กว่างซีปรับลดราคารับซื้ออ้อย หวังกู้วิกฤตธุรกิจน้ำตาลจีน

17 Dec 2014

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : ทางการกว่างซีได้ดำเนินนโยบายปรับลดราคารับซื้ออ้อยขั้นต้นจากฤดูกาลผลิตก่อน เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดของตลาดน้ำตาลในจีน

กรมกำกับราคาสินค้าเขตฯ กว่างซีจ้วง (Guangxi Commodities Price Bureau) ประกาศฐานราคารับซื้ออ้อยขั้นต้นในฤดูกาลผลิตปี 2557/2558 อยู่ที่ตันละ 400 หยวน (ลดลงจากฤดูการผลิตก่อนตันละ 40 หยวน) โดยเทศบาลเมืองต่างๆ สามารถกำหนดราคาเพิ่ม/ลดได้อีกไม่เกินตันละ 10 หยวน

กลไกการคำนวณราคารับซื้ออ้อยในกว่างซียังคงใช้วิธีการผูกราคารับซื้ออ้อยกับราคาน้ำตาล โดยฤดูกาลผลิตปี 2557/2558 ได้กำหนดราคารับซื้อขั้นต้นไว้ที่ตันละ 400 หยวน ราคาขายน้ำตาลทรายขาวเฉลี่ยต่อตัน(รวมภาษี) 5,100 หยวน และค่าสัมประสิทธิ์ของราคารับซื้ออ้อยกับราคาจำหน่ายน้ำตาลอยู่ที่ 6 เปอร์เซนต์  ทั้งนี้ หากราคารับซื้อ้อยมีความผันผวนจะมีการคำนวณราคาอ้อยขั้นสองเพื่ออุดหนุนราคาอ้อย

นอกจากนี้ ทางการกว่างซียังดำเนินนโยบายสนับสนุนการปลูกอ้อยพันธุ์ดีด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนพิเศษให้กับอ้อยชั้นดี 17 พันธุ์ที่ตันละ 30 หยวน โดยแต่ละเมืองสามารถคัดเลือกอ้อยชั้นดีไม่เกิน 5 พันธุ์เป็นพันธุ์อ้อยสนับสนุนในพื้นที่ (ที่จะขอรับเงินอุดหนุนพิเศษ) และทำเรื่องลงบันทึกกับกรมกำกับราคาสินค้าเขตฯ กว่างซีจ้วง

เทศบาลท้องถิ่นจะต้องประกาศรายชื่อพันธุ์อ้อยใหม่และพันธุ์อ้อยที่ไม่ได้รับการสนับสนุนการปลูกให้แก่เกษตรกรเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งฤดูกาลผลิต

หลายปีมานี้ ธุรกิจน้ำตาลในจีนต้องเผชิญปัญหาด้านต้นทุน(ค่าแรงและค่าวัสดุ)ที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ผู้ผลิตต้องแบกรับภาระผลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน

เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจน้ำตาลในเมืองฉงจั่ว[*] กล่าวว่า โรงงานน้ำตาลได้ทยอยเปิดหีบอ้อยในฤดูกาลผลิตปี 2557/2558 ไปบ้างแล้ว ซึ่งหากประเมินจากสภาพทางการตลาดในปัจจุบัน คาดว่าฤดูกาลผลิตใหม่นี้สถานการณ์ยังไม่สู้ดีนัก

การปรับลดราคารับซื้ออ้อยส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรขาดแรงจูงใจในการปลูกอ้อย จากข้อมูลพบว่า ฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 กว่างซีมีพื้นที่ปลูกอ้อย 16 ล้านหมู่จีน (ราว 6.67 ล้านไร่) ในฤดูกาลผลิตใหม่คาดว่าพื้นที่ปลูกจะลดลงเหลือ 14.5 ล้านหมู่จีน (ราว 6.04 ล้านไร่) หรือลดลงมากกว่า 6 แสนไร่ และมีแนวโน้มจะลดลงอีกในอนาคต

ชาวไร่อ้อยบางส่วนได้แปรสภาพพื้นที่เดิมที่เตรียมไว้สำหรับการปลูกอ้อยไปปลูกพืชเศรษฐกิจประเภทอื่นที่ได้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น กล้วย และมันสำปะหลัง

ภาวะขาดแคลนแรงงานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำตาลในกว่างซี เนื่องจากแรงงานวัยรุ่นในท้องถิ่น(ละทิ้งบ้านเกิด)ออกไปทำงานต่างถิ่น ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน กอปรกับการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรทุ่นแรงยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ส่งผลให้ค่าแรงพุ่งสูงขึ้น

นายสวี จื้อ (Xu Zhi, 徐智) ผจก.ใหญ่บริษัท Shiji Feilong Sugar (世纪飞龙制糖有限公司) ในอำเภอต้าซิน เมืองฉงจั่ว ให้ข้อมูลว่า ตลาดน้ำตาลที่ตกอยู่ในภาวะซบเซา ส่งผลให้ช่วง 2 ฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา บริษัทฯ ต้องประสบผลขาดทุนรวมกันมากกว่า 200 ล้านหยวน และฤดูกาลผลิตนี้ก็มีแนวโน้มจะขาดทุนมากขึ้น (ซึ่งมีสภาพเช่นเดียวกับโรงงานน้ำตาลแห่งอื่นในกว่างซี)

 

 

คำอธิบายเพิ่มเติม

เมืองฉงจั่ว[*] ตั้งอยู่ติดกับประเทศเวียดนาม เป็นแหล่งปลูกอ้อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกว่างซี (1/3 ของมณฑล) และประเทศจีน (1/5 ของประเทศ)

 

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน