกระดับตนเองในการก้าวขึ้นเป็นหัวเมืองชั้นนำเพื่อเตรียมรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง

โดยการก้าวขึ้นเป็นหัวเมืองหลักของการพัฒนาในจีนต้องอาศัยความพร้อมหลายๆ ด้าน อาทิ มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีสาธารณูปโภคพื้นฐานอันทันสมัย การคมนาคมโลจิสติกส์ที่สะดวก มีกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง มีสถานะทางการเมืองที่มั่นคง และมีอิทธิพลทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจต่อเมืองรอบๆ อาณาเขต ตลอดจนสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การผลักดันและสนับสนุน จากทั้งภาครัฐและเอกชน

 

ซึ่ง ณ วันนี้ สามารถกล่าวได้ว่า นครเฉิงตู เขตพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของจีนตะวันตก สามารถบรรลุตามเป้าหมายความสำเร็จที่ได้ตั้งไว้ไปหนึ่งช่วงตัวแล้ว

 

“CBNweekly” มองว่า แม้นครเฉิงตู อาจจะไม่ได้ถ่ายทอดหรือแสดงความสำเร็จให้ได้ประจักษ์ในทุกด้าน อาทิ ด้านขนาด GDP และรายได้ของประชาชน แต่ทว่า นครเฉิงตูมีสิ่งอื่นอีกหลายๆ อย่างที่นำมาทดแทน ได้แก่ ความน่าอยู่อาศัยของเมือง ความสะดวกสบายในตัวเมือง รวมทั้งความทะเยอทะยานที่แฝงด้วยศักยภาพทางการแข่งขัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถดึงดูดและโน้มน้าวให้ทุกคนมุ่งกระแสความสนใจสู่ดินแดนอันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้   

 

ทั้งนี้ หากมองจากสถานการณ์เศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน พบว่า นักธุรกิจและนักลงทุนกำลังครุ่นคิดกันขนานใหญ่ ในการเลือกเมืองที่จะขยายการเติบโตของธุรกิจ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในตลาดหัวเมือง โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ เริ่มมองข้ามการลงทุนในเมืองที่มีขนาดใหญ่และเริ่มที่จะอิ่มตัวทางเศรษฐกิจ อาทิ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจว นครเซินเจิ้น เป็นต้น

 

โดยเปลี่ยนมาให้ความสนใจและใช้โอกาสรุกเข้าหาตลาดหัวเมืองรอง ที่ปัจจุบันประชาชนในท้องถิ่นมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กอปรกับพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง หันมาสนใจในคุณภาพสินค้ามากกว่าที่จะเลือกซื้อสินค้าในราคาถูกแต่คุณภาพต่ำ

ทำให้เิกิดเป็นคำกล่าวที่ว่า ลมเปลี่ยนทิศ อันหมายถึงทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มเคลื่อนย้ายสู่จีนตอนในอันเป็นที่ตั้งของภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศ โดยนครเฉิงตู ศูนย์กลางการพัฒนาในพื้นที่ดังกล่าวได้รับอานิสงส์อย่างที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้


จะเห็นได้ว่า การที่ นครเฉิงตู ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำของเมืองระดับ 1 ของจีนในครั้งนี้ เปรียบเสมือนเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นการพัฒนาและเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่ อันเกิดจากแรงสนับสนุนจากทุกฝ่ายทั้งจากภาครัฐและเอกชน ตลอดจนความเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมที่จะทะยานขึ้นมาเป็นหัวเมืองสำคัญแห่งการพัฒนาในจีน นำไปสู่การต่อยอดเพื่อส่งแรงกระตุ้นให้ พญามังกรจีน ผงาดขึ้นครองผู้นำเศรษฐกิจโลกอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่ช้า

 

จัดทำโดย นายธวัช มหิตพงษ์

             วันที่ 10 ม.ค.2557

แหล่งทีีมา นสพ.เฉิงตูซังเป้า ฉบับวันที่ 16 ธ.ค.2556    

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน