มณฑลส่านซีประกาศแผนปฏิบัติเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหาร

10 Sep 2015

รัฐบาลจีนประกาศใช้กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอาหารฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในวันที่ 1 ต.ค. นี้ โดยปรับปรุงจากกฎหมายเดิมปี 2009 ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยทางอาหารรวมไปถึงเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคภายในประเทศ กฎหมายฉบับใหม่จะเน้นการให้อำนาจแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการลงโทษแก่ผู้กระทำผิดรวมไปถึงการให้คำแนะนำเรื่องการผลิตและจัดทำสินค้าแก่ผู้บริโภคส่งเสริมการลงทุนและการก่อตั้งธุรกิจอาหารในประเทศจีน1ของวิสาหกิจต่างประเทศ

ในการนี้ มณฑลส่านซีประกาศแผนการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทางอาหารของมณฑล มีสนง.ตรวจสอบมาตรฐานอาหารและยามณฑลส่านซีเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักโดยประกาศใช้ “หลักการตรวจสอบความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์อาหารแบบเร่งด่วน(食品安全快速检测产品验证工作)” ดังนี้

1.การตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้สารเคมีหรือสารปรุงแต่งอาหาร

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้สารเคมีหรือสารปรุงแต่งอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการเช่น สารซูดานเรด สารโซเดียมฟอมัลดีไฮด์ (สารฟอกขาว) ฟอมาลีน บอแร็กซ์ กรดซัลฟิวริก ฯลฯ หากตรวจพบสินค้าที่ใช้สารต้องห้ามดังกล่าวจะมีบทลงโทษอย่างรุนแรง

2. การตรวจสอบคุณภาพสินค้าทางการเกษตร

2.1 สินค้าประเภทนม กำหนดให้ผู้ผลิตต้องมีใบอนุญาตการผลิต จัดให้มีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์จากนม หากพบว่ามีสารเสริมหรือสารปรุงแต่งที่ไม่ได้รับอนุญาตในผลิตภัณฑ์นม หน่วยงานภาครัฐมีอำนาจในการยึดใบอนุญาตประกอบกิจการ

2.2 ผลิตภัณฑ์จากพืช ผลไม้ อาหารสัตว์ ยารักษาสัตว์ กำหนดให้ต้องได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยและตรวจสอบสารตกค้างจากสารเคมีทางการเกษตรร้ายแรงที่ทางการจีนประกาศห้ามใช้ 5 ชนิด ได้แก่ 1) สารเมธามีโดฟอส 2) สารโมโนโครโตฟอส 3) สารเมธิลซัลไฟล์ 4) สารพาราไธออน 5) สารฟอสพามิดอล ที่เป็นสารเคมีป้องกันแมลงที่มีการตกค้างในปริมาณสูง

2.3 ผลิตภัณฑ์เกษตรออร์แกนิกส์ ผลิตภัณฑ์เกษตรสีเขียว ผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดมลพิษ ต้องมีตรารับรองผลิตภัณฑ์ในแต่ละประเภทตรงตามกลุ่มสินค้าอย่างชัดเจน

2.4 ให้มีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์เกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปเลียนแบบ ปลอมแปลงรวมถึงหน่วยงานภาครัฐมีอำนาจเข้าตรวจสอบร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

3. การผลิตและนำเข้าอาหารแปรรูป

3.1 การตรวจสอบมาตรฐานการผลิตและแปรรูปในวิสาหกิจผู้ผลิตสินค้ารวมถึงวิสาหกิจขนาดเล็กด้วย (ใบประกอบกิจการและใบอนุญาตผลิตและแปรรูปอาหาร)

3.2 หน่วยงานภาครัฐมีอำนาจในการตรวจสอบและดำเนินมาตรการกับสินค้าปลอมและสินค้าลอกเลียนแบบ 

3.3 สินค้านำเข้าประเภทอาหารทุกชนิดกำหนดให้แสดงฉลากกำกับภาษาจีนและติดตรารับรองสินค้านำเข้าที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว นอกจากนี้ผู้ผลิตที่ส่งออกหรือสำนักงานตัวแทนจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนบันทึกรายการสินค้าต่อหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่

3.4 สินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกต้องได้รับใบอนุญาตส่งออกสินค้า ใบรับรองสุขอนามัยพร้อมทั้งระบุรายละเอียดของสถานที่ผลิตและประเภทของสินค้าอย่างชัดเจน

4. กระบวนการในการผลิตอาหาร

กำหนดให้มีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตและแปรรูปอาหารรวมไปถึงการตรวจสอบใบรับรองสุขอนามัยและทะเบียนพาณิชย์

5. การตรวจสอบร้านอาหารรวมไปถึงสถานที่จำหน่ายอาหารขนาดใหญ่

กำหนดให้มีการสุ่มตรวจตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบไปจนถึงมาตรฐานของอาหารปรุงสุกและภายในร้านอาหารรวมไปถึงสถานที่จำหน่ายอาหารขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์อาหารขนาดใหญ่

6. การฆ่า/ชำแหละสัตว์เพื่อการบริโภค

กำหนดให้การฆ่าสัตว์เพื่อการบริโภคต้องดำเนินตามกฎหมายที่มณฑลส่านซีได้บัญญัติไว้ โดยกำหนดให้มีการสุ่มตรวจโรคจากสนง.ตรวจสอบและกักกันโรครวมไปถึงกองควบคุมและตรวจสอบโรคสนง.ปศุสัตว์

7. สินค้าเพื่อสุขภาพ

กำหนดให้การผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะที่มีส่วนผสมของยาต้องได้รับการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนจากสนง. มาตรฐานอาหารและยามณฑลส่านซี การควบคุมการเผยแพร่และโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ข้อมูล การบรรยายเพื่อสาธารณะ การแลกเปลี่ยนทางวิชาการและส่งเสริมการทดลองผลิตภัณฑ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

เพื่อให้สอดคล้องต่อจำนวนวิสาหกิจผู้ผลิตและแปรรูปอาหารในพื้นที่ที่มีปริมาณมากขึ้น ในช่วงแรกการทดลองระบบการตรวจสอบมาตรฐานฯ สนง.อาหารและยามณฑลส่านซีได้เปิดโอกาสให้วิสาหกิจที่ประสงค์จะรับการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยในอาหารของตนเองสามารถลงทะเบียนและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์สนง.ตรวจสอบมาตรฐานอาหารและยาประจำมณฑลส่านซี  http://zhpt.sxfda.gov.cn/qy/logoff.do?formAction=logoff รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางสถาบันทดสอบอาหารและยาประจำมณฑลส่านซี (http://www.snifdc.org.cn/list.asp?D_CataID=A0001)

บทสรุป

ปัจจุบันประเทศจีนยังคงมีกระแสข่าวด้านลบในเรื่องความปลอดภัยทางอาหารอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอาหารของจีน รัฐบาลจึงพยายามสร้างมาตรฐานรวมถึงเพิ่มบทลงโทษผู้ผลิตที่ละเมิดกฎหมายความปลอดภัยทางด้านอาหารอย่างต่อเนื่อง กฎหมายฉบับล่าสุดที่จะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากจะช่วยยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบแล้วยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. http://www.china-briefing.com/news/2015/05/13/china-releases-harshest-food-safety-law-in-history.html

2. ประเด็นความปลอดภัยทางด้านอาหารในจีนเริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้งภายหลังการพบคลังลักลอบจัดเก็บเนื้อสัตว์แช่แข็งขนาด 6,117 ตันที่นครเซินเจิ้น เมื่อ 16 เม.ย.2558 (http://www.chinadaily.com.cn/china/2015 -08/06/content_21513234.htm)

ข้อมูลอ้างอิง

1. http://www.tech-food.com/news/2015-6-8/n1212082.htm

2. http://www.cnabc.tv/news/show-30060.html

3. www.cfqn.com.cn/jryw/5152.html

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน