กว่างซีเตรียมนำเทคโนโลยี ‘รังสี’ สำหรับผลไม้นำเข้าของด่านในเมืองผิงเสียง

25 Nov 2014

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : ด่านนำเข้าในเมืองผิงเสียงเตรียมนำ เทคโนโลยีการฉายรังสีลำอิเล็กตรอน มาใช้สำหรับผลไม้และสินค้าเกษตรนำเข้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและกักกันโรคและพิธีการศุลกากร

เทศบาลเมืองผิงเสียงและบริษัท Nuctech (北京清华同方威视技术股份有限公司) ลงนามโครงการจัดตั้งศูนย์รังสีเพื่อตรวจสอบและกักกันโรคสำหรับผลไม้นำเข้าที่ผ่านด่านทางบกในอำเภอระดับเมืองผิงเสียงของเขตฯ กว่างซีจ้วง

โครงการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลเขตฯ กว่างซีจ้วงกับมหาวิทยาลัยชิงหัว

หากโครงการแล้วเสร็จ ด่านในเมืองผิงเสียงจะเป็นด่านทางบกแห่งแรกของประเทศจีนที่นำเทคโนโลยีรังสีมาใช้เพื่อการจัดการตรวจสอบโรค/แมลงศัตรูพืชและการถนอมอาหาร อีกทั้ง ยังมีนัยสำคัญต่อการส่งเสริมการพัฒนาการค้าต่างประเทศและการเปิดสู่ภายนอกของพื้นที่ชายแดน

ด่านในเมืองผิงเสียง เป็นด่านทางบกติดกับอาเซียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกว่างซี และเป็นด่านที่มีการนำเข้าส่งออกผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีนกับอาเซียน (เวียดนาม)

ตามรายงาน ด่านโหย่วอี้กวาน (Youyiguan Border, 友谊关口岸) ซึ่งเป็นด่านสากล และด่านผู่จ้าย (Puzhai Border, 浦寨口岸) ซึ่งเป็นด่านการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน(เวียดนาม) ในแต่ละปี ทั้ง 2 ด่านมีการนำเข้าส่งออกผลไม้มากกว่า 1 ล้านตัน (ผลไม้นำเข้ามากกว่า 5 แสนตัน) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้เมืองร้อนจากอาเซียน

เทคโนโลยีการฉายลำแสงอิเล็กตรอน (Electron Beam) ในผลไม้และสินค้าเกษตรนำเข้า เป็นเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยที่จะช่วยกำจัดโรคและแมลงที่ติดมากับผลไม้ ซึ่งมีการตรวจสอบพบบ่อยครั้งในช่วงหลัง และช่วยฆ่าทำลายเชื้อจุลินทรีย์เพื่อป้องกันการเน่าเสียและรักษาความสดให้กับผลผลิตได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยยกระดับศักยภาพการตรวจสอบและกักกันโรคของด่านนำเข้าในกว่างซี ช่วยเสริมประสิทธิภาพในกระบวนการตรวจสอบกักกันโรคและการผ่านพิธีการทางศุลกากรให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ช่วยควบคุมป้องกันภัยคุกคามด้านระบบนิเวศจากโรคและแมลงที่ติดมากับผลไม้นำเข้า และลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรในผลไม้อันเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคภายในประเทศ

ที่สำคัญการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้จะช่วยส่งเสริมให้การค้าผลไม้ระหว่างจีนกับอาเซียนมีการพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ด่านโหย่วอี้กวาน เป็นด่านนำเข้าเพียงแห่งเดียวในเขตฯ กว่างซีจ้วงที่อยู่ใน พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยกับจีน บนเส้นทาง R9 (ลงนามไปเมื่อกลายปี 2552) ซึ่งเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ช่วยให้การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน และสะดวกมากยิ่งขึ้น อันเป็นผลให้ R9 ได้รับความนิยมในการขนส่งผลไม้ไปจีนมากกว่าเส้นทางอื่นๆ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังมีการพัฒนาการส่งออกผลไม้ไทยผ่านด่านในกว่างซีในรูปแบบอื่น (บนเส้นทาง R12) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าระบบการค้าดังกล่าวขาดความยั่งยืนในอนาคต

ผู้ประกอบการส่งออกไทย(เกษตรกร) จะต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบของจีนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องโรคและแมลง รวมถึงการใช้สารเคมีทางการเกษตรในปริมาณที่เหมาะสมอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สำนักงาน CIQ และสำนักงานศุลกากร) และผู้บริโภคในจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด

 

 

บทความย้อนหลัง

R12 : เส้นทางเศรษฐกิจสายใหม่จากอีสานไทยสู่จีนตอนใต้ และบทบาทของพ่อค้าคนกลางชาวเวียดนาม (31 ต.ค. 2554)

R9 เส้นทางขนส่งผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน: โอกาสและความท้าทาย (01 ก.ค. 2554)

 

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน