รัฐบาลไห่หนานเตรียมเปิดตัวร้านสินค้าปลอดภาษีใหม่ โอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย

หากพูดถึงสวรรค์ของนักท่องเที่ยว เราคงต้องนึกถึงหาดทรายสีขาว อาหารที่อร่อย โรงแรมสวย ๆ และที่ขาดไม่ได้ คือ “การช้อปปิ้ง” ซึ่งมณฑลไห่หนานได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นการจับจ่ายสินค้าในร้านสินค้าปลอดภาษี โดยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 กระทรวงการคลังจีน (Ministry of Finance) ทบวงศุลกากรจีน (General Administration of Customs) และสำนักงานจัดการภาษีจีน (State Taxation Administration) ได้ประกาศเพิ่มโควตาการจับจ่ายสินค้าปลอดภาษีในมณฑลไห่หนาน โดยนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเดินทางมายังมณฑไห่หนาน (ปี 2562 มีชาวจีนไปท่องเที่ยวประมาณ 82 ล้านคน) สามารถจับจ่ายสินค้าในร้านสินค้าปลอดภาษีในมณฑลไห่หนานโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกจีนได้สูงสุดคนละ 100,000 หยวน (460,000 บาท) ต่อปี จากเดิม 30,000 หยวน (138,000 บาท)  ซึ่งนโยบายดังกล่าวช่วยกระตุ้นความต้องการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของมณฑลไห่หนานเป็นอย่างมาก โดยดึงดูดคนจีนที่ต้องการจับจ่ายในต่างประเทศให้หันกลับมาจับจ่ายสินค้าในประเทศเพื่อลดการขาดดุลการค้าในภาคบริการ และมีส่วนช่วยส่งเสริมยุทธศาสตร์การหมุนเวียนสองระบบ (dual circulation strategy) ซึ่งเน้นการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น รวมทั้งจะทำให้มณฑลไห่หนานก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบริโภคด้านการท่องเที่ยวระดับโลก (international tourism consumption center) ต่อไปในอนาคต  ซึ่งเชื่อมโยงกับนโยบายเปิดเสรีภาพด้านการบินที่ 7 ซึ่งศูนย์ BIC เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้

ทิศทางและแนวโน้มของตลาดสินค้าปลอดภาษีในจีนและมณฑลไห่หนาน

นายชาร์ลส์ เฉิน ประธานกลุ่มบริษัท China Duty Free Group (CDFG) ได้กล่าวในงาน TFWA China Reborn ที่จัดขึ้นทางออนไลน์ว่า ตลาดสินค้าปลอดภาษีจีนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคยุคใหม่จากเมืองรองระดับ tier 2 และ tier 3 (ในระบบของจีน) เริ่มจับจ่ายใช้สอยในตลาดสินค้าปลอดภาษีมากขึ้น และเมื่อปี 2562 ขนาดตลาดสินค้าปลอดภาษีจีนมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 8 ของขนาดตลาดทั้งหมดทั่วโลก แต่คนจีนจับจ่ายสินค้าปลอดภาษีร้อยละ 40 ของจำนวนสินค้าปลอดภาษีทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งแสดงว่า ตลาดสินค้าปลอดภาษีในจีนมีโอกาสขยายตัวอีกมาก นอกจากนี้ CDFG ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการประกอบธุรกิจโดยเน้นการให้บริการทางพาณิชย์ออนไลน์มากขึ้น เช่น การจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ การรับพรีออเดอร์ และการส่งสินค้าถึงบ้าน เป็นต้น
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคโดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรค COVID-19

ในส่วนของมณฑลไห่หนาน ภายหลังการประกาศนโยบายเพิ่มโควตาการจับจ่ายสินค้าปลอดภาษี ยอดขายสินค้าปลอดภาษีในมณฑลไห่หนานในระหว่าง 1 ก.ค. – 31 ต.ค. 63 มีมูลค่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 214 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2562 และ CDFG ได้ใช้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวในการเพิ่ม
แบรนด์และประเภทสินค้าในร้าน โดยนายเฉินเห็นว่า สถานการณ์ช่วงนี้ จะทำให้มณฑลไห่หนานเป็นสถานที่ที่คนจีนเลือกไปเที่ยวในช่วงวันหยุด เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ และถึงแม้ว่าในปี 2563 จะเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แต่ในช่วง 3 ไตรมาสแรก CDFG มียอดขายลดลงจากปี 2562 ไม่มากนัก แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่สวนกระแสอุตสาหกรรมค้าปลีกทั่วโลก ทั้งนี้ นายเฉินเห็นว่า โดยที่ร้านสินค้าปลอดภาษีในมณฑลไห่หนานยังคงมีสินค้าไม่หลากหลาย และไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นโอกาสของนักธุรกิจที่จะส่งสินค้าไปวางจำหน่าย

ทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ CDFG ประกาศแผนเปิดร้านสินค้าปลอดภาษีเพิ่มอีกแห่งที่นครไหโข่ว ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลไห่หนานใน 2 – 3 ปีข้างหน้านี้ โดยที่ CDFG เห็นว่า ตลาดค้าปลีกท่องเที่ยวจีนจะสามารถขยายตัวได้ดี ซึ่งบริษัทมีแผนจะเปิดร้านที่เป็นแบรนด์ดังเพิ่ม และให้ความสำคัญกับการเพิ่มสินค้าที่เป็นรุ่นพิเศษ (limited edition) มากขึ้นรวมทั้งจะจำหน่ายสินค้าในราคาที่จะถูกลง ทั้งนี้ ปัจจุบัน CDFG ได้มีกิจการร้านสินค้าปลอดภาษีในมณฑลไห่หนานทั้งหมด 4 แห่ง โดยเปิดที่นครไหโข่ว เมืองซานย่า และเมืองฉงไห่ ซึ่งในปี 2563 ร้านสินค้าปลอดภาษีทั้ง 4 แห่งมียอดขายรวมมากกว่า 30,000 ล้านหยวน (4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมียอดขายต่อวันสูงสุดถึง 120 ล้านหยวน (18.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 200 เมื่อเทียบกับปี 2562 โดยสินค้าที่เป็นที่นิยม คือ เครื่องสำอาง น้ำหอม และเครื่องประดับ

โอกาสสำหรับภาคเอกชนไทย

จากการสำรวจพื้นที่ของศูนย์ BIC และจากที่กล่าวมาข้างต้น ศูนย์ BIC เห็นว่า การประกาศนโยบายขยายร้านสินค้าปลอดภาษีเพิ่มเติมของมณฑลไห่หนานเป็นโอกาสสำหรับสินค้าชั้นสูง (high end) ของไทย ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องหนัง และเครื่องหอม เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังมณฑลไห่หนานเป็นจำนวนมาก และเป็นนโยบายระดับชาติ จึงน่าจะมีคนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมากและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ศูนย์ BIC ขอแนะนำว่า ผู้ประกอบการไทยที่สนใจอาจทดลองทำการตลาดในเบื้องต้น เพื่อพิจารณาสินค้าที่จะเข้าตลาดให้มีความสอดคล้องกับความต้องการในเรื่องประเภทสินค้า คุณภาพสูง พฤติกรรมผู้บริโภคจีน รูปลักษณ์หีบห่อ และประเด็นอื่น ๆ เนื่องจากตลาดจีนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และผู้บริโภคจีนมีกำลังใช้จ่ายสูงขึ้น

——————————

นางสาวสุวิชญา กีปทอง เขียน

30 ธันวาคม 2563

แหล่งที่มาของข้อมูล

http://epaper.chinadaily.com.cn/a/202012/18/WS5fdbff24a31099a234352a7b.html

http://www.china.org.cn/china/Off_the_Wire/2020-12/16/content_77020119.htm

https://www.scmp.com/economy/china-economy/article/3110184/what-chinas-dual-circulation-economic-strategy-and-why-it

CDFG’s Charles Chen underlines powerful potential of offshore duty free channel and says additional Hainan Island licences will “grow the size of the cake”

http://www.bjreview.com/Business/202008/t20200830_800219079.html

Avatar

Suwitchaya Keepthong

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม