ปี 2568 มณฑลเสฉวนมีมูลค่าการค้าต่างประเทศทะลุ 1.03 ล้านล้านหยวน จำนวนผู้ประกอบการนำเข้า–ส่งออกทะลุหนึ่งหมื่นรายเป็นครั้งแรก
7 Apr 2026
- จำนวนผู้ประกอบการที่มีการนำเข้า–ส่งออกจริงอยู่ที่ 10,329 ราย เพิ่มขึ้น 13.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทะลุหลักหนึ่งหมื่นรายเป็นครั้งแรก ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในจำนวนนี้ ผู้ประกอบการภาคเอกชนมีมากกว่า 9,000 รายเป็นครั้งแรก เพิ่มขึ้น 14.8%
- มูลค่าสินค้าที่นำเข้า–ส่งออกผ่านท่าอากาศยานเฉิงตูทะลุ 700,000 ล้านหยวน (ประมาณ 98,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นครั้งแรก คิดเป็น 8.6% ของการขนส่งทางอากาศทั่วประเทศ เพิ่มขึ้น 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์
- เขตปลอดอากรแบบครบวงจรเทคโนโลยีชั้นสูงเฉิงตู (Chengdu Hi-Tech Comprehensive Bonded Zone) มีมูลค่าการนำเข้า–ส่งออก 525,690 ล้านหยวน (ประมาณ 73,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 4.8% และยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศในกลุ่มเขตศุลกากรพิเศษครบวงจร

ข้อมูลจากด่านศุลกากรนครเฉิงตูเปิดเผยว่า ในปี 2568 มณฑลเสฉวนมีมูลค่าการค้าสินค้าระหว่างประเทศรวม 1,031,810 ล้านหยวน (ประมาณ 144,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ในอันดับที่ 8 ของประเทศ โดยแบ่งเป็นการส่งออก 608,650 ล้านหยวน (ประมาณ 85,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และนำเข้า 423,160 ล้านหยวน (ประมาณ 59,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จำนวนผู้ประกอบการการค้าต่างประเทศทะลุหนึ่งหมื่นรายเป็นครั้งแรก นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญ ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของเสฉวนสูงกว่า 600,000 ล้านหยวนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และการนำเข้ามากกว่า 400,000 ล้านหยวนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก โดยในช่วงต้นปี 2568 เพื่อรับมือกับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าโลก หลายหน่วยงานของเสฉวนได้สนับสนุนให้ภาคธุรกิจเร่งการส่งออก จัดเตรียมสินค้าและสต็อกล่วงหน้า ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่เร่งการผลิตและส่งมอบสินค้าให้ทันเวลา ส่งผลให้สามารถรักษาปริมาณการนำเข้า–ส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะกรรมการพรรคและรัฐบาลมณฑลเสฉวนยังได้ออกนโยบายต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือธุรกิจการค้าต่างประเทศให้ดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง
หลังเทศกาลตรุษจีน สำนักงานพาณิชย์ร่วมกับสถาบันการเงินได้ออกมาตรการ “8 ข้อใหม่เพื่อรักษาเสถียรภาพการค้าต่างประเทศ” โดยเพิ่มวงเงินสินเชื่อจาก 500,000 ล้านหยวน (ประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็น 800,000 ล้านหยวน (ประมาณ 112,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมทั้งสนับสนุนตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก รวมถึงธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดเล็ก โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด่านศุลกากรเฉิงตูได้ออกมาตรการ “18 ข้อ” เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่ด่านศุลกากร แก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการการค้าต่างประเทศ และในเดือนเมษายน คณะทำงานบริการผู้ประกอบการการค้าต่างประเทศของมณฑลได้ออกมาตรการ “9 ข้อ” เพื่อช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาด ลดต้นทุน และส่งเสริมรูปแบบธุรกิจใหม่
ในเดือนกันยายน ได้เริ่มดำเนิน “ปฏิบัติการ 100 วันเพื่อเสริมความมั่นคงการค้าต่างประเทศ” โดยบูรณาการความร่วมมือกับเมืองและเขตต่าง ๆ ภายในมณฑล เพื่อผลักดันมาตรการต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม และในช่วงปลายปี 2025 ยังมีการออกนโยบายเปิดกว้างทางเศรษฐกิจระลอกใหม่อย่างต่อเนื่อง มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2025 การค้าต่างประเทศของมณฑลเติบโต 3.6% และนับเป็นการเติบโตของการส่งออกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2024
ตลอดปี 2025 มณฑลเสฉวนยังได้เดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการการค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้น 6 อุตสาหกรรมหลักและอุตสาหกรรมอนาคต สำนักงานพาณิชย์ได้จัดการอบรมภายใต้โครงการ“ร้อยบริษัทนำร่อง–พันบริษัทยกระดับ” เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ จำนวนผู้ประกอบการที่มีการนำเข้า–ส่งออกจริงเพิ่มขึ้นเป็น 10,329 ราย เพิ่มขึ้น 13.8% โดยในจำนวนนี้ ผู้ประกอบการเอกชนเกิน 9,000 รายเป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ ภายใต้โครงการ “Chuan Xing Tianxia”[1] เพื่อสนับสนุนการขยายตลาดต่างประเทศ ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 มีการจัดให้บริษัท 2,066 ราย (ครั้ง) เข้าร่วมงานแสดงสินค้าจำนวน 99 งาน และมีการลงนามคำสั่งซื้อเบื้องต้นมูลค่ากว่า 30,760 ล้านหยวน (ประมาณ 4,306 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยตลาดใหม่ เช่น รัสเซีย เอเชียตะวันตก และเอเชียกลาง ต่างมีการเติบโตในระดับเลขสองหลัก
อีกประเด็นสำคัญคือ มณฑลเสฉวนได้ออกแผนพัฒนา “การบูรณาการการค้าและอุตสาหกรรม” เป็นครั้งแรกในปี 2025 เพื่อแก้ไขปัญหา “มีศักยภาพการผลิตแต่ขาดคำสั่งซื้อ” โดยเร่งสร้างกลไกเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์มการค้าและภาคการผลิต ทำให้สินค้า “ผลิตในเสฉวน (Made in Sichuan)” สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ในปี 2025 มูลค่าการนำเข้า–ส่งออกสินค้าประเภทเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่ 820,120 ล้านหยวน (ประมาณ 114,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 2% โดยสินค้า “สามประเภทใหม่” ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม และแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหัน มียอดส่งออกรวม 33,770 ล้านหยวน (ประมาณ 4,728 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 69.4% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่สินค้าเกษตรมีมูลค่าการค้ารวม 30,950 ล้านหยวน (ประมาณ 4,333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 15% และมีสินค้าเกษตร 15 รายการที่ส่งออกเป็นครั้งแรก
ในส่วนของสินค้าเฉพาะทาง สุราขาว (ไป๋จิ่ว) และไข่ปลาสเตอร์เจียนมีมูลค่าส่งออก 830 ล้านหยวน (ประมาณ 116 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ 120 ล้านหยวน (ประมาณ 16.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 10.7% และ 21.1% ตามลำดับ ส่วนการนำเข้าสินค้า เช่น กุ้งสดและปลาแซลมอนแช่เย็น มีมูลค่า 2,350 ล้านหยวน (ประมาณ 329 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ 1,600 ล้านหยวน (ประมาณ 224 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 57.7% และ 34.5% ตามลำดับ สะท้อนถึงความสำเร็จในการพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้าเฉพาะทางระดับประเทศ
ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และแพลตฟอร์มการค้า มีการยกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มูลค่าการนำเข้า–ส่งออกผ่านท่าอากาศยานเฉิงตูทะลุ 700,000 ล้านหยวน (ประมาณ 98,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นครั้งแรก คิดเป็น 8.6% ของทั้งประเทศ ขณะที่เขตปลอดอากรแบบครบวงจรเทคโนโลยีชั้นสูงเฉิงตู (Chengdu Hi-Tech Comprehensive Bonded Zone) มีมูลค่าการค้า 525,690 ล้านหยวน (ประมาณ 73,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 4.8% และยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทย
ไทยสามารถใช้โอกาสจากการเติบโตของการค้าต่างประเทศเสฉวนในด้าน “การขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพสูง” เนื่องจากจำนวนผู้นำเข้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ราย ทำให้มีช่องทางกระจายสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าไทย เช่น ผลไม้สด อาหารทะเลแช่เย็น อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการนำเข้าสินค้าห่วงโซ่ความเย็นของเสฉวนที่เติบโตสูง ไทยอาจเน้นสร้างแบรนด์สินค้า premium และใช้พันธมิตรท้องถิ่นในเสฉวนเพื่อเจาะตลาดผู้บริโภคระดับกลาง–บนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ในด้านโลจิสติกส์ ไทยได้ประโยชน์จากบทบาทของเฉิงตูที่เป็น “ศูนย์กลางกระจายสินค้า” ของจีนตะวันตก โดยเฉพาะท่าอากาศยานเฉิงตูและเขตปลอดอากรแบบครบวงจร ซึ่งเหมาะสำหรับการส่งออกสินค้ามูลค่าสูงหรือเน่าเสียง่าย เช่น ผลไม้สด ดอกไม้ และอาหารทะเล ไทยสามารถใช้เฉิงตูเป็น hub ในการกระจายสินค้าไปยังมณฑลใกล้เคียง รวมถึงใช้เขตปลอดอากรเพื่อพักสินค้า แพ็กสินค้าใหม่ หรือทำ distribution center เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงตลาด
[1] โครงการ/แบรนด์ของมณฑลเสฉวนที่มีเป้าหมายช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น “ก้าวสู่เวทีโลก” โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเจาะตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานพาณิชย์มณฑลเสฉวน
ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงวันที่ 6 เมษายน 2569
- https://www.sc.gov.cn/10462/10464/10797/2026/1/20/e58153b748d647409e119295a281ff02.shtml
ที่มารูปภาพ
- 699pic.com
