มาแล้ว! ไทยส่งทุเรียน 33 ตันถึงเฉิงตูผ่านรถไฟควบคุมอุณหภูมิ เปิดเส้นทางขนส่งใหม่จีน-ลาว-ไทย
6 Apr 2026
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (cold-chain) จีน-ลาว-ไทย ซึ่งบรรทุกทุเรียนสดจากประเทศไทย ได้ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จีน โดยจะผ่านด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน ก่อนเข้าสู่ท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู (Chengdu International Railway Port) นับเป็นการเปิดเส้นทางขนส่งผลไม้ไทยแบบ “รถไฟตลอดสาย (rail-only)” และเป็นช่องทางใหม่สำหรับการขนส่งผลไม้สดข้ามพรมแดนระหว่างจีน – ลาว – ไทย”
หน่วยงานบริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู ระบุว่า ก่อนหน้านี้การขนส่งทุเรียนไทยต้องใช้รถบรรทุกขนส่งจากไทยไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ก่อนเปลี่ยนเป็นรถไฟผ่านเส้นทางรถไฟจีน – ลาวเข้าสู่นครเฉิงตู แต่เส้นทางใหม่จากท่าเรือแหลมฉบังช่วยลดขั้นตอนโลจิสติกส์ โดยเริ่มต้นการขนส่ง “ทางราง” ตั้งแต่ประเทศไทยและเชื่อมต่อไปยังแหล่งผลิตทุเรียนหลักในภาคตะวันออกได้โดยตรง

ทุเรียนสดจะถูกขนส่งจากสวนไปยังท่าเรือแหลมฉบังภายในเวลาเพียงประมาณ 5 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่ระบบขนส่งทางรถไฟแบบต่อเนื่อง โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์เดียวตลอดเส้นทาง (ไม่เปิดตู้ระหว่างทาง) และควบคุมอุณหภูมิที่ประมาณ 13 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสดใหม่ของทุเรียนให้ใกล้เคียงกับสภาพจากต้นมากที่สุด
สำหรับเที่ยวขบวนพิเศษนี้ มีการขนส่งทุเรียนไทยจำนวน 2 ตู้ รวม 33 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านหยวน (1.4 แสนดอลลาร์สหรัฐ) หลังจากถึงท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตูแล้ว สินค้าจะถูกกระจายผ่านศูนย์กระจายผลไม้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ทุเรียน) และเครือข่ายขนส่งหลายรูปแบบ ไปยังตลาดค้าส่งในเมืองสำคัญ เช่น นครเฉิงตู นครฉงชิ่ง นครซีอาน เมืองเจียซิง นครกว่างโจว และกรุงปักกิ่ง ช่วยย่นระยะเวลาจากการขนส่งถึงมือผู้บริโภค ทำให้สามารถจำหน่ายทุเรียนสดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


นับตั้งแต่ศูนย์กระจายสินค้าดังกล่าวเปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา มูลค่าการนำเข้าผลไม้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู ได้ทะลุ 260 ล้านหยวน (36.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในตลาดจีน และทำให้ผู้บริโภคในภูมิภาคตะวันตกสามารถเข้าถึงผลไม้สดนำเข้าในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อรองรับการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิข้ามพรมแดนให้มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง บริษัทลงทุนและพัฒนาท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู ได้ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยเน้นพัฒนามาตรฐานตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็น ระบบซ่อมบำรุง และการเชื่อมต่อระบบขนส่งตลอดเส้นทาง เพื่อให้การขนส่งเป็นไปอย่างราบรื่น มีเสถียรภาพ และสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
สำหรับประเทศไทย
การยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดจีน โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักที่แข่งขันกันด้วย “ความเร็ว” และ “ความสด” เส้นทางนี้ช่วยลดขั้นตอนจากเดิมที่ต้องขนส่งทางถนนไปเวียงจันทน์แล้วจึงเปลี่ยนเป็นรถไฟมาเป็นการเริ่มต้นขนส่งทางรางตั้งแต่ท่าเรือแหลมฉบัง ทำให้การขนส่งมีความต่อเนื่องมากขึ้น แม้ในทางเทคนิคอาจยังมีการเปลี่ยนระบบที่ด่านชายแดน แต่ในเชิงห่วงโซ่ความเย็นถือว่าใช้ตู้เดียวและควบคุมอุณหภูมิได้ตลอดทาง สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่สินค้าเสียหาย ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และเพิ่มโอกาสที่ทุเรียนไทยจะเข้าสู่ตลาดด้วยคุณภาพสูงกว่าเดิม เมื่อสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคเร็วขึ้น ไทยก็มีแต้มต่อเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่น ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และความเชื่อมั่นจากผู้นำเข้า
การขยายการเข้าถึงตลาดภายในจีนจากพื้นที่ชายฝั่งสู่เมืองหลักในภาคตะวันตกและตอนในของประเทศจีน เดิมผลไม้ไทยจำนวนมากอาศัยเส้นทางทะเลหรือถนนเป็นหลัก ซึ่งเหมาะกับบางพื้นที่ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านเวลาและต้นทุนในการกระจายต่อไปยังเมืองห่างไกล การที่ขบวนนี้วิ่งตรงเข้าสู่ท่าเรือรถไฟนานาชาติเฉิงตู และเชื่อมต่อไปยังนครฉงชิ่ง นครซีอาน เมืองเจียซิง นครกว่างโจว และกรุงปักกิ่ง สะท้อนว่าไทยไม่ได้เพียง “ขายทุเรียนล็อตหนึ่ง” แต่กำลังอาศัยโอกาสสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าสู่ตลาดจีนที่กว้างขึ้นและลึกขึ้น โดยเฉพาะภูมิภาคตะวันตกของจีนซึ่งมีประชากรมหาศาลและกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเส้นทางนี้กลายเป็นระบบปกติ ไทยจะสามารถบริหารการส่งออกได้แม่นยำขึ้น วางแผนฤดูกาลขายได้ดีขึ้นและอาจต่อยอดไปสู่ผลไม้ชนิดอื่น เช่น มังคุด ลำไย มะพร้าว หรือสินค้าเกษตรสดที่ต้องรักษาอุณหภูมิ
จุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อุปทานเกษตรมูลค่าสูงที่เชื่อมอาเซียนกับจีนผ่านระบบราง ซึ่งมีนัยสำคัญมากกว่าการขนส่งทุเรียนเพียงครั้งเดียว เพราะหากไทยสามารถใช้โอกาสนี้พัฒนามาตรฐานบรรจุภัณฑ์ ห้องเย็น จุดรวบรวมสินค้า การตรวจปล่อยศุลกากร และระบบติดตามสินค้าให้สอดรับกับการขนส่งทางรางระหว่างประเทศ ไทยจะยกระดับจากการเป็นเพียงผู้ส่งออกวัตถุดิบ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรคุณภาพสูงของภูมิภาคได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยดึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน cold-chain ภายในประเทศ ตั้งแต่สวน ล้ง ศูนย์คัดแยก ไปจนถึงท่าเรือและรางเชื่อมต่อ ดังนั้น โอกาสที่แท้จริงของไทยไม่ใช่แค่ขายได้เร็วขึ้น แต่คือการใช้เส้นทางนี้เป็นแรงส่งในการปรับโครงสร้างการส่งออกผลไม้ไทยทั้งระบบ ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และผูกติดกับตลาดจีนในระยะยาวอย่างมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569
- https://mp.weixin.qq.cm/s/jABrJDqQKVW8slX2Lrfm9w
ที่มารูปภาพ:
- 699pic.com
- https://mp.weixin.qq.com/s/jABrJDqQKVW8slX2Lrfm9w
