นครกว่างโจวกับโอกาสแบรนด์เนมระดับไฮเอนของไทย
29 Dec 2021
เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา Hermès สาขาห้างสรรพสินค้า Taikoo Hui นครกว่างโจวมียอดจำหน่ายสูงถึง 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (19 ล้านหยวน) ภายใน 1 วัน นับเป็นยอดจำหน่ายสินค้าต่อวันที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของสินค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนในจีน และได้กลายเป็นข่าวฮือฮาที่ทำให้สื่อและแบรนด์หรูทั่วโลกต้องหันมาสนใจศักยภาพของผู้บริโภคในนครกว่างโจวอีกครั้ง ทั้งนี้ บริษัท JLL ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนและจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่มี สนง.อยู่ที่นครชิคาโก สหรัฐฯ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้ด้วยว่า ที่ผ่านมาแบรนด์สินค้าระดับไฮเอน (hi-end) ประเมินความสามารถด้านการบริโภคสินค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนของผู้บริโภคในนครกว่างโจวต่ำเกินไป ทำไมถึงมองเช่นนั้น และแบรนด์ของไทยจะมีโอกาสหรือไม่ วันนี้ศูนย์ BIC นครกว่างโจวจะพาทุกท่านไปหาคำตอบกัน
แบรนด์หรูในนครกว่างโจวเติบโตต่อเนื่อง
นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยอดจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนในนครกว่างโจวเพิ่มสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้าระดับสูงในนครกว่างโจวต่างมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นกว่า 2 – 3 เท่า โดยห้างสรรพสินค้า Friendship Store ซึ่งเป็นห้างระดับไฮเอนแห่งแรกของนครกว่างโจว เผยข้อมูลการจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ปี2564 โดยห้างสรรพสินค้า Friendship Store สามารถจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมได้เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า โดยในจำนวนดังกล่าว สินค้าเครื่องสำอางและนาฬิการะดับไฮเอนมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า ทั้งนี้ นาย Jiang Runfu ผู้จัดการห้างสรรพสินค้า Friendship Store เผยว่า ผู้บริโภคในนครกว่างโจวมีความสามารถในการจับจ่ายไม่น้อยไปกว่าผู้บริโภคในกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ อย่างไรก็ดี เนื่องจาก ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 ผู้บริโภคบางส่วนยังนิยมเดินทางไปซื้อสินค้าแบรนด์เนมที่ฮ่องกง

ห้างสรรพสินค้า La Perle Plaza ซึ่งเป็นห้างระดับไฮเอนที่แบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาเปิดสาขาแรกในนครกว่างโจว เช่น Hermès Prada Celine Hugo Boss Versace และ D&G. โดยห้าง La Perle Plaza เผยว่า ในช่วงเดือนมีนาคม 2564 ห้างฯ มีลูกค้า VIP เพิ่มขึ้นกว่า 100 ราย โดยผู้ที่ได้รับสถานะเป็นลูกค้า VIP ของห้างฯ ต้องใช้จ่ายอย่างน้อย 25,000 หยวน (3,282 ดอลลาร์สหรัฐ) ภายในหนึ่งวัน หรือใช้จ่าย 50,000 หยวน (34,487 ดอลลาร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลา 6 เดือน ทั้งนี้ โดยห้างสรรพสินค้า La Perle Plaza ยังเผยว่า ลูกค้า VIP ส่วนใหญ่นิยมซื้อสินค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอน เช่น Hermes Louis Vuitton Prada Dior และ Ermenegildo Zegna เป็นต้น
ห้างสรรพสินค้า Taikoo Hui ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนในนครกว่างโจวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในปัจจุบัน เผยว่า นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ร้านสินค้าแบรนด์เนมระดับไฮแอนด์เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แบรนด์ดังหลายร้านมีลูกค้ามาต่อแถวเพื่อซื้อสินค้ามากขึ้น โดยในช่วงพีค ร้านขายสินค้าแบรนด์เนมหลาย ร้านมีลูกค้ามาต่อแถวมากกว่า 30 คน นอกจากนี้ กลุ่ม Swire Properties ซึ่งบริหารห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ได้จัดทำรายงานผลประกอบการของช่วงครึ่งแรกของปี 2564 เผยว่า ห้างสรรพสินค้า Taikoo Hui นครกว่างโจวมีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2020 ปัจจุบัน นครกว่างโจวมีแบรนด์เนมระดับไฮเอนที่เข้ามาเปิดหน้าร้าน (boutique) แล้วกว่า จำนวน 30 แบรนด์

การตอบรับจากแบรนด์ต่าง ๆ ภายหลังตลาดเติบโตสูง
ปัจจุบัน สินค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนรายใหม่จำนวนมากเริ่มเข้ามาเปิดหน้าร้าน (boutique) ในนครกว่างโจวและมากขึ้น โดยเมื่อปี 2020 ย่านธุรกิจเทียนเหอ ซึ่งเป็นย่านที่มีห้างสรรพสินค้าเป็นจำนวนมาก เช่น ห้าง TeeMall ห้าง Parc Central ห้าง Grand View ห้าง One Link Plaza และห้าง Taikoo Hui มีร้านค้าแบรนด์เนมเข้ามาเปิดสาขาใหม่ว่า 235 ร้าน ในจำนวนดังกล่าวเป็นร้านที่เข้ามาเปิดในเอเชียแปซิฟิกครั้งแรก 2 แบรนด์ เข้ามาเปิดในจีน ครั้งแรก 56 แบรนด์ เข้ามาเปิดในจีนตอนใต้เป็นครั้งแรก 46 แบรนด์ และเข้ามาเปิดในนครกว่างโจว 128 แบรนด์ นอกจากนี้ แบรนด์เนมระดับไฮเอนหลายแบรนด์ยังได้ทยอยเข้ามาเปิดร้านชั่วคราว (pop-up store) มากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่ภายในห้าง โดยเฉพาะห้าง Taikoo Hui ที่มีอัตราการเช่าเต็มร้อยละ 100 ตลอดทั้งปี เป็นต้น
ทั้งนี้ นาย Zhong Lianjun หัวหน้าฝ่ายการค้าภูมิภาคจีนตอนใต้ของบริษัท CBRE กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย (luxury good) ในท้องถิ่นมากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดของการเดินทาง ซึ่งส่งผลให้การบริโภคในมณฑลกวางตุ้งฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เศรษฐกิจภาพรวมของจีนที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพและพฤติกรรมการจับจ่ายของคนรุ่นใหม่เป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้การบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย (luxury good) ของมณฑลกวางตุ้งขยายตัวมากขึ้น
นครกว่างโจว ตลาดแบรนด์หรูสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ในรายงานผลประกอบการของกลุ่ม Swire Properties ยังคาดการณ์อีกว่า ในอนาคตการค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือย (luxury goods) ในนครกว่างโจวมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งขึ้น (expected to be strong) ซึ่งสอดคล้องกับนาย Zhong Lianjun หัวหน้าแผนกการค้าของบริษัท CBRE (South China Department of Commerce) ที่กล่าวว่า การบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย (luxury good) ในนครกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้นมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้น ทั้งนี้ นาย Zhong เห็นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวจีนไม่สามารถเดินทางไปซื้อสินค้ายังต่างประเทศได้ รวมถึง มาตรการลดภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้านำเข้าเหลือร้อยละ 9.1 จากเดิมร้อยละ 11.2 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยในมณฑลกวางตุ้งเติบโตสูงขึ้น นอกจากนี้ นาย Zhong ยังระบุอีกว่า การขยายตัวของตลาดสินค้าแบรนด์เนมทำให้เกิดการขยายตัวของย่านธุรกิจในนครกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้นด้วย

โอกาสของแบรนด์ไทย
ปัจจุบัน ในภาพรวมแฟชั่นแบรนด์เนมของไทยเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยส่วนใหญ่รู้จักผ่านการสวมใส่เสื้อผ้าของศิลปินดารา เช่น แบรนด์ POEM สวมใส่โดย Ouyang Nana, Chen Yangxi, Yang Mi และDilraba Dilmurat แบรนด์ Kloset สวมใส่โดย Gao Yuanyuan Su Xin แบรนด์ PONY STONE และ Sretsis สวมใส่โดย ลิซ่า แบล็คพิงค์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ของไทยมีจำหน่ายในจีน อาทิ แบรนด์ VATANIKA ที่นครเฉิงตู เป็นต้น
ผู้แทนของบริษัท Guangzhou Friendship Store กล่าวว่า ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แบรนด์เนมระดับไฮเอนด์รายใหญ่หลายรายต่างรู้สึกถึงศักยภาพการบริโภคของตลาดจีนมากขึ้น และนับตั้งแต่เมื่อปี 2020 ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลายมากขึ้น แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มเข้ามาลงทุนเพื่อเปิดตลาดในจีนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้แทนของบริษัท Guangzhou Friendship Store ยังระบุอีกว่า แนวโน้มการจำหน่าย นาฬิกา เสื้อผ้า และเครื่องสำอางระดับไฮเอนด์จะยังคงรักษาแนวโน้มที่ดีไว้ได้ในปี 2564
ศูนย์ BIC เห็นว่า นครกว่างโจวเป็นตลาดแบรนด์เนมสำคัญและมีศักยภาพมากเทียบเท่าปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ถึงแม้ว่า นครกว่างโจวจะยังมีหน้าร้าน (boutique) ของแบรนด์เนมระดับไฮเอนไม่มากนัก แต่ศูนย์ BIC มองว่านี่คือโอกาสสำคัญของแบรนด์ระดับไฮเอนของไทยในการเข้าสู่ตลาดสินค้าแบรนด์เนมของนครกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้น เพื่อให้สินค้าแบรนด์เนมของไทยเป็นที่รู้จักโดยใช้ประโยชน์จากช่องว่างของตลาดที่ยังมีแบรนด์เนมระดับไฮเอนไม่มากนักก่อนที่แบรนด์เนมระดับไฮเอนจากประเทศอื่น ๆ จะเข้ามาจับจองส่วนแบ่งทางการตลาด
แหล่งที่มาของข้อมูล
https://wwd.com/fashion-news/fashion-scoops/hermes-hauled-in-2-7-million-in-one-china-store-on-saturday-sources-1203559738/
https://www.businessinsider.com/wealthy-chinese-shoppers-slurge-at-hermes-store-in-china-2020-4
https://www.joneslanglasalle.com.cn/en/trends-and-insights/research/is-the-guangzhou-luxury-market-underestimated
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1692448836828463209&wfr=spider&for=pc
https://www.163.com/dy/article/GC50J481053159A3.html
http://www.china.org.cn/english/BAT/215543.htm
https://kb.southcn.com/kb/004b519df6.shtml
https://www.instagram.com/poem_official/?hl=en
https://www.vatanika-design.com/
