กว่างซีหนุนท่องเที่ยวเรือสำราญ โอกาส ‘อัปเกรดการบริโภค’ ของภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย

17 Aug 2025

การท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ ได้รับการขนานนามเป็น “ธุรกิจทองคำบนผืนน้ำ” ประเทศจีนในฐานะตลาดเกิดใหม่ในอุตสาหกรรมเรือสำราญระดับโลก ตลาดการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญของประเทศจีนส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 เป็นต้นมา ปี 2567 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญทะลุ 2 ล้านคนครั้ง

สัญญาณเชิงบวกจากรัฐบาลจีนในการสนันสนุนการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่เกี่ยวข้องกับเรือสำราญเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นที่มีเมืองท่าชายทะเลตื่นตัวและไขว่คว้าโอกาสจากการสนับสนุนของส่วนกลาง รวมถึง  “เมืองเป๋ยไห่” (Beihai City/北海市) ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของประเทศจีน

“เมืองเป๋ยไห่” เป็น 1 ใน 3 เมืองท่าสำคัญของเขตฯ กว่างซีจ้วง (อีก 2 เมือง คือ เมืองชินโจว และเมืองฝางเฉิงก่าง) เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวริมชายหาดที่มีชื่อเสียงในประเทศจีน และเป็นเมืองเดียวของกว่างซี (และจีนตะวันตก) ที่มีท่าเทียบเรือสำราญระดับสากล

ย้อนเหตุการณ์สำคัญของการพัฒนาธุรกิจล่องเรือสำราญของเมืองเป๋ยไห่ เขตฯ กว่างซีจ้วง

  • ปี 2560 ริเริ่มโครงการก่อสร้าง “ท่าเรือสำราญนานาชาติอ่าวเป่ยปู้” (Beibu Gulf International Cruise Home Port /北部湾国际邮轮母港) ในเมืองเป๋ยไห่ เขตฯ กว่างซีจ้วง
  • 15 พฤษภาคม 2567 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (National Immigration Administration /中国国家移民管理局) ประกาศนโยบายอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญเป็นกรุ๊ป (ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป) ที่จัดโดยบริษัทตัวแทนนำเที่ยวในจีน และสามารถเดินทางเข้าประเทศจีนผ่านด่านท่าเรือสำราญ 13 แห่งในจีนได้แบบ ‘ปลอดวีซ่า’ รวมถึงท่าเรือสำราญนานาชาติอ่าวเป่ยปู้
  • 24 พฤษภาคม 2567 โครงการพัฒนาท่าเรือสำราญนานาชาติอ่าวเป่ยปู้ (เฟสแรก) ซึ่งหลัก ๆ ประกอบด้วยท่าเทียบเรือสำราญ #1 และ #2 (รองรับเรือขนาด 20,000 ตันและ 50,000 ตัน) รวมถึงอาคารผู้โดยสาร ได้ผ่านการตรวจรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกแบบรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 1 ล้านคนครั้ง
  • 15 พฤศจิกายน 2567 ให้บริการเส้นทางล่องเรือสำราญ “เป๋ยไห่ – ฮาลองเบย์ (เวียดนาม)” เที่ยวปฐมฤกษ์ เป็นโปรแกรมท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน นำนักท่องเที่ยวกว่า 1,000 คน ล่องเรือสำราญไปสัมผัสความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามเป็น “กุ้ยหลินบนท้องทะเล” ที่ฮาลองเบย์

พัฒนาการล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2568 บริษัท Guangxi Beibu Gulf Cruise Port Co., Ltd. (广西北部湾邮轮码头有限公司) ซึ่งเป็นผู้บริหารกิจการท่าเทียบเรือสำราญเป๋ยไห่ กับบริษัท Shanghai Blue Dream International Cruise Co., Ltd. (上海蓝梦国际邮轮股份有限公司) ผู้ดำเนินกิจการเรือสำราญ ได้ร่วมกันลงนามข้อตกลงความร่วมมือในธุรกิจท่องเที่ยวเรือสำราญ โดยสองฝ่ายจะเพิ่มความถี่ของเที่ยวเรือสำราญระหว่างเมืองเป๋ยไห่กับประเทศเวียดนาม และวางแผนจะเพิ่มเส้นทางให้บริการถึงซานย่า (มณฑลไห่หนาน) และดานังของเวียดนามด้วย จากเดิมที่มีเส้นทาง “เป๋ยไห่-ฮาลองเบย์” อยู่แล้ว

การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเรือสำราญ เมืองเป๋ยไห่จะมีเรือสำราญ Blue Dream Melody (蓝梦之歌) กลับเข้ามาให้บริการล่องเรือสำราญระหว่างประเทศ โดยมี “ท่าเรือสำราญนานาชาติอ่าวเป่ยปู้” ที่เมืองเป๋ยไห่เป็น “ท่าเรือต้นทาง”

ตามรายงาน วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เรือสำราญ Blue Dream Melody จะออกเดินทางเมืองเซี่ยเหมิน (มณฑลฝูเจี้ยน) แวะกรุงมะนิลา และเกาะโบราไค (ฟิลิปินส์) ซาบาห์ (มาเลเซีย) มัวรา (บรูไน) สิงคโปร์ ดานัง (เวียดนาม) เมืองซานย่า (มณฑลไห่หนาน) และสิ้นสุดโปรแกรมที่เมืองเป๋ยไห่ (เขตฯ กว่างซีจ้วง) ใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยว 14 วัน 13 คืน เชื่อม 9 จุดท่องเที่ยวใน 6 ประเทศ

จากนั้น เรือสำราญ Blue Dream Melody จะใช้ “ท่าเรือสำราญนานาชาติอ่าวเป่ยปู้” เป็นท่าเรือหลักในการให้บริการล่องเรือสำราญทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ ช่วงระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 – 4 มกราคม 2569 โดยมีโปรแกรมท่องเที่ยวล่องเรือสำราญทั้งแบบระยะสั้น 3 วัน 2 คืน และโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงลึก (Experiential Tourism) 4 วัน 3 คืน และ 5 วัน 4 คืน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลายให้กับนักเดินทาง

ความเคลื่อนไหวข้างต้นเป็นการดำเนินงานตาม “แผนปฏิบัติการเปลี่ยนผ่านและยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเมืองเป่ยไห่ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2568-2571)” โดยช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568 เรือสำราญ Blue Dream Melody วางแผนจะเพิ่มเที่ยวบริการเรือสำราญ 16 เที่ยวในเส้นทางประเทศเวียดนามสำหรับโปรแกรม 2 – 4 คืน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวตากอากาศในต่างประเทศ ‘ใกล้แค่ปากซอย’

นายเหลย เฉิน (Lei Chen/雷陈) รองนายกเทศมนตรีเมืองเป๋ยไห่ เปิดเผยว่า เมืองเป๋ยไห่วางแผนบ่มเพาะและดึงดูดบริษัทเดินเรือสำราญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้การดำเนินงานของท่าเรือสำราญนานาชาติอ่าวเป่ยปู้ให้เป็นประจำ และขยายเส้นทางไปยังชาติสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ เพื่อพัฒนาให้เมืองเป๋ยไห่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศทางทะเลระดับนานาชาติ พร้อมตั้งเป้าหมายว่า ในปี พ.ศ. 2571 เมืองเป๋ยไห่จะมีนักท่องเที่ยว 70 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 100,000 ล้านหยวน

ด้านนายหาน อวิ๋นเฟย (Han Yunfei/韩云飞) รองผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และกีฬาเมืองเป๋ยไห่ เปิดเผยว่า เมืองเป๋ยไห่จะศึกษาและกำหนดนโยบายการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องสำหรับการพัฒนาธุรกิจเรือสำราญเพิ่มเติม การสนับสนุนการขยายธุรกิจเส้นทางล่องเรือสำราญ การพัฒนาระบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับเรือ (Sourcing for Ships เช่น อาหาร เครื่องดื่ม น้ำมันเชื้อเพลิง อะไหล่ อุปกรณ์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ) การบริการของท่าเทียบเรือ การเดินทางท่องเที่ยว การช้อปปิ้ง รวมถึงการชักชวนดึงดูดให้เรือสำราญเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเส้นทางล่องเรือสำราญเพิ่มมากขึ้น

บีไอซี ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการ “ท่าเรือสำราญนานาชาติอ่าวเป่ยปู้” พื้นที่ก่อสร้าง 2,800 หมู่จีน (ราว 1,167 ไร่) ใช้เงินลงทุนราว 20,000 ล้านหยวน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเป๋ยไห่ ด้านใต้ติดกับวนอุทยานแห่งชาติกว้านโถวหลิงเป่ยไห่ (冠头岭国家森林公园)

“ท่าเรือสำราญนานาชาติอ่าวเป่ยปู้” เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมบริการท่าเรือสำราญระดับนานาชาติ ซึ่งเมืองเป๋ยไห่มุ่งเป้าการพัฒนาอุตสาหกรรมหลัก 5 สาขา ได้แก่ อุตสาหกรรมเรือสำราญ อุตสาหกรรมการขนส่งผู้โดยสารทางน้ำ อุตสาหกรรมกีฬาและนันทนาการทางน้ำ อุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและวัฒนธรรม และธุรกิจการค้าและโรงแรม คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 50,000 ล้านหยวน

ในบริบทที่ “ประเทศไทย” เป็นหมุดหมายที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญ ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ระบุว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้อนรับเรือสำราญถึง 162 เที่ยว มีผู้โดยสารทั้งหมด 379,036 คน และลูกเรือ 163,331 คน สร้างรายได้เข้าประเทศได้ถึง 1,890 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี

บีไอซี เห็นว่า แม้ว่าการท่องเที่ยวเรือสำราญจะเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีลูกค้าจำนวนไม่มาก แต่มี ‘ตังค์’ ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับสูง ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเรือสำราญที่แวะมาประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากฝั่งยุโรปและอเมริกา จึงอาจมองได้ว่า.. ประเทศไทยยังมีโอกาสในการบุกเบิกตลาดและขยายฐานลูกค้าชาวจีน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างชาวจีน ‘รุ่นใหม่’ ที่มีการ ‘ใช้จ่ายสูง’ (แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า… คนจีนที่มีตังค์ก็ยังใช้เงินมือเติบเพื่อซื้อประสบการณ์และความสุขเช่นเคย)

ภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของไทย สามารถแสวงหาช่องทางและสร้างโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับเมืองเป๋ยไห่และผู้ให้บริการเรือสำราญจีนเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง การจัดทำแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์(เส้นทาง)ท่องเที่ยวล่องเรือสำราญระหว่างท่าเรือสำราญเมืองเป๋ยไห่กับท่าเรือสำราญไทยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีกิจกรรมการท่องเที่ยวหลากหลาย มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มีความสะอาดและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นท่าเรืออ่าวป่าตอง ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือเกาะสมุย ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต และท่าเรือศรีราชา เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเรือสำราญระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป



จัดทำโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
ที่มา เว็บไซต์ www.gx.chinanews.com.cn (中新网广西) วันที่ 12 มิถุนายน 2568
เว็บไซต์ www.beihai.gov.cn/xxgkbm/bhslywtj/ (北海市旅游文体局) วันที่ 12 มิถุนายน 2568
หนังสือพิมพ์ Guangxi Daily (广西日报) วันที่ 12 มิถุนายน 2568

เมืองเป๋ยไห่เรือสำราญการท่องเที่ยว

Nanning_editor2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน