สรุปภาวะเศรษฐกิจจีน ประจำเดือนเมษายน 2569

22 May 2026

ภาพรวมเศรษฐกิจจีน
เมื่อ 18 พ.ค. 2569 สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) แถลงภาวะเศรษฐกิจใน เม.ย. 2569 โดยตัวชี้วัดสำคัญหลายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ เช่น อัตราการขยายตัวของยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ที่ร้อยละ 0.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ ธ.ค. 2565 การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 4.1 เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2566 และในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 การลงทุนภาคอสังหาฯ ลดลงร้อยละ 13.7 อย่างไรก็ดี ใน เม.ย. 2569 มูลค่าการส่งออกของจีนขยายตัวเร็วขึ้นที่ร้อยละ 14.1 โดยเฉพาะจีนส่งออกสหรัฐฯ กลับมาเติบโตอีกครั้งที่ร้อยละ 11.3 หลังจากมีแนวโน้มติดลบสูงกว่าร้อยละ 10 ต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งปี

นอกจากนี้ NBS ระบุว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกมีผลกระทบที่จำกัดต่อราคาสินค้าในจีน ทั้งนี้ สถาบันวิจัยหลายแห่งคาดว่าอัตราการขยายตัวในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 จะต่ำกว่าไตรมาสแรก (ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 5)
ภาคการส่งออกขยายตัวเร็วขึ้น

ภาคการส่งออกขยายตัวเร็วขึ้น
สำนักงานศุลกากรจีน (GACC) ชี้ว่า ใน เม.ย. 2569 มูลค่าการส่งออกของจีนอยู่ที่ 3.59 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฟื้นตัวอย่างมากจาก มี.ค. 2569 ที่ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์นอกประเทศที่ฟื้นตัว รวมทั้งกระแส การลงทุนด้าน AI ของทั่วโลก อาทิ จีนส่งออกแผงวงจรรวมและอุปกรณ์จัดการข้อมูลอัตโนมัติเพิ่มขึ้นร้อยละ 99.6 และร้อยละ 47.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ

นอกจากนี้ การส่งออกคู่ค้าหลักล้วนขยายตัว ดังนี้ อาเซียน (+15.2%) สหภาพยุโรป (+13.4%) สหรัฐฯ (+11.3%) (จีนส่งออกสหรัฐฯ มี.ค. 2569 -26.5%) ญี่ปุ่น (+4%) รัสเซีย (+25.7%) แอฟริกา (+17.3%) และลาตินอเมริกา (+13.7%) ขณะที่มูลค่าการนำเข้าของจีนอยู่ที่ 2.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวสูงกว่าร้อยละ 20 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง อนึ่ง ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 4 ของจีนในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมูลค่าการค้าไทย-จีน อยู่ที่ 59,165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+22.6%) รองจากเวียดนาม (+24.0%) มาเลเซีย (-1.4%) อินโดนีเซีย (+31.6%)

ภาคอุตสาหกรรมชะลอตัว
เมื่อ 18 พ.ค. 2569 NBS ระบุว่า มูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของจีนใน เม.ย. 2569 เติบโตร้อยละ 4.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า (มี.ค. 2569 +5.7%) และต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ (ว่าจะเติบโตร้อยละ 5.8) โดยแรงฉุดสำคัญ ได้แก่ (1) ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มกระทบห่วงโซ่อุปทานและพลังงานโลก ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและสินค้าโภคภัณฑ์ชะลอตัว เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่เติบโตเพียงร้อยละ 3.8 (มี.ค. 2569 +5.7%) อุตสาหกรรมการผลิตเติบโตร้อยละ 4 (มี.ค. 2569 +6%) การผลิตเคมีภัณฑ์เติบโตร้อยละ 5.3 (มี.ค. 2569 +9%) และการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเติบโตร้อยละ 4.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (มี.ค. 2569 +7%) (2) ภาคอสังหาฯ ยังคงซบเซา ส่งผลให้การผลิตเหล็กกล้าและปูนซีเมนต์ ลดลงร้อยละ 2.8 และร้อยละ 10.8 ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี มูลค่าส่งมอบสินค้าส่งออกของอุตสาหกรรมจีนอยู่ที่ร้อยละ 10.6 ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ ก.ค. 2565 จากการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ด้าน AI ทั่วโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์และเครื่องจักรเติบโตร้อยละ 8.3 โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (+15.6%) แบตเตอรี่ลิเทียม (+31%) หุ่นยนต์อุตสาหกรรม (+15.1%) และยานยนต์ (+9.2%) ขณะที่ การผลิตโซลาร์เซลล์ (-25.6%) และรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) (+3.8%) ชะลอตัวจากมาตรการควบคุมการแข่งขันที่รุนแรงในจีน

ภาคการบริโภคชะลอตัว
เมื่อ 18 พ.ค. 2569 NBS เผยสถิติยอดค้าปลีกจีนเดือน เม.ย. 2569 ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.9) โดยมีปัจจัยฉุดหลักจากยอดขายสินค้า (-0.1%) ที่ติดลบครั้งแรกหลังโควิด นำโดยรถยนต์ (-15.3%) ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนนโยบายยกเว้นภาษีรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เป็นลดหย่อนภาษีครึ่งหนึ่ง เครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ที่อานิสงส์ของนโยบาย “เก่าแลกใหม่” เริ่มแผ่วลง รวมถึงยอดขายทองคำที่ลดลง (-21.3%) ตามราคาตลาดโลก และวัสดุก่อสร้างที่ซบเซาตามภาคอสังหาฯ

อย่างไรก็ดี NBS ชี้ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังย้ายไปสู่ “ภาคบริการ” มากขึ้น สะท้อนจากยอดค้าปลีกภาคบริการสะสม 4 เดือนแรกที่โตถึงร้อยละ 5.6 หนุนโดยกลุ่มท่องเที่ยว การเดินทาง และนันทนาการ ที่เติบโตแข็งแกร่งระดับเลขสองหลัก

ภาคการลงทุนติดลบอีกครั้ง
ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนลดลงร้อยละ 1.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการติดลบอีกครั้งหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสแรก (ขยายตัวร้อยละ 1.7) โดย (1) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 ยังคงเป็นสาขาการลงทุนที่ขยายตัวเร็วที่สุดจากจีนผลักดันการลงุทุนด้าน “6 เครือข่าย” (2) การลงทุนภาคการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 ต่ำกว่าระดับร้อยละ 4.1 ในไตรมาสแรก (3) การลงทุนภาคอสังหาฯ ลดลงมากขึ้นที่ร้อยละ 13.7 โดยเฉพาะใน เม.ย. 2569 การลงทุนภาคอสังหาฯ ลดลงร้อยละ 20.1 และ (4) การลงทุนภาคการผลิตและอสังหาฯ ที่ลดลง มีผลให้การลงทุนจากภาคเอกชนของจีนลดลงมากขึ้นที่ร้อยละ 5.2 ทั้งนี้ สำหรับ เม.ย. 2569 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนลดลงร้อยละ 2.36 นับเป็นการติดลบต่อเนื่องเดือนที่สอง

    แหล่งที่มา :

    http://www.scio.gov.cn/live/2026/38552/tw/

    https://economy.caixin.com/2026-05-09/102442378.html

    https://economy.caixin.com/2026-05-18/102444979.html

    https://economy.caixin.com/2026-05-18/102444962.html

    https://economy.caixin.com/2026-05-18/102445036.html

    เศรษฐกิจจีน

    Beijing_admin

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง


    ข่าวยอดนิยม

    อ่านข่าวอื่น

    BACK TO TOP

    กลับขึ้นด้านบน