ฉงชิ่งพัฒนาเมืองด้วยเศรษฐกิจกลางคืน สร้างรายได้สู่หลักแสนล้านหยวนในปี ๒๕๖๘
14 Jan 2026
ปี ๒๕๖๘ เป็นช่วงเวลาสำคัญของนครฉงชิ่ง เป็นจุดเปลี่ยนผ่านระหว่างการสิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๔ และการเริ่มต้นแผนฉบับที่ ๑๕ ตลอดปีที่ผ่านมา นครฉงชิ่งได้แสดงศักยภาพการพัฒนาที่โดดเด่นและมีคุณภาพอย่างรอบด้าน โดยก้าวขึ้นเป็นเมืองแรกในภาคตะวันตกของจีนที่มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมทะลุ๓ ล้านล้านหยวน (๔๒๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ควบคู่กับการยกระดับด้านอุตสาหกรรม การส่งเสริมนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ในขณะเดียวกันการประชุมคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์นครฉงชิ่ง สมัยที่ ๖ ครั้งที่ ๘ ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาในระยะต่อไปอย่างชัดเจน โดยในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๕ นครฉงชิ่งตั้งเป้าผลักดันมูลค่าเศรษฐกิจรวมให้ถึงระดับ ๔ ล้านล้านหยวน (๕๖๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวให้สูงถึง ๑๔๐,๐๐๐ หยวน (๑๙,๖๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ในค่ำคืนวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ ศูนย์รับรองนานาชาติฉงชิ่ง เสียงดนตรีจากคอนเสิร์ตซิมโฟนี “ค่ำคืนแห่งฉงชิ่ง” โดรนนับพันลำพร้อมใจกันทะยานขึ้นจากริมแม่น้ำบนถนนหนานปิน สร้างภาพแสงสีบนท้องฟ้ายามค่ำคืนลวดลายฤดูหนาวและสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลปรากฏสลับกับภาพ “เมืองสามมิติ” ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของนครฉงชิ่ง ทั้งรถไฟฟ้าทะลุตึก เรือข้ามแม่น้ำ และเครื่องบินโฉบผ่านน่านฟ้า และในย่านการค้าฉางเจียฮุ่ย ร้านหม้อไฟหลายแห่งแน่นขนัด จากการสัมภาษณ์ผู้จัดการร้านรายหนึ่งเผยว่า ห้องอาหารที่สามารถชมการแสดงโดรนได้ ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งเดือน และในวันหยุดยอดขายเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า ขณะที่ผู้บริหารโรงแรมใกล้เคียง ระบุว่า การแสดงโดรนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก คาดว่ารายได้ทั้งปีจะเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๐
ทำไมถนนริมเเม่น้ำเพียงสายเดียวจึงสาสมารถขับเคลื่อนการบริโภคได้อย่างมหาศาล

มีนิยามที่ว่า “หนานปิน[๑] เที่ยวตลอด ๒๔ ชั่วโมง” ซึ่งผสานการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และความบันเทิง เข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ย่านชุมชนเก่า มรดกวัฒนธรรม ศูนย์การค้าสมัยใหม่ ไปจนถึงบาร์ยามค่ำคืนและการแสดงแสงสี สร้างรูปแบบการบริโภคแบบ “เที่ยวกลางวัน เพลิดเพลินยามค่ำคืน” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ขณะเดียวกันการฟื้นฟูย่านการค้าสองแม่น้ำสี่ฝั่งริมแม่น้ำแยงซี ควบคู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจกลางคืนและการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านการบริโภคอย่างเป็นระบบ ช่วยยกระดับศักยภาพการบริโภคของนครฉงชิ่งอย่างชัดเจน
ในช่วงครึ่งแรกของปี ๒๕๖๘ นครฉงชิ่งมีมูลค่าการค้าปลีกสูงถึง ๘๓๐,๐๓๗ ล้านหยวน (๑๑๖,๒๐๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แซงหน้านครเซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่น “เมืองแห่งการบริโภคอันดับหนึ่งของจีน” และมีแนวโน้มดังกล่าวยังคงแข็งแกร่งตลอดทั้งปี โดยช่วงเดือนมกราคม – ตุลาคม มูลค่าการค้าปลีกสะสมอยู่ที่ ๑.๔ ล้านล้านหยวน (๑๙๖,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓.๕ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้จากธุรกิจอาหารเติบโตร้อยละ ๕.๒ การค้าปลีกสินค้าทั่วไปเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓.๒ ขณะที่สินค้าบางประเภทเติบโตอย่างโดดเด่น เช่น อุปกรณ์กีฬาและสันทนาการ อุปกรณ์สื่อสาร และเครื่องสำอาง
เป็นปีสำคัญของการเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการบริโภคนานาชาติ ซึ่งการประชุมคณะกรรมการพรรคสมัยที่ ๖ ครั้งที่ ๘ ระบุว่า ในช่วงแผน “๑๕ – ๕” นครฉงชิ่งจะมุ่งพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลางการบริโภคนานาชาติ ที่ตั้งอยู่บนฐานตลาดภายในประเทศ เชื่อมโยงภูมิภาค และมุ่งสู่เวทีโลก
อีกกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘ นครฉงชิ่งจัดการประชุมว่าด้วยแผนเศรษฐกิจประจำปี
ของคณะกรรมการพรรคฯ เพื่อสรุปผลการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี ๒๕๖๘ และกำหนดทิศทางการดำเนินงาน
ในปีถัดไป ซึ่งในโอกาสดังกล่าว สำนักข่าวซ่างโหยวได้เปิดตัวชุดการแสดง “พลังฉงชิ่ง 2025” เพื่อนำเสนอภาพรวมความเปลี่ยนแปลง การยกระดับ และพลังขับเคลื่อนใหม่ของนครฉงชิ่งตลอดทั้งปี ในฐานะเมืองแห่งขุนเขา

บรรยากาศของงานเต็มไปไปด้วยความคึกคักของผู้คนบนถนนหนานปิน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง ประกอบกับผู้ประกอบการสะท้อนพลังการบริโภคอันแข็งแกร่งของเศรษฐกิจริมแม่น้ำและเศรษฐกิจยามค่ำคืนของนครฉงชิ่ง ข้อมูลระบุว่า ในปี ๒๕๖๘ แนวเศรษฐกิจหนานปินจะสร้างมูลค่าการค้าปลีกกว่า ๖๒,๐๐๐ ล้านหยวน (๘,๖๘๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นเกือบร้อยละ ๗๕ ของทั้งเขตหนานอัน[๒] โดยเฉพาะถนนหนานปินเพียงเส้นเดียวสามารถสร้างมูลค่าการบริโภคเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านหยวน (๑,๔๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี และมีผู้มาเยือนมากกว่า ๔๐ ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ ๓๐
แนวคิดสำหรับประเทศไทยสามารถนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้
๑) ด้านเศรษฐกิจและการเพิ่ม GDP การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองด้วย “การบริโภค” และ “กิจกรรมเศรษฐกิจต่อเนื่องทั้งวัน” ช่วยเพิ่มรายได้ในภาคบริการอย่างชัดเจน ส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอย เพิ่มมูลค่าการค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการขยายตัวของ GDP โดยเฉพาะในท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง
๒) ด้านการท่องเที่ยวและการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โมเดล “หนานปิน เที่ยวตลอด ๒๔ ชั่วโมง” สะท้อนว่าการทำแหล่งท่องเที่ยวให้มีรูปแบบที่หลากหลายทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถเพิ่มแรงจูงใจในการเดินทางและเพิ่มระยะเวลาท่องเที่ยวได้ โดยการพัฒนาย่านท่องเที่ยวให้มีเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกัน ทั้งวัฒนธรรม อาหาร ช้อปปิ้ง และการแสดง ให้เข้ากัน ส่งผลให้ “มาเที่ยวแล้วอยู่ได้นานขึ้น” และมีแนวโน้มกลับมาเที่ยวซ้ำมากขึ้น
๓) ด้านเศรษฐกิจกลางคืน (Night Economy) และการกระจายรายได้ นครฉงชิ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจกลางคืนช่วยกระตุ้นรายได้ของร้านค้า โรงแรม และบริการโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม ไทยสามารถพัฒนาเศรษฐกิจกลางคืนในพื้นที่ที่เหมาะสม ผ่านโซนนิ่ง (Zoning ) ที่ชัดเจน มาตรการดูแลความปลอดภัย ระบบขนส่ง และการจัดกิจกรรมช่วงค่ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ กระจายรายได้สู่ชุมชน และลดปัญหาการท่องเที่ยวกระจุกตัวเฉพาะช่วงกลางวัน
๔) ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power นครฉงชิ่งใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นและกิจกรรมร่วมสมัยเป็นแรงดึงดูดสำคัญ ไทยสามารถต่อยอดโดยนำอัตลักษณ์ของไทย เช่น อาหาร ศิลปหัตถกรรม การแสดง ดนตรี และเทศกาลท้องถิ่น มาผสานกับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (เช่น Workshop การแสดงประจำพื้นเมือง หรือเทศกาล
ตามฤดูกาล) เพื่อเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ประเทศ และทำให้การท่องเที่ยวไทยมีความโดดเด่นมากขึ้นในตลาดโลก
๕) ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ กรณีนครฉงชิ่งสะท้อนว่ากิจกรรมขนาดเมืองสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว
และสร้างรายได้ให้ธุรกิจโดยรอบได้จริง ไทยสามารถออกแบบนโยบายให้ “ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงโอกาส” เช่น สนับสนุนตลาดชุมชน ร้านอาหารท้องถิ่น สินค้า OTOP หรือธุรกิจบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวให้เชื่อมกับกิจกรรมหลัก
ของเมือง เมื่อธุรกิจรายย่อยขนาดเล็กขยายตัว รายได้จะกระจายช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างทั่วถึง
๖) ด้านการสร้างแบรนด์เมืองและการสื่อสารการตลาด (City Branding) นครฉงชิ่งประสบความสำเร็จ
ในการนำเสนอภาพเมืองผ่านกิจกรรมและเรื่องเล่าที่ชัดเจน เช่น เมืองริมแม่น้ำ เมืองสามมิติ และเมืองที่ใช้ชีวิตกลางคืน ไทยสามารถนำแนวคิด “สร้างเรื่องเล่าเมือง” ไปใช้กับเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อสร้างภาพจำที่แตกต่าง (Unique Selling Point) ทำให้เมืองน่าเที่ยวมากขึ้น โฆษณาการท่องเที่ยวไทยสู่ต่างประเทศ จุดนี้เป็นจุดดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและการลงทุนในระยะยาว
* * * * *
ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
๑. https://wap.cqcb.com/shangyou_news/NewsDetail?classId=7769&newsId=6034095&staticUrl
=https%3A%2F%2Ft.cqcb.com%2F7QLh&from_source=www.cbg.cn
ที่มารูปภาพ:
๑. 699pic.com
[๑] หนานปิน คือ ถนนหนานปิน (Nanbin Road) และเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำแยงซีเกียงทางฝั่งใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตหนานอันของนครฉงชิ่ง
[๒] เขตหนานอัน คือ อยู่ฝั่งใต้ของแม่น้ำแยงซีของนครฉงชิ่ง และเป็นเป็นเขตเมืองสำคัญ มีย่านธุรกิจ อาคารสำนักงาน โรงแรม
