กว่างซีควงแขนมาเลย์-อินโดฯ ลุยตลาดอาหารฮาลาล ฮาลาลไทยร่วมด้วยได้อย่างไร

17 Jun 2025

ภายใต้บริบทการเป็น “ประตูสู่อาเซียน” (Gateway to ASEAN) เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงมุ่งกระชับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือในมิติต่าง ๆ กับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงด้าน “อาหารฮาลาล” ด้วย โดยเฉพาะ กับมาเลเซีย” ประเทศที่มีความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีความใกล้ชิดกับเขตฯ กว่างซีจ้วงเป็นอย่างมาก

“ฮาลาล” เป็นคำมาจากภาษาอารบิก หมายความว่า การผลิต การให้บริการ หรือการจำหน่ายใด ๆ ที่ไม่ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนา จึงอาจกล่าวได้ว่า “อาหารฮาลาล” คือ อาหารที่ได้ผ่านกรรมวิธีในการทำ ผสม ปรุง ประกอบ หรือแปรสภาพ ตามศาสนบัญญัติอิสลาม โดยสังเกตจากตราสัญลักษณ์ “ฮาลาล” บนบรรจุภัณฑ์

ปี 2567 ตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกมีมูลค่า 1,592.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในปี 2568 จะเติบโตแตะระดับ 1,683 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2576 จะพุ่งแตะระดับ 2,618 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดอาหารฮาลาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ของโลก มีประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียเป็น “ตลาดหลัก” เนื่องจากมีฐานประชากรชาวมุสลิมจำนวนมาก และรัฐบาลให้การสนับสนุนมาตรฐานการรับรองอาหารฮาลาล (ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายจากชาติมุสลิมทั่วโลก)

———————————–  ข้อมูลจาก Global Growth Insights บริษัทให้คำปรึกษาชั้นนำ


ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 เขตฯ กว่างซีจ้วงกับประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือในอุตสาหกรรมฮาลาลและร่วมบุกเบิกตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลร่วมกัน เช่น งาน Al-Powered Accessibility : Breaking Barriers to Indonesia’s Vast Halal Market และงานประชาสัมพันธ์ Malaysia’s Premium Products & Halal Industry Promotion Event ซึ่งจัดขึ้นที่นครหนานหนิง เขตฯ กว่างซีจ้วง

ปัจจุบัน ประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกเกือบ 2,050 ล้านคน คิดเป็น 1/4 ของประชากรโลก (ประชากรโลกมีอยู่ราว 8,180 ล้านคน) และชาวมุสลิมเพศหญิงมีสัดส่วนร้อยละ 10 ของประชากรโลก หรือราว 810 ล้านคน โดยชาวมุสลิมกว่าร้อยละ 60 อาศัยอยู่ในเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะ “อินโดนีเซีย” เป็นประเทศที่มีประชากรชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก (ราว 245 ล้านคน) และ “มาเลเซีย” เป็นหนึ่งใน “ศูนย์กลางเศรษฐกิจมุสลิมของอาเซียน” โดยมีมาตรฐานฮาลาลที่มีมาตรฐานสูงและมีสภาพตลาด (Market circumstances) ที่เป็นสากล

————————————  สถิติจาก timesprayer.com


ความพร้อมของเขตฯ กว่างซีจ้วงใน “อุตสาหกรรมฮาลาล” อยู่ตรงไหน? ——— “สวนอุตสาหกรรมอาหาร   ฮาลาล” จะก่อสร้างขึ้นใน “เขตนิคมอุตสาหกรรมจีน(ชินโจว)-มาเลเซีย” ในเมืองท่าชินโจว (Qinzhou City/钦州市) เขตฯ กว่างซีจ้วง โดยจะก่อสร้างตามมาตรฐานฮาลาลของสำนักงานการพัฒนากิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติมาเลเซีย (Jabatan Kemajuan Islam Malaysia : JAKIM) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจรับรองฮาลาลในมาเลเซีย (ได้รับการยอมรับใน 56 ประเทศทั่วโลก)

สวนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล” เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างบริษัท China-Malaysia Qinzhou Industrial Park (Guangxi) Investment Holding Group (广西中马钦州产业园区投资控股集团) กับบริษัท Perbadanan Ekonomi Islam Perak Sdn. Bhd. (PSB) จากประเทศมาเลเซีย (สองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงโครงการฯ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568) มีเนื้อที่ 150 เอเคอร์ (เท่ากับ 379.5 ไร่) ได้รับการวางตำแหน่ง (Positioning) เป็นฐานอุตสาหกรรมฮาลาลแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการวิจัยและพัฒนา (Research and Development – R&D) การผลิต การรับรองฮาลาล และการค้า มีเป้าหมายที่จะดึงดูดโครงการลงทุนด้านการผลิตและแปรรูปอาหารฮาลาลจากมาเลเซีย รวมถึงชาติสมาชิกอาเซียนอื่นด้วย

ทุกฝ่ายเชื่อว่า สวนอุตสาหกรรมดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความเชื่อมโยงเชิงลึกทั้งด้านการแปรรูปอาหารฮาลาลเพื่อส่งออก การสร้างมาตรฐานสินค้าฮาลาล และการสร้างแบรนด์ร่วมกัน รวมทั้งช่วยให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลจีนก้าวข้ามมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงการขยายตลาดอาเซียน ตะวันออกกลาง และทั่วโลก

นอกจากนี้ จีน (กว่างซี) กับมาเลเซีย ยังมีโครงการจัดตั้ง “ศูนย์รับรองอาหารฮาลาลมาเลเซีย” ที่เมืองชินโจว ภายใต้ชื่อโครงการรับรองอาหารฮาลาลหมินเหอ (闵和清真食品认证) ระหว่างบริษัท China-Malaysia Investment Holding Group (中马投控集团) กับบริษัท Minko International Sdn. Bhd. (Malaysia) ซึ่งศูนย์รับรองอาหารฮาลาลแห่งนี้จะช่วยเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลส่งออกของผู้ผลิตในจีน และช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากลให้แก่ผลิตภัณฑ์สินค้าที่ผลิตในประเทศจีน

บีไอซี ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เขตฯ กว่างซีจ้วง ยังมีหน่วยงานที่ให้บริการรับรองอีกแห่ง ชื่อว่า “ศูนย์บริการรับรองคุณสมบัติ” (资质认证服务中心) ตั้งอยู่ในอาคารศูนย์ธุรกิจจีน-อาเซียน (China-ASEAN Business Center/中国—东盟经贸中心) นครหนานหนิง โดยศูนย์แห่งนี้ให้บริการรับรองมาตรฐานฮาลาลให้แก่ผลิตภัณฑ์เส้นหมี่พร้อมปรุงหลัวซือเฝิ่น ช่วยให้ ‘มรดกความอร่อยระดับกว่างซี’ ได้ออกไป ‘สยายปีก’ ในชาติมุสลิมมาแล้ว

รู้หรือไม่… เมื่อต้นปี 2568 ผลิตภัณฑ์เส้นหมี่พร้อมปรุงหลัวซือเฝิ่น หรือ เส้นหมี่ซุปหอยขม ยี่ห้อ Luo Ba Wang  (螺霸王) ของกว่างซี ได้รับการรับรองเป็นอาหารฮาลาลเป็นครั้งแรกจากสภาอุลามาอฺแห่งอินโดนีเซีย (Majelis Ulama Indonesia หรือ MUI) ซึ่งถือเป็น ‘ใบเบิกทาง’ สำคัญที่ช่วยให้เส้นหมี่หลัวซือเฝิ่น “ก้าวออกไป” สู่ตลาดมุสลิมในประเทศอินโดนีเซีย


บีไอซี เห็นว่า โมเดลธุรกิจ “ผลิตที่กว่างซี + รับรองจากอินโดนีเซีย/มาเลเซีย + เข้าสู่ตลาดโลก” ของเขตฯ กว่างซีจ้วง เป็นโอกาสของธุรกิจอาหารฮาลาลไทยที่จะเข้ามาลงทุนโดยพิจารณาใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มที่มีอยู่ในกว่างซี (สวนอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล และศูนย์รับรองอาหารฮาลาล) สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนสำหรับนักลงทุนต่างชาติ  รวมถึงโครงข่ายโลจิสติกส์ที่สะดวกรวดเร็วได้เช่นกัน



จัดทำโดย : นางสาวฉิน อวี้อิ๋ง ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
ที่มา เว็บไซต์ http://gx.news.cn (新华网) วันที่ 14 พฤษภาคม และ วันที่ 17 เมษายน และวันที่ 27 มกราคม 2568
เว็บไซต์ www.globalgrowthinsights.com (全球增长洞察) วันที่ 12 พฤษภาคม 2568
เว็บไซต์ www.gx.chinanews.com (中新网) วันที่ 12 พฤษภาคม 2568
เว็บไซต์ https://english.gcmg.com.cn (中马控股集团) วันที่ 15 เมษายน 2568
เว็บไซต์ www.enanyang.my (南洋商报) วันที่ 14 เมษายน 2568
WeChat Official Account 自贸试验区钦州港片区 วันที่ 15 เมษายน 2568
ภาพประกอบ https://mytruthmedia.com

อาหารฮาลาล

Nanning_editor2

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน