ไตรมาสแรกปี 2563 GDP จีนลดลงร้อยละ 6.8

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาสแรกปี 2563 ลดลงร้อยละ 6.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดและเป็นการติดลบครั้งแรกนับตั้งแต่จีนเริ่มประกาศอัตราเติบโตของ GDP เมื่อปี 2535 โดยเฉพาะอัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการลดลงร้อยละ 9.6 และร้อยละ 5.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) สรุปภาวะเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกปี 2563 ว่า แม้การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจจีน แต่จีนก็ควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ภายในประเทศได้ในชั้นต้น แม้ว่าจะยังเผชิญความท้าทายจากการติดเชื้อจากต่างประเทศและในพื้นที่ชายแดน สำหรับการทำงานและการผลิตได้ทยอยกลับมาสู่ภาวะปกติ ตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญในเดือน มี.ค. 2563 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. 2563 และจีนได้รักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ GDP ของจีนในไตรมาสแรกปี 2563 ลดลง ได้แก่ การที่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน 3 ตัวหลักติดลบ

  • การบริโภค (ปี 2562 การบริโภคคิดเป็นร้อยละ 57.8 ของการเติบโตของ GDP จีน) ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของจีนลดลงร้อยละ 19 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะรายได้ของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มลดลงร้อยละ 44.3  ในขณะที่การลดการออกนอกบ้านของประชาชนส่งผลให้ยอดค้าปลีกสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าหลายมณฑล/เมืองในจีนได้ออกนโยบายเพื่อกระตุ้นการบริโภค อาทิ ให้มีวันหยุด 2.5 วัน (เพิ่มช่วงบ่ายของวันศุกร์) รวมทั้งมีการแจกคูปองบริโภคแก่ประชาชน อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า นโยบายวันหยุด 2.5 วันอาจมีผลที่จำกัดสำหรับธุรกิจเอกชน และจีนอาจพิจารณาแจกคูปองบริโภคหรือเงินสดมากยิ่งขึ้นให้แก่ผู้สูงอายุและเด็กที่ไม่สะดวกใช้คูปองผ่านมือถือ ซึ่งเมืองและปริมาณที่แจกคูปองบริโภคในปัจจุบันยังถือว่าน้อยมาก
  • การลงทุน (ปี 2562 การลงทุนคิดเป็นร้อยละ 31.2 ของการเติบโตของ GDP จีน) ประกอบด้วย (1) การลงทุนสินทรัพย์ถาวรของจีนลดลงร้อยละ 16.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการลงทุนของภาคการผลิต การลงทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และการลงทุนจากภาคเอกชนลดลงร้อยละ 25.2 ร้อยละ 19.7 และร้อยละ 18.8 ตามลำดับ และ (2) การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ของจีนลดลงร้อยละ 12.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่บริษัทจีนได้ลงทุนใน 52 ประเทศตามเส้นทาง Belt and Road Initiative (BRI) เป็นมูลค่า 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.3 ของการลงทุนทั้งหมดในต่างประเทศของจีน
  • การส่งออก (ปี 2562 การส่งออกคิดเป็นร้อยละ 11 ของการเติบโตของ GDP จีน) มูลค่าการค้าระหว่างประเทศลดลงร้อยละ 6.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการส่งออกลดลงร้อยละ 11.4 โดยจีนส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศตามเส้นทาง BRI ลดลงร้อยละ 23.6 ร้อยละ 14.2 ร้อยละ 14.1 และร้อยละ 1.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ ในขณะที่จีนส่งออกไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยที่ผ่านมา จีนได้ใช้นโยบายเพื่อสร้างเสถียรภาพแก่การค้าระหว่างประเทศ เช่น คืนภาษีสำหรับสินค้า 1,464 รายการ ช่วยจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แทนบริษัท เพิ่มจำนวนเมืองทดลองการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross Boarder E-Commerce) และประกาศจัดงาน China Import and Export Fair (Canton Fair) ครั้งที่ 127 ระหว่างวันที่ 15 – 24 มิ.ย. 2563 เป็นรูปแบบออนไลน์ เป็นต้น แม้บริษัทการค้าในจีนส่วนใหญ่ได้กลับมาทำงานแล้ว แต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลก ทำให้มีการยกเลิก/ขยายเวลาใบสั่งซื้อ และปริมาณใบสั่งซื้อใหม่ลดลง เป็นปัญหาหลักที่บริษัทการค้าระหว่างประเทศเผชิญในปัจจุบัน

การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกของปี 2563 จัดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ประธานาธิบดีจีนย้ำว่า (1) การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไตรมาสแรกส่งกระทบที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนต่อเศรษฐกิจจีน ปัจจุบัน การทำงานและการผลิตกำลังกลับสู่ภาวะปกติ โดยมีภารกิจหลักคือการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขณะที่การป้องกันและควบคุมโรค COVID-19 กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน (2) ปัจจุบันการป้องกันและควบคุมโรค COVID-19 ในจีนเน้น “การป้องกันการติดเชื้อจากต่างประเทศ และการกลับมาแพร่ระบาดครั้งใหม่ในประเทศ” (3) เน้นย้ำบรรลุเป้าหมายการบรรเทาความยากจนและเข้าสู่สังคมกินดีอยู่ดีอย่างรอบด้านในปี 2563 และ (4) ขยายการเปิดประเทศให้การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีความราบรื่น ควบคุมคุณภาพเวเภณฑ์ที่ส่งออกอย่างเข้มงวด และผลักดัน Belt and Road Initiative (BRI) ร่วมกันอย่างมีคุณภาพสูง เป็นต้น

นอกจากนี้ NBS ได้แสดงความเห็นกรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะเติบโตร้อยละ 1.2 ในปี 2563 และเติบโตร้อยละ 9.2 ในปี 2564 ว่า ตามที่การทำงานและการผลิตได้กลับสู่ภาวะปกติ และการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของจีน คาดว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2/2563 จะดีกว่าไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด และหากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลกได้รับการควบคุมค่อนข้างดี เศรษฐกิจจีนในครึ่งหลังของปี 2563 จะดีกว่าในครึ่งปีแรก ทั้งนี้ จีนจะเผยเป้าหมายทางเศรษฐกิจของปี 2563 ในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนชุดที่ 13 ครั้งที่ 3 ที่เลื่อนวันจัดเป็น 21 พ.ค. 2563

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า เศรษฐกิจจีนในปีนี้จะมีการฟื้นตัวตามไตรมาส แต่อุปสงค์ภายนอกจะเป็นปัจจัยความไม่แน่นอนที่สำคัญที่สุดเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในทั่วโลก โดยแบ่งเป็น (1) การคาดการณ์พื้นฐาน หลังจากไตรมาสที่ 2/2563 การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในทั่วโลกจะได้รับการควบคุมอย่างต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจจีนจะกลับมาเติบโตด้วยความเร็วต่ำ และการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีนจะส่งผลให้อัตราเติบโตของเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวสู่ระดับร้อยละ 5 – 6 ในไตรมาส 3 – 4/2563 และจะอยู่ที่ร้อยละ 3 ในตลอดปี 2563 (2) การคาดการณ์เชิงลบ การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในทั่วโลกยังคงอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งอุปสงค์ภายนอกจะลดลงและกระทบห่วงโซ่ธุรกิจของทั่วโลก โดยอัตราเติบโตของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2/2563 ยังคงติดลบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเริ่มแสดงผลในไตรมาสที่ 4/2563 และอัตราเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ในตลอดปี 2563 และ (3) การคาดการณ์เชิงบวก อุปสงค์ภายนอกฟื้นตัวบวกกับการแสดงผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อัตราเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวสู่ระดับปกติในไตรมาสที่ 2/2563 (ร้อยละ 5 – 6) ส่วนไตรมาสที่ 3 – 4/2563 อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 7 และอยู่ที่ร้อยละ 5 ในตลอดปี 2563

 

 

 

 

แหล่งข้อมูล

http://www.scio.gov.cn/xwfbh/xwbfbh/wqfbh/42311/42872/wz42874/Document/1677386/1677386.htm

https://www.chinanews.com/cj/2020/04-17/9159768.shtml

http://www.bjnews.com.cn/news/2020/04/17/718056.html

http://www.mofcom.gov.cn/article/ae/sjjd/202004/20200402956070.shtml

http://www.mofcom.gov.cn/article/ae/sjjd/202004/20200402955393.shtml

http://www.xinhuanet.com//mrdx/2020-04/18/c_138986617.htm

Avatar

Wen Bin

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม