เปิดแผนห้าเมืองรองในมณฑลกุ้ยโจว ใช้จุดแข็งของท้องถิ่นช่วยดันเศรษฐกิจโต
1 Apr 2026เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 รัฐบาลมณฑลกุ้ยโจวเปิดเผยแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยมุ่งเน้น 4 ด้าน ได้แก่ (1) การพัฒนาอุตสาหกรรม (2) การผลักดันโครงการต่าง ๆ (3) การดึงดูดการลงทุน (4) การพัฒนาผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ โดยมี 5 เมืองรองในมณฑลกุ้ยโจวได้แสดงจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภาพรวมเศรษฐกิจทั้งมณฑลให้เป็นรูปธรรมและได้ผลจริง ได้แก่
1. เขตปกครองตนเองเฉียนหนาน มีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมฟอสฟอรัส โดยจะพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปแร่ฟอสฟอรัสให้มีมูลค่าสูง และสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรม “เคมีฟอสฟอรัส+การหลอมโลหะ+วัสดุใหม่” ไว้ด้วยกันแห่งเดียวในจีน ทั้งนี้ ในปี 2568 อุตสาหกรรมฟอสฟอรัสของเขตฯ เฉียนหนานมีมูลค่ามากกว่า 75,000 ล้านหยวน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมวัสดุแบตเตอรี่พลังงานใหม่ที่ใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการเติบโตจากศูนย์จนเป็นคลัสเตอร์ระดับ 20,000 ล้านหยวน
2. เมืองลิ่วผานสุ่ย เน้นการใช้จุดเด่นในเรื่องพลังงานและการท่องเที่ยวมาผลักดันเศรษฐกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยเมืองลิ่วผานสุ่ยมีสมญานามว่า “เมืองถ่านหินแห่งภาคใต้ของจีน” และในปี 2568 เมืองลิ่วผานสุ่ยผลิตถ่านหินมากกว่า 80 ล้านตัน ทั้งนี้ ในภาพรวมของทั้งมณฑล กุ้ยโจวมีปริมาณสำรองถ่านหินราว 80,000 ล้านตัน สูงเป็นอันดับ 5 ของจีน นอกจากนี้ เมืองลิ่วผานสุ่ยยังมีความโดดเด่นเรื่องอากาศ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูร้อนอยู่ที่ 19 องศาเซลเซียส ถือเป็นเมืองเพื่อการหลบร้อน การท่องเที่ยว การพักผ่อน และการฟื้นฟูสุขภาพที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งของจีน
3. เมืองอานซุ่น เน้นอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวเป็นแกนหลัก โดยเฉพาะการมุ่งมั่นสร้างฐานอุตสาหกรรมการบินที่สำคัญระดับประเทศ และการเป็นที่ตั้งของน้ำตกหวงกั่วซู่ ซึ่งเป็นกลุ่มน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดในจีนและแหล่งท่องเที่ยวระดับสูงสุดของจีน (5A) ทั้งนี้ เมืองอานซุ่นมีพื้นฐานเดิมเป็นฐานอุตสาหกรรมการบินที่สำคัญมาตั้งแต่ยุค The Third-Front Movement[1] และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองอานซุ่นให้ความสำคัญกับการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยว พลังงานรูปแบบใหม่ อาหารและยา และดิจิทัล
[1] ยุค The Third-Front Movement หมายถึง ขบวนการแนวรบที่สามหรือการก่อสร้างแนวรบที่สามเป็นการรณรงค์ของรัฐบาลจีนในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านอุตสาหกรรมและการทหารในพื้นที่ตอนในของประเทศครอบคลุม 13 มณฑลและเขตปกครองตนเอง รวมถึงมณฑลกุ้ยโจว
4. เมืองถงเหริน มุ่งเน้นวัสดุใหม่จากแร่แมงกานีสและพลังงานสะอาด โดยเมืองถงเหรินเป็นแหล่งทรัพยากรแมงกานีสจำนวนมากและถูกนำมาพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมวัสดุใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของจีน รวมถึงเมืองถงเหรินยังเป็นแหล่งทรัพยากรพลังงานน้ำและพลังงานลมที่สำคัญของมณฑลกุ้ยโจว
5. เขตปกครองตนเองเฉียนซีหนาน มีจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเชื่อมต่อ 3 มณฑล ได้แก่ กุ้ยโจว-ยูนนาน-กว่างซี รวมถึงเป็นฐานพลังงานที่สำคัญของมณฑลกุ้ยโจว ทั้งนี้ เขตฯ เฉียนซีหนานจะใช้ทรัพยากรแร่และพลังงานเป็นฐานพัฒนาอุตสาหกรรม โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมและการแปรรูปอะลูมิเนียม เช่น ล้อรถ โซลาร์เซลล์ โลหะผสม และอะลูมิเนียมที่ใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต รวมถึงขับเคลื่อนการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรม “ถ่านหิน+ไฟฟ้า+อะลูมิเนียมแบบครบวงจร” ระดับหมื่นล้านหยวน
ที่มา: http://www.gz.chinanews.com.cn/jjgz/2026-03-08/doc-ihfaimzs0650575.shtml
