INFOGRAPHIC อินโฟกราฟิก

ภาพเล่าเรื่อง : ทำไมการส่งออกไทยไปจีนต้องเลือก “เรือ+ราง” ที่ท่าเรือชินโจวของกว่างซี

ศูนย์บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์(钦州铁路集装箱中心站) เป็น 1 ใน 12 ศูนย์บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่สำคัญของประเทศจีน เริ่มเปิดใช้งาน (เฟสแรก) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟชินโจวตะวันออกในบริเวณเขตท่าเรือสินค้าทัณฑ์บนชินโจว เป็นจุดเชื่อมต่อของ “ระเบียงการค้าระหว่างประเทศเชื่อมทางบกกับทางทะเลสายใหม่” (ILSTC) ที่ใช้เชื่อมโยงอาเซียน-จีน(ตะวันตก)-เอเชียกลาง-ยุโรป ผ่านโมเดลการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ เรือ(ท่าเรือชินโจว)+ราง(สถานีรถไฟชินโจวตะวันออก)” แบบไร้รอยต่อ

กล่าวคือ ตู้สินค้าจากต่างประเทศสามารถขนถ่ายจากเรือเพื่อขึ้นรถไฟต่อไปยังเมืองต่างๆ ในประเทศจีน รวมทั้งผ่านประเทศจีนไปยังประเทศในเอเชียกลางและยุโรปได้ ในทางกลับกัน สินค้าในจีนก็สามารถใช้รถไฟขนส่งตู้สินค้ามาที่ท่าเรือชินโจวเพื่อขึ้นเรือไปต่างประเทศได้เช่นกัน โดยมีบริษัท CR Intermodal Co.,Ltd. สาขากว่างซี (中铁联合国际集装箱广西有限公司) เป็นผู้ดำเนินการ

ปัจจุบัน มีบริการเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าใน 7 เส้นทาง อาทิ นครฉงชิ่ง นครเฉิงตู นครกุ้ยหยาง และนครหลานโจว ศูนย์บริการแห่งนี้มีศักยภาพการขนส่งวันละ 20 เที่ยว แต่ขณะนี้มีบริการรถไฟขนส่งตู้คอนเทนเนอร์วันละ 8 เที่ยว เป็นรถไฟขาขึ้น (ออกจากสถานีชินโจวไปจีนตอนใน) 5 เที่ยว และรถไฟขาล่อง (จากจีนตอนในเข้าสถานีชินโจว) 3 เที่ยว จึงมีศักยภาพรองรับการขยายตัวได้อีกมาก รถไฟหนึ่งขบวนมี 50 เพลต สามารถขนลากตู้คอนเทนเนอร์ได้ 100 ตู้

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนของการขนส่งในรูปแบบ “เรือ+ราง” คือ งานบริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์มีประสิทธิภาพสูงจากข้อได้เปรียบด้านระยะทางที่สั้น ช่วยประหยัดเวลา ค่อนข้างตรงเวลา ปลอดภัย และคล่องตัว รวมทั้งต้นทุนด้านโลจิสติกส์และต้นทุนการประกอบการของภาคธุรกิจลดลง ทั้งนี้ ระหว่างเดือนมกราคม-สิงหาคม 2562 (เปรียบเทียบกับปี 2561) ด่านท่าเรือชินโจวใช้เวลาในการดำเนินพิธีการศุลกากรขาเข้า 61.99 ชม. (จากเดิมใช้เวลา 267.44 ชม) และพิธีการศุลกากรขาออกใช้เวลา 4.2 ชม. (จากเดิมใช้เวลา 43.55 ชม.)

ปัจจุบัน รัฐบาลกำลังส่งเสริมให้ภาคธุรกิจหันมาใช้ประโยชน์จากเส้นทางขนส่ง เรือ+ราง” ที่ท่าเรือชินโจวผ่านนโยบายเงินอุดหนุนและลดค่าใช้จ่าย อาทิ การอุดหนุนให้ตู้สินค้าที่ใช้การขนส่งเรือ+รางตู้ละ 800 หยวน การลดค่าขนส่งทงารถไฟลง 30% การลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ในท่าเรือให้เท่ากับท่าเรือขนาดใหญ่อย่างท่าเรือหนิงโปและท่าเรือเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบรถบรรทุกที่บรรทุกน้ำหนักเกิน เพื่อให้ภาคธุรกิจหันมาใช้การขนส่งทางรถไฟแทน ซึ่งการขนส่งทางรถไฟเป็นแนวโน้มในอนาคต

การขนส่งสินค้ากับประเทศไทย ท่าเรืออยู่ระหว่างการวางแผนการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงตู้เปล่า จากฝั่งจีนไปไว้ที่ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังยุโรปผ่านโมเดลเรือ+รางโดยไม่ต้องเปลี่ยนตู้สินค้า เนื่องจากหากใช้ตู้สินค้าจากไทยต้องมาเปลี่ยนถ่ายตู้สินค้าที่ท่าเรือชินโจวก่อนจะขนส่งทางรถไฟไปยุโรป ช่วยให้สายเรือและผู้ส่งออกประหยัดต้นทุนและคลายข้อกังวลเรื่องการขนตู้สินค้ากลับท่าเรือต้นทางที่ไทย โดยเฉพาะกรณีที่ไม่มีสินค้าขากลับหรือกรณีต้องขนตู้เปล่ากลับไทย ซึ่งถือเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น

 

****************************

Avatar

Kritsana Sukantaphong

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง

Print

อินโฟกราฟฟิกที่เกี่ยวข้อง

ภาพเล่าเรื่อง : ทำไมการส่งออกไทยไปจีนต้องเลือก “เรือ+ราง” ที่ท่าเรือชินโจวของกว่างซี

ตู้สินค้าจากต่างประเทศสามารถขนถ่ายจากเรือเพื่อขึ้นรถไฟต่อไปยังเมืองต่างๆ ในประเทศจีน รวมทั้งผ่านประเทศจีนไปยังประเทศในเอเชียกลางและยุโรปได้ ในทางกลับกัน สินค้าในจีนก็สามารถใช้รถไฟขนส่งตู้สินค้ามาที่ท่าเรือชินโจวเพื่อขึ้นเรือไปต่างประเทศได้ โดยผุ้ส่งออกจะได้รับบริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์มีประสิทธิภาพสูงจากข้อได้เปรียบด้านระยะทางที่สั้น ช่วยประหยัดเวลา ค่อนข้างตรงเวลา ปลอดภัย และคล่องตัว รวมทั้งต้นทุนด้านโลจิสติกส์และต้นทุนการประกอบการของภาคธุรกิจลดลง

ภาพเล่าเรื่อง : นครหนานหนิงเคาะแผนการขยายสนามบิน

โดย “สนามบินนานาชาติอู๋ซวีนครหนานหนิง” เป็นสนามบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของมณฑล ในปี 2562 มีจำนวนผู้โดยสารรวม 15.76 ล้านคน คิดเป็น 54.28% ของทั้งมณฑล (อันดับ 7 ของภาคตะวันตก และอันดับ 26 จากทั้งหมด 239 แห่งทั่วประเทศ) มีปริมาณการขนส่งสินค้ารวม 1.22 แสนตัน (อันดับ 27 ของประเทศ) มีจำนวนเที่ยวบินขึ้น-ลง 1.14 แสนเที่ยว (อันดับ 30 ของประเทศ) และมีอัตราผู้โดยสารต่อเที่ยวบินอยู่ที่ 137.47 คน/ครั้ง

กว่างซีลุยสร้างสถานีฐาน 5G ตั้งเป้า 20,000 จุดภายในปีนี้

1 ปีที่ผ่านมา เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงได้จัดตั้งสถานีฐาน 5G ครอบคลุมทั่วทั้ง 14 เมืองของมณฑล รวมจำนวน 4,439 สถานี ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 3,000 สถานี โดย “นครหนานหนิง” มีจำนวนสถานีฐาน 5G มากที่สุดในมณฑล อยู่ที่จำนวน 1,741 สถานี (สัดส่วน 2%)