จีนกับการพัฒนา e-commerce ในแอฟริกา

ที่ผ่านมา การประชุม Africa e-commerce Week ได้จัดขึ้นที่กรุงไนโรบี เคนยา โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการมีความเห็นว่า digital economy ของจีนเติบโตอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับแอฟริกาในขณะที่ทวีปแอฟริกากำลังพัฒนา e-commerce และ digital economy ทั้งนี้ แอฟริกาควรร่วมมือกับจีนและเรียนรู้จากบทเรียนของจีนในการรับมือกับความท้าทายทางโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของ digital economy

ข้อมูลจาก World Economic Forum ชี้ว่า ปัจจุบัน กว่าร้อยละ 40 ของการค้า e-commerce ของโลกเกิดขึ้นที่จีน เทียบกับร้อยละ 1 ใน 10 ปีก่อน นอกจากนี้ อัตราส่วนการชำระเงินออนไลน์ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่ของจีนได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25 ในปี 2556 เป็นร้อยละ 68 ในปี 2559 ส่วนจำนวนผู้ซื้อของออนไลน์ของแอฟริกาอยู่ที่ 21 ล้านคนในปี 2560 ซึ่งครองสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 2 ของทั่วโลก นอกจากนี้ คาดว่า ตลาด e-commerce (B2C) ในแอฟริกามีมูลค่า 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปี 2560 ครองสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 0.5 ของ GDP แอฟริกา ซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ยของทั่วโลก (มากกว่าร้อยละ 4) เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ในแอฟริกาเห็นว่า ประสบการณ์ด้านการพัฒนา e-commerce ของจีนที่อาจเป็นประโยชน์ต่อแอฟริกา เช่น (1) การใช้โทรศัพท์มือถืออย่างทั่วถึง การเข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตอย่างสะดวก และเขตธุรกิจ e-commerce ที่เป็นมืออาชีพ ทำให้มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตและแพลตฟอร์ม e-commerce เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT โดยเฉพาะระบบการชำระเงินออนไลน์ระหว่างชาวแอฟริกา (3) ลดขัอจำกัดด้านการไหลเวียนของสินค้าและบุคลากรระหว่างเมืองต่าง ๆ รวมทั้งให้ผู้บริโภคแต่ละคนสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วยต้นทุนต่ำ และ (4) เรียนรู้จากกลยุทธ์การขยายตัว e-commerce ไปยังเขตชนบทของเครือ Alibaba ซึ่งการที่ e-commerce จะมีบทบาทจริงและมีบทบาทอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนของสังคม รวมถึงผู้ผลิต ผู้บริโภค นักธุรกิจ ธุรกิจ SMEs และ MSME บริษัทแบบดั้งเดิม และกลุ่มคนชนชั้นรากหญ้า

คาดว่า การจัดตั้งประชาคมเขตการค้าเสรีแห่งทวีปแอฟริกา (AfCFTA) จะช่วยกระตุ้น e-commerce ในทวีปแอฟริกา นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญในวงการมีความเห็นว่า ประเทศในแอฟริกาควรเอาชนะความท้าทายด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการสร้าง value chain ของ e-commerce รวมทั้งปรับเปลี่ยนแนวคิดที่ไม่ดีต่อการชำระเงินในลักษณะ paperless

ความร่วมมือจีน – แอฟริกาเป็นส่วนประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน โดยในส่วนของความร่วมมือ e-commerce ระหว่างจีน – แอฟริกาที่สนับสนุนโดยภาครัฐจีน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2561 รัฐบาลจีนได้สนับสนุนการเปิดใช้บริการของเว็บไซต์ China Africa Cross-border Electronic Business Platform (http://www.zfkjdsc.com) อย่างเป็นทางการ นับเป็นแพลตฟอร์ม e-commerce ข้ามชาติ (B2B) แห่งแรกระหว่างจีนกับแอฟริกา ซึ่งมีการให้บริการ  ลงนามสัญญาซื้อขายออนไลน์ การชำระเงินออนไลน์ การผ่านขั้นตอนศุลกากรออนไลน์ การผ่านขั้นตอนตรวจสอบเงินตราต่างประเทศออนไลน์ รวมทั้งมีผู้ให้บริการฝ่ายที่สามในแพลตฟอร์มดังกล่าว เช่น บริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย บริษัทโลจิสติกส์ และบริษัทประกันภัย เป็นต้น

สำหรับความร่วมมือ e-commerce ระหว่างจีนกับแอฟริกาที่ผลัดดันโดยภาคเอกชนจีน เมื่อปี 2560 บริษัทในเครือ Alibaba และ UNCTAD ได้ร่วมกันจัดโครงการ eFounders Fellowship ซึ่งเป็นโครงการเพื่อฝึกอบรม นักธุรกิจวัยรุ่นจากประเทศกำลังพัฒนา 1,000 คน (มี 200 คนมาจากแอฟริกา) เกี่ยวกับโอกาสของ e-commerce ecosystem และแบ่งปันประสบการณ์ล่าสุดด้านการเลี่ยนแปลงของ e-commerce และเทคโนโลยี กำหนดการในโครงการรวมถึงการศึกษาที่ Alibaba Business School เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ นายหยาง เทา อดีตพนักงานบริษัท Huawei ยังได้จัดตั้งแพลตฟอร์ม e-commerce Kilimall ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแพลตฟอร์ม e-commerce ใหญ่เป็นอันดับสองในทวีปแอฟริกา (รองจาก Jumia) และเป็นแพลตฟอร์ม e-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งแอฟริกาตะวันออก

 

 

แห่งข้อมูล

https://global.chinadaily.com.cn/a/201901/07/WS5c32962ea31068606745f20e.html

 

 

Avatar

Wen Bin

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม