มณฑลกวางตุ้งแก้ภัยแล้ง การพยากรณ์ที่แม่นยำคือกุญแจสำคัญ

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2654 กรมทรัพยากรน้ำมณฑลกวางตุ้งประกาศภาวะฉุกเฉินด้านการอนุรักษ์น้ำและการบรรเทาภัยแล้ง ระดับที่ 4 โดยภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูก ทำให้เกิดน้ำเค็มหนุนบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำประปากร่อย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับมณฑลและระดับเมืองได้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยออกมาตรการการควบคุมการใช้น้ำและการทำฝนเทียมในช่วงที่มีพายุ อย่างไรก็ดี กรมทรัพยากรน้ำมณฑลกวางตุ้งและสำนักงานพยากรณ์อากาศมณฑลกวางตุ้งคาดว่า ปัญหาภัยแล้งในมณฑลกวางตุ้งจะยังคงมีต่อไปจนถึงช่วงเดือนมีนาคม 2565

มณฑลกวางตุ้งประสบภัยแล้งนับตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ธันวาคม) ปี 2563 และคาดว่าจะคงยังประสบ ปัญหาภัยแล้งจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) 2565 ซึ่งนับว่าเป็นภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ปริมาณน้ำฝนในมณฑลกวางตุ้งมีจำนวนน้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันตกของมณฑลกวางตุ้งซึ่งเป็นบริเวณที่มีแม่น้ำตงเจียงไหลผ่าน (ก่อนที่จะมาบรรจบกับแม่น้ำสายอื่นเป็นแม่น้ำไข่มุก) โดยปริมาณฝนที่ตกลดลงกว่าร้อยละ 30 ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำตงเจียงลดลงกว่าร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยสำนักงานพยากรณ์อากาศมณฑลกวางตุ้งเผยว่า นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 มณฑลกวางตุ้งประสบภัยแล้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1961

 แม่น้ำตงเจียงเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญโดยเป็นแหล่งน้ำสำหรับประชาชนกว่า 40 ล้านคนในฮ่องกงนครกว่างโจว (เขตเทียนเหอ เขตหวงผู่ และเขตเจิงเฉิง) เมืองเซินเจิ้น เมืองตงก่วน เมืองเหอหยวน และเมืองฮุ่ยโจวเป็นต้น โดยแม่น้ำตงเจียงได้รับน้ำจากอ่างกักเก็บน้ำ 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำซินเฟิงเจียง (Xinfengjiang) อ่างเก็บน้ำเฟิงซู่ (Fengshuba) และอ่างเก็บน้ำไป๋เผินจู (Baipenzhu) ซึ่งปัจจุบันน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งมีปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2020 ถึงร้อยละ 55

          ผลกระทบจากภัยแล้ง

          มณฑลกวางตุ้งใช้น้ำเพื่อการเกษตรมากกว่าร้อยละ 50 อุตสาหกรรมเกษตรจึงได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนมณฑลกวางตุ้งเผยว่า เมื่อช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564มีพื้นที่การทำนานอกฤดู (off-season rice) 5,366,000 ไร่ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งลดลงกว่า 66,083 ไร่ หรือลดลงกว่าร้อยละ 1.2 เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง

นอกจากนี้ พื้นที่บางเขตในนครกว่างโจวโดยเฉพาะเขตเทียนเหอและเขตหวงผู่ยังประสบปัญหาน้ำประปากร่อยเนื่องจากปัญหาน้ำเค็มบริเวณลุ่มแม่น้ำจูเจียงขึ้นสูงเข้าใกล้สถานีสูบน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปา โดยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเขตเทียนเหอและเขตหวงผู่ได้ประกาศคำเตือนไปยังหลายพื้นที่เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาภัยแล้งและน้ำเค็มหนุนสูง นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับน้ำประปากร่อยในบางพื้นที่ระหว่างวันที่ 1 – 7 มกราคม 2565 รวมถึงการระงับการจัดสรรน้ำชั่วคราวในบางพื้นที่อีกด้วย

          กวางตุ้งเร่งแก้ไขปัญหา

          รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้จัดตั้งกลุ่มบริหารแม่น้ำตงเจียงโดยมีหน้าที่บริหารจัดการการจ่ายน้ำเพื่อรักษาระดับความเค็มของน้ำประปาให้อยู่ในระดับที่ประชาชนสามารถบริโภคได้ รักษาระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญของแม่น้ำตงเจียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมโดยกำหนดให้น้ำในอ่างเก็บน้ำมีไม่น้อยกว่า 48 ล้านลูกบาศก์เมตร และควบคุมการใช้น้ำระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 – เดือนมีนาคม 2565 ให้ไม่เกิน 48 ล้านลูกบาศก์เมตร

เมืองในมณฑลกวางตุ้งยังได้มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากภัยแล้งด้วยเช่นกัน ได้แก่ (1) นครกว่างโจว จัดตั้งสำนักงานฉุกเฉินระดับเมืองเพื่อทำหน้าที่ป้องกันภัยแล้งและแก้ปัญหาน้ำเค็มหนุน โดยเร่งก่อสร้างโครงการน้ำประปาฉุกเฉิน จัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาปัญหาภัยแล้ง เพิ่มความเข้มงวดในการจัดสรรน้ำประปา เป็นต้น (2) เมืองเซินเจิ้น จัดทำแผนป้องกันและรักษาความปลอดภัยของการใช้น้ำ โครงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และจัดทำแผนการใช้น้ำสำหรับพื้นที่สีเขียวในเมือง การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะในเมือง และน้ำสำหรับโครงการก่อสร้าง และ (3) เมืองตงก่วน ประกาศควบคุมการใช้น้ำประปาและเปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนเสนอวิธีการประหยัดน้ำ เป็นต้น

 นอกจากนี้ มณฑลกวางตุ้งยังดำเนินโครงการเพื่อบรรเทาความแห้งแล้งด้วย “ฝนเทียม” โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในมณฑลกวางตุ้งได้ดำเนินการทำฝนเทียมระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่มณฑลกวางตุ้งได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นราอี (Rai) โดยมีการใช้เครื่องบินฝนเทียมครอบคลุมพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเขียง ภาคตะวันออก ภาคเหนือของมณฑลกวางตุ้ง รวม 15 เมือง และการทำฝนเทียมด้วยวิธียิงจรวดเคมี โดยการฝนเทียมดังกล่าวสามารถเพิ่มปริมาณน้ำฝนได้กว่า 30.8 มม. รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดไฟป่า และเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำได้อีกด้วย

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เห็นว่า แม้ว่ามณฑลกวางตุ้งจะประสบปัญหาภัยแล้งที่ค่อนข้างรุนแรง แต่มณฑลกวางตุ้งสามารถรับมือและแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที โดยใช้เทคโนโลยีพยากรณ์อากาศและภัยธรรมชาติที่แม่นยำ ซึ่งสามารถเป็นตัวอย่างการบริหารจัดการภัยธรรมชาติที่ไทยสามารถศึกษาและมีความร่วมมือระหว่างกันได้ต่อไป

แหล่งที่มาของข้อมูล

https://www.sohu.com/a/510906442_121123763
http://www.gd.gov.cn/gdywdt/bmdt/content/post_3732212.html
http://www.gd.gov.cn/gdywdt/bmdt/content/post_3710850.html
http://slt.gd.gov.cn/ysgk_new/lygk/djly/index.html
https://www.reuters.com/markets/commodities/chinas-southern-megacities-warn-water-shortages-during-east-river-drought-2021-12-09/
https://www.163.com/dy/article/GSD5MGJK0514R9KQ.html
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1720663437179124803&wfr=spider&for=pc
http://stats.gd.gov.cn/attachment/0/474/474455/3678577.pdf
http://www.cma.gov.cn/2011wmhd/2011wzbft/2011wftzb/202106/t20210611_578538.html
http://news.hexun.com/2021-12-20/204965022.html
http://www.myzaker.com/article/61b150e1b15ec01795604b9d

Sorasak Bunrod

Sorasak Bunrod

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม