เหตุการณ์สำคัญ “การตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมของแดนมังกร”

20 Jan 2014

มลภาวะหมอกควันมลพิษ

เมื่อ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง และเขตเศรษฐกิจจิงจินจี้ (ปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย) ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญ 3 อันดับแรกของจีน ได้ประสบปัญหามลพิษทางอากาศทุกปี โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นปี 2556 เป็นต้นมา พื้นที่หลายแห่งทางภาคเหนือและภาคกลางของจีนได้ประสบภาวะหมอกควันหนาปกคลุมติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะกรุงปักกิ่งซึ่งเป็นเมืองที่เกิดมลภาวะอย่างรุนแรง บางครั้งในขณะที่ขับรถยนต์บนท้องถนน สามารถมองเห็นระยะทางข้างหน้าไม่เกิน 100 เมตร และตัวเลขระดับของฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน (PM 2.5) พุ่งสูงขึ้นถึง 900 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับ 25 ไมโครกรัมซึ่งเป็นระดับที่องกรค์อนามัยโลกระบุเป็นมาตรฐานที่ปลอดภัยต่อสุขภาพกว่าหลายสิบเท่า

มลภาวะหมอกควันพิษครั้งนี้เกิดจากการเผาถ่านหินและการปล่อยไอเสียจากรถยนต์ การสูดหมอกควันพิษเข้าไป จะทำให้มีอาการแสบตา ระคายคอ จามและน้ำจมูกไหล หายใจติดขัด เกิดโรคระบบ ทางเดินหายใจ ถ้าหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีหมอกควันพิษนาน ๆ จะทำให้เกิดเป็นมะเร็งปอดได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันต้นเอง ประชาชนจึงต่างพากันใส่หน้ากากกรองฝุ่นละอองเมื่อออกนอกบ้าน

เทศบาลท้องถิ่นที่ดูแลเมืองที่เกิดมลภาวะข้างต้นต่างดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว เช่น ระงับการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง ยุติการผลิตในโรงงานฮุนไดเป็นเวลา 1 วัน รวมถึงปิดโรงงานซีเมนต์และโรงงานเคมี ตลอดจนโรงงานหลอมโลหะและอุปการณ์การก่อสร้าง เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจจีน และทำให้รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น และตระหนักถึงความจำเป็นและความเร่งด่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คุณภาพอากาศทั่วประเทศจีนในช่วงครึ่งปีแรกปี 2556

ปี 2556 หลายมณฑลทั่วจีนได้เผชิญกับภาวะหมอกควันพิษ โดยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 ได้มีการสำรวจมาตรฐานคุณภาพอากาศ (GB3095 – 2012) ของ 74 เมือง โดยผลสำรวจชี้ว่า จำนวนวันที่ได้มาตรฐานโดยเฉลี่ยครองสัดส่วนร้อยละ 54.8 ซึ่งเท่ากับว่าจำนวนวันที่คุณภาพอากาศไม่ได้มาตรฐานครองสัดส่วนร้อยละ 45.2 โดยวันที่มีมลพิษเล็กน้อยสัดส่วนร้อยละ 25.4 มลพิษปานกลาง ร้อยละ 9.5 มลพิษรุนแรง ร้อยละ 7.5 มลพิษรุนแรงมาก ร้อยละ 2.8 โดย 11 เมืองอย่างไหเข่า โจวซาน ฝูโจว เซี่ยเหมิน และเซินเจิ้น จำนวนวันที่ได้มาตรฐานครองสัดส่วนร้อยละ 80 – 100 และอีก 35 เมือง อาทิ โฝซานและลี่สุ่ย มีจำนวนวันที่คุณภาพอากาศได้มาตรฐาน ร้อยละ 50 – 80 และอีก 28 เมืองที่เหลืออย่างสิงถายและหันตัน จำนวนวันที่ได้มาตรฐานไม่ถึงร้อยละ 50 โดยฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 และโอโซนเป็นสารมลพิษหลัก ซึ่งครองสัดส่วนร้อยละ 63.4 และ 20.1 ตามลำดับ

มาตรการการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

กระทรวงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติจีนได้ออกประกาศ “การดำเนินโครงการกำกับดูแลธุรกิจที่ปล่อยมลพิษอย่างผิดกฎหมายเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชนประจำปี 2556” โดยระบุภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในปี 2556 ได้แก่

1) การตรวจสอบและปราบปรามปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อม ที่ประชาชนฟ้องร้องอย่างรุนแรง โดยเฉพาะปัญหาการทำลายคุณภาพของอากาศ ปัญหาน้ำเสียทำลายน้ำใต้ดิน

2) ควบคุมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของธุรกิจที่มีการปล่อยมลพิษสูง อาทิ ธุรกิจการหล่อหลอมโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ธุรกิจการผลิตแบตเตอรี่สะสมไฟฟ้าแบบตะกั่ว ธุรกิจการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า เป็นต้น

3) ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมการผลิตยาอย่างรอบด้าน

ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแผนดำเนินการบำบัดมลพิษทางอากาศ เมื่อถึงปี 2560 ระดับความเข้มข้นโดยเฉลี่ยของPM 2.5 จะต้องลดลงร้อยละ 10 โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง และเขตเศรษฐกิจจิงจินจี้ จะต้องปรับความเข้มข้น PM 2.5 ให้ลดลงได้มากกว่าร้อยละ 10 ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจีนได้ดำเนินการลงนามหนังสือความรับผิดชอบเป้าหมายการปรับคุณภาพอากาศกับรัฐบาล 31 มณฑล/เขตปกครองตนเอง/นครทั่วจีน

ปัจจุบัน กระทรวงฯ กำลังจัดทำระเบียบบริหารการตรวจสอบผลปฏิบัติงานการปรับคุณภาพอากาศ โดยแต่ละปีจะมีการประเมินผลการปรับปรุงคุณภาพอากาศตามแต่ละพื้นที่ และจะนำผลการประเมินดังกล่าว เป็นเกณฑ์สำคัญประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้นำในพื้นที่นั้น ๆ นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังจัดทำงบประมาณสำหรับการบำบัดมลพิษทางอากาศ และนโยบายส่งเสริมการบำบัดมลพิษทางอากาศต่าง ๆ เช่น แผนการดำเนินงานส่งเสริมการบำบัดมลพิษของธุรกิจพลังงาน ระเบียบการปรับลดปริมาณการใช้ถ่านหินและการตรวจสอบ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จีนเอาจริงกับ “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” ขนาดนี้ ธุรกิจล้าสมัยหลายประเภท (ธุรกิจสิ้นเปลืองพลังงาน ธุรกิจที่สร้างมลพิษสูง) ถูกทางการจีนบีบให้ปรับปรุงเทคโนโลยีหรือถูกสั่งปิดกิจการ ขณะเดียวกัน จากแนวทางการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาลสามารถคาดการณ์ว่า ภาคธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ จะได้รับการส่งเสริมในอนาคต

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน