นครเฉิงตู “เมืองที่มีความสุขมากที่สุดในจีน” ติดต่อกันเป็นปีที่ ๑๗ เมื่อความสุขของผู้คนหลอมรวมกับอิทธิพลระดับโลก

24 Dec 2025

เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๘ มีการประกาศผลการจัดอันดับ “เมืองที่มีความสุขมากที่สุด ปี ๒๕๖๘” โดยในปีนี้ เมืองที่ได้รับการจัดอันดับเป็น “เมืองที่มีความสุขมากที่สุด” ได้แก่ นครเฉิงตู นครหางโจว เมืองหนิงปัว นครหนานจิง เมืองฉางซา เมืองชิงเต่า นครเสิ่นหยาง นครกว่างโจว นครสือเจียจวง นครซีหนิง และนครฝูโจว ทั้งนี้ นครเฉิงตูได้รับการจัดอันดับให้เป็น “เมืองที่มีความสุขมากที่สุดในจีน” ติดต่อกันเป็นปีที่ ๑๗

ตัวชี้วัดความสุขเมืองในจีน ประกอบด้วย ๙ ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่
๑. ดัชนีการจ้างงาน
๒. ดัชนีรายได้ของประชาชน
๓. ดัชนีคุณภาพชีวิต
๔. ดัชนีสิ่งแวดล้อม
๕. ดัชนีความดึงดูดใจของเมือง
๖. ดัชนีความปลอดภัยสาธารณะ
๗. ดัชนีการศึกษา
๘. ดัชนีการจราจร
๙. ดัชนีสุขภาพและการแพทย์

ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ มีการเผยแพร่รายงาน “การพัฒนาอิทธิพลระหว่างประเทศของเมืองจีนปี ๒๕๖๘” โดยนครเฉิงตูได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในเมืองเป้าหมายสำคัญของโครงการวิจัยประจำปีด้านอิทธิพลระหว่างประเทศของเมือง ร่วมกับนครปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และมหานครชั้นนำอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ นครเฉิงตูยังครองตำแหน่ง “เมืองแนวหน้าด้านอิทธิพลการสื่อสารระหว่างประเทศของจีน” ติดต่อกันถึงสี่สมัย

ความสุข” สะท้อนประสบการณ์ภายในและคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะที่ “อิทธิพลระหว่างประเทศ”
เป็นตัวชี้วัดการเชื่อมต่อภายนอกและตำแหน่งของเมืองในเวทีโลก เมื่อทั้งสองอย่างมาบรรจบกัน คำถามจึงเกิดขึ้นว่า นครเฉิงตูหลอมรวมความอบอุ่น ความผ่อนคลายของชีวิตผู้คน กับความทะเยอทะยานในการเชื่อมโยงสู่โลกได้อย่างไร?

คำตอบอาจซ่อนอยู่ในจังหวะชีพจรของนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่าทีการเปิดกว้างด้านการต่างประเทศ ความมั่นคงของการยกระดับอุตสาหกรรม และพลังแห่งการเปิดสู่โลกของเมืองนี้

ความสุขและอิทธิพล

การได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีความสุขต่อเนื่องถึง ๑๗ ปี มิใช่เรื่องบังเอิญ โดยนายไต้ เหวินหมิง โฆษกฟอรั่มเมืองแห่งความสุข วิเคราะห์ว่า จากดัชนีความสุขเมือง ๙ ด้านของจีน “ดัชนีแรงดึงดูดของเมือง” ของนครเฉิงตู ครองอันดับหนึ่งของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า “นครเฉิงตูเป็นเมืองที่มีแรงดึงดูดสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนรุ่นใหม่” โดยเฉพาะในสาขาเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ คนรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้ามา ทำให้นครเฉิงตูโดดเด่นในฐานะเมืองที่เป็นมิตรต่อเยาวชน แรงดึงดูดนี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญของอิทธิพลระหว่างประเทศ

รายงานชี้ว่า ดัชนีอิทธิพลระหว่างประเทศ ๕ ด้าน มีความสอดคล้องกับระบบตัวชี้วัดความสุขของเมืองอย่างสูง

  • อิทธิพลด้านเศรษฐกิจและนวัตกรรม สัมพันธ์กับดัชนีการจ้างงานและรายได้
  • อิทธิพลด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความน่าอยู่อาศัย เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม
  • อิทธิพลด้านการสื่อสาร ช่วยเสริมแรงดึงดูดของเมือง

นครเฉิงตูแสดงให้เห็นว่า ชื่อเสียงระดับนานาชาติของเมืองในยุคปัจจุบัน ตั้งอยู่บนความสามารถในการสร้าง
“คุณค่า”
ในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นโอกาสการทำงานที่มีคุณภาพ สิ่งแวดล้อมการใช้ชีวิตที่น่าอยู่ บรรยากาศทางวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง และอนาคตการเติบโตที่คาดหวังได้

ในปี ๒๕๖๗ เศรษฐกิจของนครเฉิงตูมีมูลค่ารวมแตะ ๒.๓๕ ล้านล้านหยวน (๓๓๓.๔ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
มีผู้ประกอบการกว่า ๔ ล้านราย บริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงระดับชาติ ๑๔,๕๐๐ แห่ง และบุคลากรทุกสาขากว่า ๖.๖๙ ล้านคน ที่ร่วมสร้างสรรค์ นวัตกรรม และประกอบธุรกิจ สโลแกน “เฉิงตู เมืองที่ทำให้ความฝันเป็นจริง” จึงฝังแน่นในใจผู้คนนี่คือรากฐานร่วมกันของ “ความสุข” และ “อิทธิพล” ของเมืองนี้

ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือหัวใจของ “ความเป็นเมืองแห่งอนาคต” นครเฉิงตูกำลังผลักดันนวัตกรรมให้เป็นเครื่องยนต์หลักของการพัฒนาเมือง โดยปัจจุบัน นครเฉิงตุมุ่งสร้าง

  • นครวิทยาศาสตร์ฝั่งตะวันตก (เฉิงตู)
  • ศูนย์วิทยาศาสตร์เชิงบูรณาการเฉิงตู–ฉงชิ่ง (ทะเลสาบซิงหลง)

โดยเน้นอุตสาหกรรมเด่น เช่น อิเล็กทรอนิกส์สารสนเทศ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ อากาศยานและอวกาศ

ณ สิ้นปี ๒๕๖๗ นครเฉิงตูมี แพลตฟอร์มนวัตกรรมระดับชาติราว ๑๕๐ แห่ง ที่โดดเด่นยิ่งกว่านั้น คือ ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างประเทศ นครเฉิงตูได้ผสานตัวเองเข้ากับเครือข่ายนวัตกรรมโลกอย่างแข็งขัน ศูนย์จีน–ยุโรป (เฉิงตู) กลายเป็นศูนย์กลางความร่วมมือสำคัญกับยุโรป ในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เมืองนี้มีความร่วมมือใกล้ชิดกับทีมวิจัยชั้นนำจากอังกฤษและสิงคโปร์ ระบบนิเวศนวัตกรรมแบบเปิดนี้ ไม่เพียงเร่งการยกระดับเทคโนโลยีในท้องถิ่นแต่ยังทำให้นครเฉิงตูยืนอยู่แถวหน้าของการสนทนาด้านเทคโนโลยีระดับโลก

หน้าต่างสู่โลก

อิทธิพลระหว่างประเทศสะท้อนชัดผ่านภาพลักษณ์ของเมืองในเวทีโลก ไม่นานมานี้ ภาพของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส วิ่งออกกำลังกายยามเช้าร่วมกับประชาชนบนเส้นทางสีเขียวแม่น้ำจิ่นเฉิง ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก สื่อถึงเสน่ห์ของเมืองที่ “น่าอยู่ น่าทำงาน”

นครเฉิงตูเป็นจุดหมายสำคัญของผู้นำและคณะผู้แทนจากนานาชาติ ปีนี้ ผู้นำจากฮังการี วานูวาตู เวียดนาม และประเทศอื่น ๆ ได้เยือนนครเฉิงตู เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการศึกษา ปัจจุบัน นครเฉิงตูมีเมืองพี่เมืองน้องและเมืองมิตรภาพกว่า ๒๐๐ เมือง ครอบคลุมทุกทวีป รวมถึงโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม และความร่วมมือเชิงรูปธรรม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กระแสความเป็นสากลนี้ยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวขาเข้า นักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลสู่ถนนซอยแคบ-กว้าง
ศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงแพนด้ายักษ์ พิพิธภัณฑ์บทกวีกระท่อมมุงจากของกวีเอกตู้ฝุ นครเฉิงตูได้รับการจดจำในคำสำคัญระดับโลก เช่น “การผสานอดีตกับปัจจุบัน” “City ไม่ City” และ “แบรนด์สู่ต่างประเทศ” ชาวเน็ตต่างชาติขนานนามเฉิงตูว่า “เมืองที่มีชีวิตชีวา (Chengdu is a vibrant city)”

กระดูกสันหลังแห่งอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานเศรษฐกิจของความสุขและอิทธิพล ในช่วงแผนพัฒนา “14th Five-Year Plan” รายได้ภาคอุตสาหกรรมของนครเฉิงตูเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก่อเกิดคลัสเตอร์ระดับ ล้านล้านหยวน (หนึ่งแสนสี่หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) สองกลุ่ม ได้แก่

  • อิเล็กทรอนิกส์สารสนเทศ
  • การผลิตอุปกรณ์

พร้อมกลุ่มอุตสาหกรรมระดับแสนล้านหยวน (หนึ่งหมื่นสี่พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) อีก ๑๐ กลุ่ม เช่น อากาศยาน ปัญญาประดิษฐ์ นครเฉิงตูยังได้รับมอบหมายภารกิจใหม่จากรัฐบาลกลาง คือ การเป็น “ฐานการผลิตขั้นสูงแห่งชาติ”
โครงการสำคัญจำนวนมากทยอยลงหลักปักฐาน ตั้งแต่รถยนต์ จรวด อวกาศ ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์ ช่วยยกระดับ
ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและสร้างโอกาสใหม่ให้กับนักลงทุนทั่วโลก

เส้นเลือดแห่งความเปิดกว้าง

นครเฉิงตูผลักดันการส่งออกสินค้า “ผลิตในเฉิงตู – Made in Chengdu สู่ตลาดโลก ทั้งรถยนต์ โดรน เครื่องปรุงอาหารเสฉวน และสินค้าเชิงวัฒนธรรม ในช่วง ๑๐ เดือนแรกของปี มูลค่าการนำเข้า–ส่งออกทะลุ ๗ แสนล้านหยวน (๙๘.๖ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นครเฉิงตูยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ปัจจุบันมีบริษัทในกลุ่ม Fortune Global 500 มากกว่า ๓๐๐ แห่ง ตั้งฐานในนครเฉิงตู การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศยังคงนำหน้าภาคตะวันตกของจีน เมืองนี้มีสนามบินนานาชาติ ๒ แห่ง เส้นทางบินตรงระหว่างประเทศและภูมิภาค ๘๒ เส้นทาง และขบวนรถไฟนานาชาติที่เชื่อมโยงกว่า ๑๖๑ เมืองทั่วโลก

ความสุขของนครเฉิงตู มิได้เกิดจากเพียงชาในโรงน้ำชา หรือหม้อไฟที่ร้อนฉ่า แต่เกิดจากนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนอนาคต ความเปิดกว้างที่เชื่อมโลก อุตสาหกรรมที่มั่นคง และโอกาสที่ไร้ขอบเขต ขณะที่ผู้คนปั่นจักรยานบนทางสีเขียว พักผ่อนในสวนสาธารณะ และสัมผัสเสน่ห์ของ“เมืองสวนใต้ขุนเขาหิมะ” อีกด้านหนึ่งของนครเฉิงตู กำลังเร่งเดินหน้าในห้องทดลองสายการผลิต เส้นทางบินระหว่างประเทศ และกระแสข้อมูลดิจิทัลมุ่งสู่อนาคตที่เปี่ยมพลัง มีเสน่ห์ และสามารถรองรับความใฝ่ฝันของประชาชนต่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างแท้จริง

ประเทศไทย ประเทศไทยอาจมองกรณีของนครเฉิงตูในฐานะ “ต้นแบบเมืองยุทธศาสตร์ของจีนตะวันตก” ที่กำลังผสานคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจนวัตกรรม และการเปิดสู่โลกเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งเปิดโอกาสให้ไทยยกระดับความร่วมมือจากระดับการค้าแบบดั้งเดิมไปสู่ ความเป็นหุ้นส่วนเชิงโครงสร้างมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้นครเฉิงตูเป็นฐานเชื่อมตลาดจีนชั้นในและเส้นทางสู่ยุโรปสำหรับสินค้าและบริการไทย การขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอนาคต เช่น อาหารสุขภาพ ดิจิทัลสร้างสรรค์ การแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ รวมถึงการเชื่อมโยงสถาบันการศึกษา งานวิจัย และบุคลากรรุ่นใหม่ระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ของนครเฉิงตูในฐานะเมืองน่าอยู่และเป็นมิตรต่อคนรุ่นใหม่ ยังเอื้อต่อการสร้าง “การทูตประชาชน” และการสื่อสารวัฒนธรรมไทยให้เข้าถึงสังคมจีนยุคใหม่ได้ลึกยิ่งขึ้น สะท้อนว่าไทยอาจขยับบทบาทจากผู้ส่งออกหรือจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ไปสู่การเป็น พันธมิตรที่ร่วมสร้างคุณค่าใหม่ในระบบเศรษฐกิจเมืองระดับโลก

ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
๑. https://mp.weixin.qq.com/s/npe-HuqNUYaDYsesC34FwA
ที่มารูปภาพ:
๑. 996pic.com
๒. https://mp.weixin.qq.com/s/npe-HuqNUYaDYsesC34FwA

เมืองที่มีความสุขมากที่สุดในจีน

Chengdu_editor

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน