มณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งร่วมมือกันสร้างศูนย์กลางด้านการบริโภคระดับนานาชาติ
30 Jul 2025
เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๘ สำนักงานพาณิชย์มณฑลเสฉวนเปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์มณฑลเสฉวน ร่วมกับคณะกรรมการพาณิชย์นครฉงชิ่ง ได้ร่าง “แผนปฏิบัติการความร่วมมือเสฉวน-ฉงชิ่งเพื่อการสร้างจุดหมายปลายทางด้านการบริโภคระดับนานาชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๘–๒๕๗๐)” (ฉบับร่างเพื่อขอรับความเห็น) ซึ่งอยู่ระหว่างเปิดให้สาธารณชนแสดงความคิดเห็น โดยแผนปฏิบัติการฯ เป็นกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะ ๓ ปีระหว่างมณฑลเสฉวนและเทศบาลนครฉงชิ่ง ที่ตั้งเป้ายกระดับพื้นที่ทั้งสองให้เป็น “ศูนย์กลางด้านการบริโภคระดับนานาชาติ” (International Consumption Destination) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ (๑) ยกระดับศักยภาพตลาดการบริโภคของมณฑลเสฉวน – นครฉงชิ่ง (๒) สร้างแบรนด์ร่วมระดับภูมิภาค ได้แก่ ShuYu Lifestyle และ (๓) ส่งเสริมให้ภูมิภาคกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว การจับจ่าย และการบริโภคระดับโลก
เป้าหมายและทิศทางสำคัญของแผน
แผนปฏิบัติการนี้มุ่งพัฒนาเมืองศูนย์กลางการบริโภคระดับนานาชาติรูปแบบใหม่ โดยมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งจะร่วมกันสร้างแบรนด์ “ShuYu Lifestyle” ซึ่งมีนัยถึงความสะดวกสบายแบบเสฉวนและความพึงพอใจแบบฉงชิ่ง รวมถึงมีเอกลักษณ์เฉพาะของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของตลาดการบริโภคในภูมิภาคให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

โดยภายในปี ๒๕๗๐ มีเป้าหมาย:
- ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคในมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่ง รวมกันถึง ๕ ล้านล้านหยวน (๖๙๔.๔ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ
- จัดกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ มากกว่า ๒,๐๐๐ ครั้ง
- ดึงดูดแบรนด์เปิดร้านสาขาแรก (First Store) ในภูมิภาค มากกว่า ๒,๐๐๐ แบรนด์
- จำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศผ่านสองพื้นที่รวมกัน ทะลุ ๓ ล้านคนต่อปี
๔ ภารกิจหลักในแผน:
- การสร้างแพลตฟอร์มบริโภคคุณภาพสูงที่สะท้อนมาตรฐานระดับโลก
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลายอย่างสร้างสรรค์
- การสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จัก
- การยกระดับสภาพแวดล้อมด้านการบริโภคให้สะดวกสบายและเป็นมิตรตามมาตรฐานโลก

โดยระบุแผนปฏิบัติงานสำคัญ ๑๗ รายการ เช่น:
- สร้าง “ศูนย์การค้าระดับโลกที่มีชื่อเสียง” ผ่านการพัฒนาและบูรณาการย่านธุรกิจสำคัญ เช่น
- ศูนย์การค้าเจี่ยฟ่างเป่ย – ศูนย์การค้าเช้าเถียนเหมิน และถนนกว่านอินเฉียว ในนครฉงชิ่ง
- ถนนชุนซีลู่ – ไท่กู่หลี่ และถนนคนเดินตงเจียวจี้อี้ ในนครเฉิงตู
- พัฒนาถนนการค้าแบบมีเอกลักษณ์ เช่น ย่านเมืองโบราณหงหยาต้ง สวนเอ๋อหลิ่งเอ้อฉ่าง
เมืองโบราณฉือชี่โข่ว และถนนซอยแคบซอยกว้าง โดยเน้นการสร้างถนนการค้าที่เก่าแก่และมีเสน่ห์จากทั้งสองเมืองให้เป็นแบรนด์ร่วมที่เปิดกว้างและน่าจดจำ - สนับสนุนการยกระดับร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) และทดลองระบบคืนภาษีทันทีแบบ “ซื้อแล้วคืนทันที” ระหว่างมณฑลเสฉวนกับนครฉงชิ่ง
- ผลักดันให้มีร้านค้าที่ให้บริการคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมในย่านการค้าหลัก และพัฒนาระบบการชำระเงินที่สะดวก
- ร่วมกันพัฒนา:
- สัมผัสการท่องเที่ยววัฒนธรรมปาซู่[๑]ศูนย์อาหารนานาชาติปาซู่ศูนย์การแสดงนิทรรศการปาซู่แพลตฟอร์มกีฬาแบบอินเตอร์แอคทีฟ
- ศูนย์แฟชั่นนานาชาติปาซู่
- สมัครเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาใหญ่ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ
- ขับเคลื่อนนโยบายยกเว้นวีซ่า ๒๔๐ ชั่วโมงสำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง ให้สามารถเดินทางข้ามเขตระหว่างเฉิงตูและฉงชิ่งแบบ “เข้าเฉิงตู – ออกฉงชิ่ง” หรือ “เข้า – ออกสลับกันได้”
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ไร้รอยต่อ (seamless)
ประโยชน์ต่อไทย
แผนปฏิบัติการความร่วมมือระหว่างมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งในการสร้าง “ศูนย์กลางด้านการบริโภคระดับนานาชาติ” อาจเป็นประโยชน์ให้กับไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย และมณฑลเสฉวน – นครฉงชิ่งคือศูนย์กลางของจีนในภาคตะวันตกซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพในระยะยาว
ในเชิงเศรษฐกิจ แผนปฏิบัติการฯ เปิดโอกาสให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าอุปโภค – บริโภค วัตถุดิบทางอาหาร หรือสินค้าแฟชั่นเข้าสู่ตลาดจีนตะวันตกได้มากขึ้น เนื่องจากโครงการดังกล่าวเน้นการส่งเสริม “First Launch Economy” และ “แบรนด์ต่างประเทศ” ซึ่งเอื้อต่อแบรนด์ไทยที่ต้องการเข้าสู่จีนในฐานะ “ร้านแรกในภูมิภาค (First Store)” ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแปรรูป อาหาร แบรนด์เครื่องสำอาง แฟชั่นและสุขภาพ (wellness) ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน
ด้านการท่องเที่ยว ไทยจะได้ประโยชน์จากการที่นครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวนส่งเสริมการเป็น “Culture and Tourism Hub” ด้วยนโยบายยกเว้นวีซ่าเปลี่ยนเครื่อง ๒๔๐ ชั่วโมง หากไทยมีส่วนร่วมในแคมเปญการท่องเที่ยวของจีน ผ่านงานมหกรรมหรือโครงการร่วม เช่น งาน International Expo เทศกาลวัฒนธรรมปาซู่ ฯลฯ ก็จะสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวขาออก (Outbound Tourism)ของชาวจีนและขยายฐานนักท่องเที่ยวจีนในกลุ่มใหม่ที่ไม่ใช่เพียงชายฝั่งตะวันออกของจีนเหมือนในอดีต
ในด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ แผนความร่วมมือของจีนในระดับมณฑลสะท้อนแนวโน้ม “การเปิดประเทศแบบลึก” ของจีน (Deepening of Opening-Up) ไทยสามารถใช้โอกาสนี้สานสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น (Local-to-Local Diplomacy) ผ่านสถานกงสุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตหรือการเจรจาในระดับผู้ว่าราชการ เพื่อวางกรอบความร่วมมือในด้านที่เฉพาะเจาะจง เช่น เศรษฐกิจวัฒนธรรม การศึกษา และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ระหว่างจังหวัดในไทยกับนครเฉิงตู นครฉงชิ่ง หรือเมืองอื่น ๆในมณฑลเสฉวนได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยสร้างความคุ้นเคยและใกล้ชิดระหว่างประชาชนในทั้งสองพื้นที่ได้อีกด้วย
ปัจจุบัน จีนกำลังมุ่งสร้างอัตลักษณ์ใหม่ของเมืองภายในประเทศ โดยไม่ได้เน้นเพียงการบริโภคภายใน แต่ยังมุ่งเปิดกว้างไปสู่ความเชื่อมโยงกับโลก ซึ่งไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโมเดลใหม่นี้ ไม่เพียงในฐานะผู้ส่งออกหรือผู้รับนักท่องเที่ยว แต่ในฐานะ “หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา” ที่ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่กับจีนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนในอนาคต
[๑] 巴蜀 หรือ Ba Shu (ปาซู่): เป็นชื่อเรียกรวมของภูมิภาคโบราณที่ครอบคลุมมณฑลเสฉวนและเทศบาลนครฉงชิ่ง
ที่มาข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๘
๑. http://sc.people.com.cn/n2/2025/0630/c345167-41275628.html
๒. https://baijiahao.baidu.com/s?id=1837921546337990203&wfr=spider&for=pc
๓. https://wap.cq.gov.cn/zt/cyscjjq/xtfz/gjxfmdd/202506/t20250609_14697447.html
ที่มารูปภาพ:
๑. 699pc.com
