ฝูเจี้ยนติดอันดับมณฑลที่แข็งแกร่งด้านการเป็นศูนย์กลางธุรกิจค้าปลีกออนไลน์

3 Dec 2013

3 ธ.ค. 56 (www.whatsonxiamen.com) – จากรายงานการศึกษาความแข็งแกร่งด้านการเป็นศูนย์กลางธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ในแต่ละมณฑลของจีน จัดทำโดย บริษัท Ipsos บริษัทวิจัยการตลาด ประกอบกับข้อมูลของบริษัทอีเบย์ (eBay) บริษัทประมูลและซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตชื่อดัง ผลปรากฎว่า มณฑลฝูเจี้ยนถูกจัดอยู่ที่อันดับที่ 8

รายงานนี้เป็นการศึกษาการค้าสินค้าออนไลน์ของแต่ละมณฑลและสินค้าแต่ละประเภท โดย 8 เขตการปกครองแรกของจีนที่มีความแข็งแกร่งสูงสุด ประกอบด้วย มณฑลกวางตุ้ง เขตปกครองพิเศษฮ่องกง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจ้อเจียง กรุงปักกิ่ง ไต้หวัน มณฑลเจียงซู และมณฑลฝูเจี้ยน

รายงานได้ระบุว่า มณฑลที่ติดทะเลทางด้านทิศตะวันออกของประเทศ โดยเฉพาะ มณฑลฝูเจี้ยน เจ้อเจียง และเจียงซู มีอัตราการเติบโตของธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์มากที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตในแต่ละปีถึง ร้อยละ 76.1, 56.1 และ 52

ในขณะเดียวกัน พบว่า มณฑลตอนในของประเทศก็ได้มีการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการการขยายและย้ายสาขาของผู้ค้าจากเดิมที่อยู่ตามมณฑลทางตะวันออก โดยจากข้อมูลของอีเบย์ระบุว่า ธุรกิจการซื้อขายสินค้าออนไลน์ในมณฑลหูเป่ย เหอเป่ย และเหอหนาน ได้เติบโตอย่างมาก อาทิ ในมณฑลหูเป่ย ยอดมูลค่าการค้าในอีเบย์ ได้โตมากกว่าร้อยละ 50 ในแต่ละปี

สำหรับคู่ค้าต่างประเทศในตลาดอีคอมเมิร์ซจีน ประเทศคู่ค้าที่มีการเติบโตเร็วที่สุด คือ อาร์เจนติน่า อิสราเอล และบราซิล โดยสาเหตุเกิดจากการพัฒนาเส้นทางโลจิสติกส์ กอปรกับการขยายสินค้าประเภทใหม่ เช่น สินค้าสำหรับบ้านและสวน ทั้งนี้ ในช่วง 12 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2555 ประเภทสินค้า 3 อันดับแรกที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุด คือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์  สินค้าแฟชั่น และสินค้าสำหรับบ้านและสวน

นอกจากนี้ การศึกษายังได้สอบถามกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในธุรกิจธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีน ผลปรากฎว่า มากกว่าร้อยละ 52 ยังคงมีความเชื่อมั่นว่าแนวโน้มธุรกิจดังกล่าวจะมีอนาคตสดใส ร้อยละ 68 มีแผนที่จะขยายธุรกิจในปัจจุบันให้ใหญ่มากขึ้น และร้อยละ 64 กำลังมองหาลู่ทางสำหรับประเภทสินค้าใหม่

 

เป็นที่น่าจับตาว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีนยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สาเหตุหลักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการช็อปปิ้งเกิดขึ้นเมื่อประชากรเกือบครึ่งหนึ่งจากราว 1,300 ล้านราย สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตโดยตรง ผ่านทางคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน