มณฑลกวางตุ้งอันดับ1 ของจีน “ด้านอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ”

เมื่อเดือนธันวาคม 2564 รัฐบาลกลางจีนได้ประกาศ “แผนพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์” ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ  ให้จีนกลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยีหุ่นยนต์ของโลก ภายในปี 2568 และกำหนดอัตราการเติบโตของรายได้จากอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ต่อปีเฉลี่ยร้อยละ 20 แต่ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบัน ศูนย์กลางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนอยู่ที่มณฑลใด วันนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจวจะพาผู้อ่านไปหาคำตอบ

มณฑลกวางตุ้ง “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีน”
ข้อมูลจากเว็บไซต์ Tianyancha.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ตรวจสอบข้อมูลความน่าเชื่อถือของวิสาหกิจจีน เผยว่า เมื่อปี 2564 มณฑลกวางตุ้งมีจำนวนบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านหุ่นยนต์จำนวน 72,000 บริษัท ซึ่งมากที่สุดในจีน โดยเมื่อเทียบกับปี 2563 เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นบริษัทหุ่นยนต์สำหรับอุตสาหกรรม 34,004 บริษัท มากที่สุดในจีน

อุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะเป็น 1 ใน 20 อุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ที่มณฑลกวางตุ้งต้องการพัฒนา โดยเมื่อเดือนกันยายน 2564 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนปฏิบัติการบ่มเพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์สำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ ประจำปี ค.ศ. 2021 – 2025 โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ภายในปี 2568 มณฑลกวางตุ้งมีรายได้จากอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ 80,000 ล้านหยวน (11,598 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยในจำนวนดังกล่าวประกอบด้วยรายได้จากหุ่นยนต์อัจฉริยะเพื่อการบริการ 20,000 ล้านหยวน (2,899 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) อุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ 50,000 ล้านหยวน (7,249 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และผลิตหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตจำนวน 100,000 เครื่อง

จากรายงานพัฒนาการของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของมณฑลกวางตุ้งซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำมณฑลกวางตุ้ง ระบุว่า อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของมณฑลกวางตุ้งเติบโตค่อนข้างเร็ว โดยอัตราการขยายตัวของรายได้จากอุตสาหกรรมดังกล่าวขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายการขยายตัวที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการบ่มเพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์สำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ ประจำปี ค.ศ. 2021 – 2025 โดยในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 มณฑลกวางตุ้งมีมูลค่าการผลิตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 30,690 ล้านหยวน (4,449 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2563 เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.8 โดยในจำนวนดังกล่าว อุตสาหกรรมโดรนขยายตัวมากที่สุด 1.8 เท่า ในขณะที่หุ่นยนต์เพื่อการผลิต ขยายตัวร้อยละ 44.5 และหุ่นยนต์เพื่อการบริการ ขยายตัวร้อยละ 51.5ทั้งนี้ มณฑลกวางตุ้งมีปริมาณการผลิตหุ่นยนต์มากที่สุดในจีน คิดเป็นร้อยละ 29.4 ของปริมาณการผลิตหุ่นยนต์ทั้งหมดของจีน

เซินเจิ้น “เมืองหุ่นยนต์”
เมืองที่อยู่ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pearl River Delta (PRD)) เป็นกลุ่มเมืองที่มีมูลค่าของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มากที่สุด โดยเมื่อไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 เมืองในเขต PRD มีมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 7,516 ล้านหยวน (1,089 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2563 เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.5 โดยมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในเขต PRD คิดเป็นร้อยละ 98.7 ของมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ทั้งหมดของจีนโดยเมืองเซินเจิ้นมีมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ 6,150 ล้านหยวน (891 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 80.7 ของมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ทั้งหมดของมณฑลกวางตุ้ง นอกจากนี้  เมืองอื่น ๆ ของมณฑลกวางตุ้ง เช่น เมืองตงก่วน เมืองฮุ่ยโจว และเมืองฝอซาน ยังเป็นเมืองที่มีสัดส่วนมาก รองจากเมืองเซินเจิ้น

มณฑลกวางตุ้งใช้หุ่นยนต์ในภาคการผลิตมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยเมื่อปี 2562 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้กำหนดอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เป้าหมาย 20 อุตสาหกรรม แบ่งเป็นอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ 10 อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์ 10 อุตสาหกรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของมณฑลกวางตุ้งทันสมัยและมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก นอกจากนี้ เมื่อปี 2564 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง (transform) อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น โดยได้ออกแผนปฏิรูปอุตสาหกรรมการผลิตสู่ระบบดิจิทัล ประจำปี ค.ศ. 2021 – 2025 เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เป้าหมายเป็นปัจจัยเร่งทำให้อุตสาหกรรมภาพรวมเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น และมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้บริษัทในมณฑลกวางตุ้งเป็นระบบดิจิทัล 500,000 บริษัท และมีบริษัทที่ใช้ระบบ cloud 1 ล้านบริษัท ภายในปี 2568source: National Bureau of Statistics of China, Guangdong provicne

นัยต่อไทย
อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของโลกเติบโตสูงต่อเนื่อง เมืองขนาดใหญ่ในมณฑลกวางตุ้ง เช่น นครกว่างโจว เมืองเซินเจิ้น และเมืองฝอซาน เริ่มประยุกต์ใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งในอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมการบริการ ในขณะที่ไทยกำลังผลักดันนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีซึ่งรวมถึงสาขา “หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ” ด้วย ดังนั้น นักลงทุนไทยสามารถพิจารณามีความร่วมมือ หรือร่วมลงทุน (joint venture) กับบริษัทหุ่นยนต์อัจฉริยะชั้นนำในมณฑลกวางตุ้งเพื่อผลักดันอุตสาหกรรม 4.0 ของไทยให้รุดหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้น โดยศูนย์ BIC จะยังคงติดตามพัฒนาการของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในมณฑลกวางตุ้งต่อไปว่า จะสามารถพัฒนาและบรรลุเป้าหมายตามที่วางแผนได้ไว้หรือไม่

 

แหล่งที่มาของข้อมูล
https://asia.nikkei.com/Business/China-tech/China-lays-out-path-to-become-robotics-powerhouse-by-2025
http://baijiahao.baidu.com/s?id=1719836992113115937&wfr=spider&for=pc
http://gdii.gd.gov.cn/zcgh3227/content/post_3339660.html
https://news.southcn.com/node_54a44f01a2/0317a03bf9.shtml
https://new.qq.com/omn/20220110/20220110A03BSL00.html
http://stats.gd.gov.cn/attachment/0/407/407929/3155561.pdf
http://www.gov.cn/zhengce/zhengceku/2021-12/28/5664988/files/7cee5d915efa463ab9e7be82228759fb.pdf

Sorasak Bunrod

Sorasak Bunrod

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม