โครงการเมืองคู่พัฒนา ระหว่างเมืองเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pearl River Delta) กับเมืองในภาคตะวันออกตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้ง
19 Feb 2016มณฑลกวางตุ้งเป็นมณฑลแนวหน้าของจีนที่มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุดด้วยตัวเลขจีดีพีสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นระยะเวลากว่า 37 ปี ล่าสุดในปี 2559 มณฑลกวางตุ้งมีมูลค่าจีดีพีกว่า 1.08 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 ทั้งนี้ตัวเลขทางเศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้งส่วนใหญ่ มาจากเมืองในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง อาทิ กว่างโจว เซินเจิ้น จูไห่ ฝอซาน ตงก่วนและจงซาน ซึ่งเมืองในพื้นที่ด้านตะวันออก ตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้งที่มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 70 และประชากรกว่าร้อยละ 50 ของมณฑลกวางตุ้ง ยังคงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้าอยู่มาก จึงทำให้รัฐบาลเริ่มตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเจริญที่ไม่ได้กระจายออกไปอย่างเท่าเทียมกันทุกเมืองในมณฑลกวางตุ้ง
ปี 2545 โครงการเมืองคู่พัฒนา ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในประกาศ “ข้อความเห็นโครงการจับคู่พัฒนาเมืองในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงกับเขตห่างไกล มณฑลกวางตุ้ง” โดยเป็นโครงการมีเป้าหมายให้เมืองในพื้นที่เขตเศรษฐกิจฯ เข้าไปช่วยเหลือเมืองในพื้นที่ห่างไกล โดยขณะนั้นภารกิจหลักเป็นการเข้าไปช่วยเหลือเรื่องพื้นที่ทำกินของเกษตรกรเป็นหลัก โดยมีเงินสนับสนุนกว่า 5 ล้านหยวน
ปี 2549 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งจัดประชุมสรุปและชี้แนะผลการทำงาน “โครงการจับคู่พัฒนาเมืองในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงกับเขตห่างไกล” และมีข้อชี้แนะเพิ่มเติมเรื่องการช่วยเหลือด้านความร่วมมือทางการค้า
ปี 2555 นายหู ชุนหัว เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ประจำมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งนายหูฯ มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานโครงการการจับคู่พัฒนา ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ภายใต้โครงการจับคู่พัฒนาปักกิ่ง-มองโกเลียใน นายหูฯ ได้เคยกล่าวในการสัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นว่า “30 กว่าปีที่ผ่านมา เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่การปฏิรูปและยกระดับ ยังเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากพื้นที่ในเขตตะวันออกตะวันตกและเหนือยังมีจีดีพีที่ต่ำกว่า จีดีพีเฉลี่ยของประเทศ”
ปี 2556 รัฐบาลกวางตุ้งประกาศ “ข้อสรุปแผนการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้ง” 《进一步促进粤东西北地区振兴发展的决定》มีเป้าหมาย
ที่จะส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงนำพามณฑลกวางตุ้งไปสู่สังคมกินดีอยู่ดี (小康社会) ในปี 2563
นโยบาย “3 ตำแหน่ง 2 นำหน้า” และความเชื่อมโยงกับโครงการเมืองคู่พัฒนา
ในปี 2555 นายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เดินทางเยือนมณฑลกวางตุ้งเพื่อตรวจสอบและเยี่ยมชมการดำเนินงาน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสภาพเศรษฐกิจและสังคมของมณฑลกวางตุ้ง โดยมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “3 ตำแหน่ง 2 นำหน้า” (三个定位两个率先) ซึ่งใจความสำคัญกล่าวถึงการกำหนด 3 สิ่งสำคัญที่จะเป็นสิ่งกำหนดตำแหน่งของมณฑลกวางตุ้งให้มีความชัดเจนในระดับชาติ ได้แก่
1. พัฒนามณฑลให้เป็นมณฑลชั้นนำในระบบสังคมนิยมอันมีอัตลักษณ์ของประเทศจีน
2. เป็นพื้นที่ชั้นนำในการปฏิรูปและเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ
3. เป็นพื้นที่ชั้นนำในการพัฒนาและวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์
และ 2 ภารกิจนำหน้าที่จะพามณฑลเข้าสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง ได้แก่
1. นำพามณฑลกวางตุ้งให้กลายเป็นสังคมที่กินดีอยู่ดีอย่างเท่าเทียมกันทุกพื้นที่
2. นำพามณฑลกวางตุ้งให้เป็นสังคมนิยมที่ทันสมัย[1]
ในปี 2556 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้นำนโยบาย “3 ตำแหน่ง 2 นำหน้า” มาวางแผนและกำหนดข้อสรุปแนวทางการทำงานเพื่อตอบรับและบรรลุเป้าหมายนโยบายดังกล่าว โดยการประกาศ “ข้อสรุปแผนการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้ง” ภายใต้หัวข้อนำพามณฑลกวางตุ้งให้กลายเป็นสังคมที่กินดีอยู่ดีอย่างเท่าเทียมกันทุกพื้นที่ ตามภารกิจนำหน้าที่รัฐบาลกลางได้มอบหมายไว้ จุดประสงค์หลักในการให้กลุ่มเมืองในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (เมืองหลัก) ซึ่งมีศักยภาพ ให้ความช่วยเหลือและผลักดันความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและสังคมให้แก่เมืองในภาคตะวันออกตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้ง (เมืองเข้าคู่) ซึ่งหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานของข้อสรุปดังกล่าวคือ โครงการเมืองคู่พัฒนา ระหว่างเมืองเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pearl River Delta) กับเมืองในภาคตะวันออกตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้ง
เป้าหมายและรูปแบบโครงการเมืองคู่พัฒนา
แนวทางการจับคู่เมืองในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงกับเมืองในภาคตะวันออก ตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้ง มีเป้าหมายสำคัญที่จะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเชิงลึกระหว่างกัน โดยอาศัยศักยภาพและประสบการณ์การพัฒนาของเมืองหลัก นำพาเมืองเข้าคู่ไปสู่การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมแรงงานอีกระดับหนึ่ง ด้วยการสนับสนุนด้านการเงิน จัดตั้งคณะทำงานช่วยเหลือ และจัดสรรผู้เชี่ยวชาญจากเมืองคู่หลัก ผลักดันให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบาย เทคโนโลยี การเงิน และทรัพยากรมนุษย์อย่างเป็นระบบ สร้างเขตอุตสาหกรรมความร่วมมือระหว่างกัน รวมถึงลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนา ปรับจีดีพีของทุกเมืองให้เพิ่มสูงขึ้นกว่าจีดีพีเฉลี่ยของทั้งประเทศและนำพาทุกพื้นที่ไปสู่สังคมกินดีอยู่ดี ในปี 2563
การจัดคู่เมืองในระยะแรกได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มเมืองในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง 6 เมือง และเมืองในภาคตะวันออก ตะวันตกและเหนือ 11 เมือง โดยปรับปรุงคู่เมืองครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2556 โดยจัดเป็น กลุ่มเมืองในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง 6 เมือง และเมืองในภาคตะวันออก ตะวันตกและเหนือ 8 เมือง เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์การพัฒนาของพื้นที่แต่ละแห่งและคล่องตัวในการทำงาน โดยกว่างโจวคู่กับเหมยโจวและชิงหย่วน เซินเจิ้นคู่กับเหอหยวนและซ่านเหว่ย จูไห่คู่กับหยางเจียง ฝอซานคู่กับหยุนฝู ตงก่วนคู่กับเสากวน และจงซานคู่กับฉาวโจว

กว่างโจวและเซินเจิ้นเมืองละ 2 คู่ จูไห่ ฝอซาน ตงก่วนและจงซานเมืองละ 1 คู่ โดยหุ้ยโจว เจียงเหมินและจ้าวชิ่งมิได้จับคู่กับเมืองใดเนื่องจากมีภารกิจด้านการพัฒนาที่หนักหน่วงอยู่แล้ว ส่วนซ้านโถว จ้านเจียง เจียงเหมินและจ้าวชิ่งมีขอบเขตทางเศรษฐกิจที่กว้างใหญ่รวมถึงมีโครงการเพื่อการพัฒนามากมายจึงมิได้จับคู่กับเมืองใดเช่นกัน ทั้งนี้รัฐบาลกวางตุ้งยังได้ระบุแผนการที่จะปรับปรุงรูปแบบและแผนการทำงานของโครงการเมืองคู่พัฒนาไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 ประจำปี 2559 อีกด้วย
รูปแบบความร่วมมือของเมืองคู่พัฒนา
“ข้อสรุปแผนการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้ง” ฉบับแรก ปี 2556 ได้ระบุรูปแบบความร่วมมือไว้ แต่มิได้มีความชัดเจนเท่าที่ควร ซึ่งส่งผลให้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในระยะแรก มิได้บังเกิดผลอย่างเป็นที่น่าพอใจ โดยรูปแบบความร่วมมือเดิมก่อนมีการปรับปรุงมี 3 ประการคือ
1. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทางด้านการเงิน
2. จัดสรรบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้ความรู้ วางแผนและดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ
3. ก่อตั้งเขตอุตสาหกรรมการผลิตความร่วมมือระหว่างกัน
ซึ่งหลักจากที่ดำเนินการไปแล้วในช่วงแรก พบว่ารูปแบบของการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยความรับผิดชอบส่วนใหญ่ในการดำเนินโครงการพัฒนายังเป็นของเมืองเข้าคู่เพียงฝ่ายเดียว ในปลายปี 2556 นายหู ชุนหัว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลกวางตุ้งได้กล่าวย้ำและมอบแนวทางความร่วมมือที่ชัดเจนให้แก่เมืองต่าง ๆ อีกครั้ง โดยเน้นย้ำให้ทั้งเมืองหลักและเมืองเข้าคู่มีความร่วมมือในเชิงลึกมากขึ้น แบ่งความรับผิดชอบในการดำเนินโครงการเท่า ๆ กัน
อีกทั้งสนับสนุนให้มีการจัดตั้งแผน กลไกและเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
ปี 2557 มีการแต่งตั้งผู้บริหารในระดับรองนายกเทศมนตรีของเมืองหลัก ให้เข้าไปรั้งตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีในเมืองเข้าคู่และมีการแต่งตั้งประธานคณะทำงานเมืองคู่พัฒนาจำนวน 8 คน ซึ่งการเข้าไปมีส่วนร่วมของผู้บริหารระดับสูงส่งผลให้มีการตัดสินใจในโครงการต่าง ๆ ที่รวดเร็วฉับไว และถือเป็นการยกระดับความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย
ปี 2558 มณฑลกวางตุ้งประกาศ “หน้าที่รับผิดชอบแผนการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ตะวันตกและเหนือของมณฑลกวางตุ้ง ประจำปี 25558” โดยระบุรูปแบบความร่วมมือของเมืองคู่พัฒนาให้มีความชัดเจนและขยายขอบเขตความร่วมมือให้กว้างมากยิ่งขึ้น 3 ประการ ได้แก่
1. สร้างความสมบูรณ์ให้กับระบบความร่วมมือ จัดทำรายงานผลและปัญหาแก่รัฐบาล ขยายความร่วมมือของเมืองคู่พัฒนาทั่วทุกด้าน จัดตั้งคณะติดตามและตรวจสอบการทำงานในโครงการความร่วมมือต่าง ๆ
2. ผลักดันให้เกิดโครงการความร่วมมือที่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านหยวน จำนวน 300 โครงการ เริ่มการก่อสร้างโครงการ 180 โครงการ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการผลิต 80 โครงการ
3. ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนารอบด้าน ครอบคลุมถึงเรื่องการศึกษาและสุขอนามัย โดยส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างองค์กรหรือสถานพยาบาลของเมืองหลักกับเมืองเข้าคู่
ทั้งนี้หลังจากมีการปรับเปลี่ยน การขยายความร่วมมือ รวมถึงการยกระดับรูปแบบการทำงานของโครงการเมืองคู่พัฒนาดังกล่าว จะส่งผลให้เมืองคู่พัฒนาเกิดการพัฒนาอย่างมีรูปธรรมหรือไม่นั้น นายหลิน เจียง นักวิชาการจากศูนย์วิจัยฮ่องกง-มาเก๊า-เขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจปากแม่น้ำจูเจียง มหาวิทยาลัยซุนยัดเซ็น ให้ความเห็นว่า จะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง จึงจะสามารถเห็นผลของโครงการนี้ได้อย่างชัดเจน โดยโครงการต่าง ๆ ยังต้องอาศัยความต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มความสามารถ เพื่อที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดของโครงการฯ ที่จะนำพามณฑลกวางตุ้งเข้าสู่สังคมกินดีอยู่ดีอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน
[1] ระบบสังคมนิยมที่ทันสมัยประกอบด้วย อุตสาหกรรมสมัยใหม่ เกษตรกรรมสมัยใหม่ กองทัพสมัยใหม่ และวิทยาการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
