รัฐบาลจีนแน่จริงขนาดไหน? ทำไม SMEs จีนถึงมีอนาคตไกลขนาดนี้? (เจาะลึกนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจขนาดเล็กของจีน)
14 Nov 2014"SMEs (Small and Medium-sized Enterprises)” คือ วิสาหกิจขนาดย่อม-กลาง ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้มีศักยภาพเทียบเท่ากับวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของหลายประเทศเช่นกัน จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่ภาครัฐของแต่ละประเทศมิอาจมองข้าม!!
บทบาท SMEs ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและภาพรวมทั้งประเทศเท่านั้น แต่รวมไปถึงการสร้างสรรค์สินค้า บริการ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วย อันช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับในประเทศจีน SMEs มีบทบาทในระบบเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันไม่น้อย โดยในปี 2556 SMEs จีนได้สร้างมูลค่าทางสินค้าและบริการเทียบเท่ากับร้อยละ 60 ของ GDP ทั้งจีน มีการชำระภาษีคิดเป็นร้อยละ 50 ของรายได้ภาษีทั้งประเทศ ตลอดจนมีการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์คิดเป็นร้อยละ 65 จากทั้งหมดในจีน และได้สร้างสรรค์สินค้าใหม่มากกว่าร้อยละ 80 ของสินค้าใหม่ทั่วประเทศจีน
ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ คือ กลุ่มวิสาหกิจขนาดเล็กของจีน ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในกลุ่ม SMEs ได้ช่วยสร้างอาชีพให้กับประชาชนจีนมากถึง 150 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการสร้างตำแหน่งใหม่มากกว่าร้อยละ 70 ของตำแหน่งงานใหม่ทั้งหมดในจีน จนได้รับกล่าวขานว่าเป็น “สนามแม่เหล็ก” ดึงดูดงานใหม่ที่สำคัญของจีน
ไม่เพียงเท่านี้ กลุ่มวิสาหกิจขนาดเล็กยังถือเป็นกลุ่มธุรกิจหลักในระบบเศรษฐกิจจีน จากสถิติปี 2556 พบว่า วิสาหกิจทุกประเภทในจีนมีจำนวนรวมประมาณ 15.28 ล้านราย แบ่งเป็นวิสาหกิจขนาดเล็กจำนวนกว่า 11.7 ล้านราย ซึ่งครองสัดส่วนร้อยละ 76.57 ของทั้งหมด ทั้งนี้ หากนำกลุ่มธุรกิจรายย่อย (ธุรกิจส่วนตัว/ธุรกิจครอบครัว) อีกจำนวน 44.36 ล้านรายนับรวมเข้าไปกับวิสาหกิจทุกประเภทในจีนด้วยแล้ว วิสาหกิจขนาดเล็กมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 94.15 ของวิสาหกิจทุกประเภทในจีน!!
ตลอดช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ SMEs อย่างต่อเนื่องเป็นทุนอยู่เดิมแล้ว ประกอบกับวิสาหกิจขนาดเล็กมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนอย่างมาก นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงจึงได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบนเข็มมามุ่งเน้นสนับสนุนการเติบโตของวิสาหกิจขนาดเล็กของจีนเป็นสำคัญ ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่งก็ล้วนส่งเสียงตอบรับรัฐบาลกลางจีนกันเป็นอย่างดี
ทำไม SMEs จีนจึงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง? รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดเล็กมากเพียงใด? สามารถค้นหาคำตอบได้จากบทความฉบับนี้ โดยศูนย์ BIC เซี่ยงไฮ้ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ 6 นโยบายใหม่ล่าสุดที่สนับสนุนการเติบโตของวิสหากิจขนาดเล็กในจีน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ตามมติในที่ประชุมสำนักนายกรัฐมนตรีจีนเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2557
นโยบายที่ 1 : ลดขั้นตอนอนุมัติ.. ขจัดระบบ “ส่วย”.. ช่วยธุรกิจตั้งตัวง่ายขึ้น!!
เป็นที่ทราบกันดีว่า กว่าจะตั้งบริษัทใดบริษัทหนึ่งในจีนได้สำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งต้องผ่านการยื่นเรื่องขออนุมัติหลายหน่วยงานหลากระดับตั้งแต่หน่วยงานขั้นต้นจนถึงขั้นสูง แต่ละขั้นตอนก็ต้องใช้เวลานาน และบางครั้งอาจต้องถูกขูดรีดเรียกเก็บ “ส่วย” ถึงจะได้รับความสะดวกในการดำเนินการมากขึ้น เรียกได้ว่ากว่าจะได้รับทะเบียนพาณิชย์มาประกอบธุรกิจ ทำเอาผู้ประกอบการรายย่อย ๆ ต้องเสียแรงกายแรงใจไปไม่น้อย
ล่าสุด เพื่อให้วิสาหกิจขนาดเล็กสามารถก่อตั้งธุรกิจได้ง่ายขึ้น รัฐบาลจีนจึงมีนโยบายลดขั้นตอนการอนุมัติธุรกิจ พร้อมทั้งปราบปรามการเรียกเก็บ “ส่วย” หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็น เพื่อลดภาระและป้องกันมิให้กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดเล็กถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐในบางหน่วยงาน โดยในปัจจุบันมีหลายพื้นที่ในจีนได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว อาทิ

นโยบายที่ 2 : ให้สิทธิพิเศษทางภาษี.. BT / VAT ไม่ต้องจ่าย.. ภาษีเงินได้รับสิทธิ์ลด 2 ต่อ!!
ตลอดช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้มีนโบายสนับสนุนการเติบโตของวิสาหกิจขนาดเล็กด้วยการให้สิทธิพิเศษทางภาษีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เรียกเก็บภาษีธุรกิจ (BT : Business Tax) กับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT : Value Added Tax) กับวิสาหกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยที่มียอดจำหน่ายต่อเดือนไม่เกิน 20,000 หยวน
ล่าสุด กระทรวงการคลังและสำนักงานสรรพากรแห่งชาติจีนได้ประกาศนโยบายให้สิทธิพิเศษฉบับใหม่ เพื่อส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดเล็กมีการเติบโตที่ดีกว่าเดิม โดยได้ขยายฐานการยกเว้นเก็บภาษีจากยอดจำหน่ายต่อเดือนที่ 20,000 หยวนเป็น 30,000 หยวน ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558 (รวมระยะเวลา 1 ปีกว่า) ดังนั้น หากวิสาหกิจหรือผู้ประกอบการรายใดมียอดจำหน่ายต่อเดือนไม่ถึง 30,000 หยวน ก็ไม่ต้องจ่ายภาษี BT และ VAT
นอกจากนี้ สำนักงานสรรพากรแห่งชาติจีนยังได้กำหนดสิทธิพิเศษให้วิสาหกิจขนาดเล็กที่มียอดฐานการคำนวณภาษีต่อปีไม่เกิน 100,000 หยวน โดยการนำยอดรวมดังกล่าวหารครึ่งหนึ่ง แล้วนำยอดที่เหลือไปคำนวณการชำระภาษีเงินได้ที่อัตราร้อยละ 20 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 โดยถือเป็นการให้สิทธิพิเศษลดภาษี 2 ต่อสำหรับวิสาหกิจ
ตัวอย่างการคำนวณสิทธิพิเศษลดภาษี 2 ต่อของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
1. ยอดฐานการคำนวณภาษีต่อปี 100,000 หยวน นำมาคำนวณจริงเพียง 50,000 หยวน (100,000 หาร 2)
2. นำยอด 50,000 หยวน มาคำนวณการชำระร้อยละ 20 ซึ่งจะเท่ากับ 10,000 หยวน
3. ลดสิทธิพิเศษที่เขตปกครองมองโกเลียในมอบให้วิสาหกิจอีกร้อยละ 40 จากยอด 10,000 หยวน ซึ่งจะทำให้วิสาหกิจต้องชำระภาษีเงินได้จริงเพียง 6,000 หยวนเท่านั้น
*** ก่อนหน้าการดำเนินนโยบายลดภาษี 2 ต่อนั้น วิสาหกิจต้องชำระภาษีเงินได้ร้อยละ 25 ของยอดฐานการคำนวณภาษีต่อปี โดยหากคิดที่ 100,000 หยวน ก็เท่ากับว่าต้องเสียภาษีเงินได้ต่อปีที่ 25,000 หยวน ***
นโยบายที่ 3 : กระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ.. ช่วยเหลือด้านเงินทุน.. รัฐบาลสนับสนุนเงินชดเชย
หากพูดถึงเรื่องการก่อตั้งธุรกิจใด ๆ ก็ตาม “เงินทุน” ถือเป็นปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวิสาหกิจขนาดเล็ก ซึ่งมักประสบปัญหาเรื่องเงินทุนไม่เพียงพอในการดำเนินหรือขยายธุรกิจ
จากผลจากการสำรวจเมื่อปี 2556 พบว่า แหล่งที่มาเงินทุนวิสาหกิจขนาดเล็กในจีนส่วนใหญ่ยังคงเป็นเงินทุนส่วนบุคคล (ร้อยละ 79.5) รองลงมาเป็นการกู้ยืมสถาบันการเงิน (ร้อยละ 35.9) และการกู้ยืมนอกระบบ (ร้อยละ 5.6) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า วิสาหกิจขนาดเล็กยังจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญ และยังขาดแหล่งเงินกู้เพื่อมาดำเนินธุรกิจ
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจีนจึงมีนโยบายสนับสนุนให้สถาบันการเงินขยายโอกาสในการปล่อยสินเชื่อให้แก่วิสาหกิจขนาดเล็กมากขึ้น โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะมอบเงินชดเชยหรือเงินรางวัลให้แก่สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อให้แก่วิสาหกิจขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้มีมณฑลเจียงซูและมณฑลอานฮุยได้ดำเนินนโยบายดังกล่าวแล้ว

นโยบายที่ 4 : ใครเปิดตำแหน่งงาน.. รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุน.. ลดต้นทุนให้วิสาหกิจ
"การว่างงาน” ถือเป็นปัญหาที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ การช่วยให้กลุ่มบัณฑิตที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและบุคคลพิเศษบางกลุ่มมีอาชีพที่สามารถหล่อเลี้ยงตนเองได้ด้วยเหตุที่วิสาหกิจขนาดเล็กมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของวิสาหกิจ
ทุกประเภทในจีน และถือเป็นแหล่งสร้างงานใหม่ที่สำคัญให้กับประชาชนจีน ดังนั้น รัฐบาลจีนจึงได้มีนโยบายช่วยเหลือวิสาหกิจที่ให้โอกาสงานกับบุคคลบางกลุ่มด้วยการให้เงินอุดหนุน ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยผ่อนภาระให้แก่วิสาหกิจแล้ว ยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาการว่างงานอีกทางหนึ่งด้วย ขณะนี้มณฑลเจียงซูและมณฑลซานตงได้มีนโยบายสนับสนุนในลักษณะนี้แล้ว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้



นโยบายที่ 5 : จัดงบประมาณเฉพาะกิจ.. ให้สิทธิพิเศษสำหรับสาขาวิสาหกิจที่ส่งเสริม
ตลอดช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ให้การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ SMEs อย่างต่อเนื่อง แต่เป็นการสนับสนุนในภาพรวมที่ไม่ได้เจาะจงในสาขาใดสาขาหนึ่ง ล่าสุดทางการจีนได้มุ่งเน้นปรับเปลี่ยนโครงสร้างการพัฒนา SMEs ให้เติบโตอย่างมีระบบ โดยมีการจัดสรรงบประมาณเฉพาะทางสำหรับการพัฒนาสาขาธุรกิจที่ต้องการส่งเสริมเป็นพิเศษ ซึ่งปัจจุบันมี 3 พื้นที่ในจีนได้ดำเนินการสนับสนุน SMEs ในรูปแบบดังกล่าวแล้ว ได้แก่

นโยบายที่ 6 : มุ่งมั่นงานบริการ.. สร้างระบบฐานข้อมูล.. เพิ่มพูนความรู้ด้านนโยบาย
ต้องยอมรับว่า วิสาหกิจขนาดเล็กมักจะยังไม่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ข้อมูลต่าง ๆ จึงนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้วิสาหกิจสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ซึ่งรัฐบาลจีนเองก็ได้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้มีนโยบายที่จะสร้างฐานข้อมูลเพื่อให้บริการข้อมูลและให้คำปรึกษากับวิสาหกิจรุ่นใหม่เป็นการเฉพาะ เพื่อส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดเล็กสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยในปัจจุบันนครเซี่ยงไฮ้และมณฑลซานซีล้วนให้ความสำคัญกับการก่อสร้างศูนย์บริการ SMEs และจัดทำเว็บไซต์ฐานข้อมูลธุรกิจตามนโยบายของรัฐบาลกลาง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้


ข้อมูลทั้งหมดในบทความฉบับนี้ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีว่าทำไมSMEs จีนจึงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สามารถพูดได้ว่า SMEs วิสาหกิจขนาดเล็ก และผู้ประกอบรายย่อยในจีนได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นแต่ละมณฑล ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการจีนมีอนาคตที่ก้าวไกล และเติบโตไปพร้อมกับระบบเศรษฐกิจของจีน
สำหรับในส่วนของผู้ประกอบการ SMEs ไทยที่มีโอกาสได้อ่านบทความฉบับนี้ ก็อย่าได้รู้สึกอิจฉา SMEs จีนที่มีภาครัฐสนับสนุน เพราะหน่วยงานภาครัฐของไทยก็มีนโยบายสนับสนุนและผลักดันให้ SMEs ไทยเติบโตอย่างมั่นคงเช่นกัน ดังนั้น ท่านผู้ประกอบการ SMEs ไทยอาจมองย้อนกลับไปว่า ยังมีส่วนไหนที่หน่วยงานภาครัฐจะช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของท่านได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่สนใจจะขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

(ข้อมูลเพิ่มเติม)
แตกต่างอย่างไร? เปรียบเทียบ “SMEs” ไทยกับจีน!!
หากพูดถึงวิสาหกิจขนาดย่อม – กลาง (SMEs) ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกคงมีการให้คำนิยามและการกำหนดเกณฑ์วัดที่แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แน่นอนว่าประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ขนาดและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของ SMEs ก็ย่อมมีความแข็งแกร่งและก้าวหน้ากว่าประเทศที่เศรษฐกิจเจริญน้อยกว่า ทั้งนี้ สามารถกล่าวได้ว่า SMEs ของประเทศเล็ก ๆ ทั่วไปคงจะไม่สามารถเทียบเท่ากับ SMEs ของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก
ด้วยเหตุนี้ หากพูดถึงขนาดเศรษฐกิจของไทยและจีนแล้ว ต้องยอมรับว่าจีนมีความเจริญทางเศรษฐกิจมากกว่าไทยหลายเท่าตัว!! ดังนั้น หากเปรียบเทียบ SMEs ของไทยกับจีนแล้ว ถึงกับสามารถพูดได้ว่า SMEs ของจีนนั้นเทียบเท่ากับวิสาหกิจขนาดกลาง – ใหญ่ของไทยเลยทีเดียว ขณะที่ SMEs ของไทยเทียบเท่ากับวิสาหกิจขนาดเล็กของจีนเท่านั้น!!
ทั้งนี้ หากทำการเปรียบเทียบนิยาม SMEs ของไทยและวิสาหกิจขนาดเล็กของจีน จะเห็นความสัมพันธ์ที่ใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน โดยสามารถดูจากตัวอย่างการเปรียบเทียบรายละเอียดของจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ถาวร ดังนี้

หมายเหตุ : ข้อมูลประกอบจากเว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) http://www.sme.go.th/Pages/Define.aspx และเว็บไซต์สารานุกรมไป่ตู้ http://baike.baidu.com
****************************
จัดทำโดย นายโอภาส เหลืองดาวเรือง
ข้อมูลประกอบโดย นางสาววรางคณา ศศิธร และ Ms. Agnes Zhang(章晓琴)
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ข้อมูลอ้างอิง : www.sme.gov.cn , www.shsme.net , www.jste.gov.cn , www.mofcom.gov.cn , www.ocn.com.cn , www.ahwang.cn , finance.ce.cn , www.gov.cn และ www.shanghai.gov.cn
ที่มาภาพประกอบ : cdn.vyapaari.in , www.thebiponline.co.uk , thumb7.shutterstock.com , www.chinalogistics.com , img1.shenchuang.com , files.iaechina.net.cn , www.logbookloansreview.co.uk , www.hotelorazia.it , news.gtp.gr , 4.bp.blogspot.com , kessbenfm.com , inside.cm.mahidol.ac.th , paper.zbnews.net
