รหัส(ไม่)ลับ 4 + 3 + N : เปิดยุทธศาสตร์การพัฒนาคลัสเตอร์การผลิตสมัยใหม่ของนครหนานหนิง ค้นหาโอกาสเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทย
24 Apr 2026
นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ เขียน
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC)
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง
เปิดรับศักราชใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 15 (2569 – 2573) เมื่อเร็ว ๆ นี้ นครหนานหนิงได้จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จในการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของนครหนานหนิง โดยได้กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของนครหนานหนิง ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 สาระสำคัญ คือ การพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ภายใต้รหัส “4 + 3 + N” มุ่งสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่สะท้อนอัตลักษณ์และจุดเด่นของการเป็นเมืองเอก และเป็น ‘ทัพหน้า’ บนเส้นทางการเร่งผลักดันการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง
รู้หรือไม่… ในฐานะเมืองเอกของเขตฯ กว่างซีจ้วง —— “นครหนานหนิง” เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ปี 2568 มีขนาดเศรษฐกิจมากถึง 1/5 ของกว่างซี ผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีมูลค่า 621,246 ล้านหยวน (มากกว่าเมืองหลิ่วโจว ซึ่งเป็นอันดับ 2 ถึงเท่าตัว) ขยายตัวร้อยละ 4.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ (New Energy) เทคโนโลยีสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ อะลูมิเนียมแปรรูปเชิงลึก และการผลิตกระดาษ เป็น 4 อุตสาหกรรมที่มีส่วนสำคัญต่อการขยายตัวของมูลค่าเพิ่มการผลิตภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
การพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ภายใต้รหัส “4 + 3 + N” คืออะไร

⬜ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ (New Energy) มุ่งพัฒนาและขยาย “ห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่รูปแบบใหม่” โดยมีวิสาหกิจชั้นนำเป็นตัวขับเคลื่อนและดึงดูดการลงทุนจากวิสาหกิจต้นน้ำและปลายน้ำในห่วงโซ่อุตสาหกรรม สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ “การแปรรูปโลหะสำคัญ (Critical Metals) – การผลิตวัสดุ – การผลิตแบตเตอรี่ – ฉากทัศน์การใช้งาน – การรีไซเคิล” โดยมีเป้าหมายเป็นพื้นที่คลัสเตอร์อุตสาหกรรมแบตเตอรี่พลังงานรูปแบบใหม่ที่สำคัญระดับโลก
ข้อมูลเพิ่มเติม “พื้นที่เขตอุตสาหกรรมใหม่ฝั่งตะวันออกของนครหนานหนิง” หรือ Nanning East New Town (南宁东部新城) ชานเมืองฝั่งตะวันออกของนครหนานหนิง เป็นพื้นที่คลัสเตอร์อุตสาหกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ที่สำคัญ ปัจจุบัน มีผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ในวงการแบตเตอรี่เข้าลงทุนบริษัท Do-Fluoride New Materials Co., Ltd. หรือเรียกสั้น ๆ ว่า DFD (多氟多新材料股份有限公司) และบริษัท BYD (比亚迪股份有限公司) (อ่านต่อ : นครหนานหนิงกับเป้าหมาย “ฐานอุตสาหกรรมแบตเตอรี่พลังงานใหม่” ระดับโลก บทเรียนและโอกาสของภาคธุรกิจไทย)
⬜ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ ดำเนินแผนปฏิบัติการ AI Plus (การพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ในฉากทัศน์ต่าง ๆ) อย่างรอบด้าน การเร่งเสริมแกร่งส่วนเดิม เติมเต็มส่วนขาด และต่อยอดส่วนใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมสำคัญ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ คอมพิวเตอร์และการสื่อสารผ่านเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทางอัจฉริยะ (Smart Terminal) และอุปกรณ์แสดงผลรูปแบบใหม่ (New Display) เพื่อสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานแบบวงจรปิดที่ครบวงจร (สร้างระบบการ ‘พึ่งพาตนเอง’)
ข้อมูลเพิ่มเติม “ศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จีน-อาเซียน” (中国—东盟人工智能创新合作中心/China-ASEAN AI Collaborative Innovation Center) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ศูนย์หนาน เอ” (南 A中心) ที่ตั้งอยู่บริเวณย่านใจกลางเขตเมืองใหม่อู่เซี่ยง (Wuxiang New District/五象新区) ของนครหนานหนิง เป็นฐานหลักของการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI พลังประมวลผล และชิป (อ่านต่อ : นึกถึง AI จีน-อาเซียน นึกถึง “หนานหนิง”— เร่งคว้าโอกาสจาก “ศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือด้าน AI)
⬜ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร การพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอัตลักษณ์ การเร่งยกระดับด้านการสร้างแบรนด์และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงและอาหารที่เป็นจุดแข็งเดิมการผลักดันการบูรณาการเชิงลึกระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ
ข้อมูลเพิ่มเติม “เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกว่างซี – อาเซียน” หรือ Guangxi-ASEAN Economic and Technological Development Zone (广西东盟经济技术开发区) ตั้งอยู่ในเขตอู่หมิง ชานเมืองทางตอนเหนือของนครหนานหนิงมีวิสาหกิจด้านอาหารแปรรูปเข้าจัดตั้งกิจการแล้ว 150 ราย มีมูลค่าการผลิตทะลุ 10,000 ล้านหยวน ซึ่งรวมถึงบริษัท T.C. Pharmaceutical Industries Co., Ltd. (泰国天丝) เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์กระทิงแดง (โรงงานแห่งที่ 3 ในจีนแผ่นดินใหญ่ ต่อจากมณฑลไห่หนาน และมณฑลเสฉวน) และผู้ผลิตแป้งสตาร์ช Tailian Starch (泰联淀粉) ในเครือบริษัทกรุงเทพสตาชอินดัสเทรี่ยล จำกัด (อ่านต่อ : นครหนานหนิงกวักรับ “อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร” จากประเทศไทย จุดเริ่มต้น(ไม่)ใหม่ของการบุกตลาดจีน)
⬜ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-ferrous Metals) แปรรูปเชิงลึก และโลหะสำคัญ (Critical Metals) เริ่มต้นจากภาคอุตสาหกรรม “พลังงานรูปแบบใหม่” โดยเร่งสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมการแปรรูปอะลูมิเนียมแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ “ทรัพยากรวัตถุดิบต้นน้ำ – การวิจัย พัฒนา และการผลิต – การประยุกต์ใช้ในตลาดปลายน้ำ” เพื่อสร้างฐานอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมแปรรูปเชิงลึกที่สำคัญระดับชาติ โดยบริษัท ALG Aluminium Inc. (广西南南铝加工有限公司) เป็นยักษ์ใหญ่สำคัญในวงการแปรรูปอะลูมิเนียมขั้นสูงที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ยานยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในกิจกรรมด้านการบินและอวกาศของจีน และส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมวัสดุใหม่ของจีน
⬜ นอกจากนี้ นครหนานหนิงจะสร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและฐานการแปรรูปขั้นสูง ในอุตสาหกรรมโลหะสำคัญ โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Breakthrough Technology) ด้านวัสดุสำคัญ (Critical Materials) ตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ หุ่นยนต์และอุปกรณ์ติดตั้งขนาดใหญ่ (เช่น การบินและอวกาศ เรือเดินสมุทร ระบบขนส่งทางราง)

⬜ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ติดตั้งขั้นสูง การยกระดับอุตสาหกรรมอุปกรณ์ติดตั้ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ติดตั้งด้านการคมนาคมทางราง และอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขยายห่วงโซ่อุตสาหกรรมอุปกรณ์ติดตั้งด้านระบบท่อของเมือง (Urban Pipe Network) และด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรและการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ใช้พลังงานทางเลือก รวมถึงอะไหล่ยานยนต์
⬜ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์สมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาศัย “นิคมอุตสาหกรรมเคมีลิ่วจิ่ง” (Liujing Chemical Industrial Park/六景化工产业园) ย่านชานเมืองฝั่งตะวันออกของนครหนานหนิงเป็นฐานหลัก มุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาเคมีภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมีมูลค่าเพิ่มสูง อาทิ สารเคมีเกรดอิเล็กทรอนิกส์ สารเคมีเฉพาะทาง และวัสดุชนิดใหม่ชั้นแนวหน้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอุตสาหกรรมเคมีใกล้บริเวณท่าเทียบเรือแม่น้ำ(สามารถเชื่อม “คลองขนส่งผิงลู่” ออกสู่ทะเลที่อ่าวเป่ยปู้ หรือ “อ่าวตังเกี๋ย” ได้ เบื้องต้นได้รับรายงานว่า เมกะโปรเจกต์คลองขนส่งผิงลู่จะก่อสร้างเสร็จและเริ่มทดลองเดินเรือในเดือนกันยายน 2569 นี้)
⬜ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ป่าไม้และกระดาษ มุ่งต่อยอดผลิตภัณฑ์ขั้นปลายน้ำ อาทิ ผลิตภัณฑ์กระดาษขั้นสูง เฟอร์นิเจอร์รักสุขภาพรักษ์โลกและชีวิตสีเขียว (Green Living แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) รวมทั้งพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมกระดาษขั้นสูงที่ครบวงจรและฐานอุตสาหกรรม Green Living ขั้นสูง
⬜ นอกจากนี้ นครหนานหนิงจะมุ่งผลักดัน “คลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหมื่นล้านหยวน” ด้วย เช่น คลัสเตอร์อุตสาหกรรมชีวการแพทย์และสุขภาพ (Biomedical and Health) และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก

⬜ มุ่งสร้างกลไกการแบ่งเบาภาระความเสี่ยงของการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (ระหว่างรัฐ – ตลาด -เอกชน) เพื่อสร้างความสมดุลและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมในเวทีโลก
⬜ เร่งส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจการบินเพดานต่ำ (Low-Altitude Economy การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากเพดานบินที่ระดับความสูงไม่เกิน 3,000 เมตร เช่น โดรน การบินสำรวจ การขนส่ง และงานสาธารณะประโยชน์) การกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ การผลิตทางชีวภาพ (Bio-manufacturing) และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied Intelligence) ให้เป็นจุดเติบโตใหม่ (New Growth Pole) ทางเศรษฐกิจ
⬜ สร้างระบบนิเวศการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ตามกฎอุปทาน เข้ากับท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมให้ปัจจัยการผลิตเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมสำคัญและวิสาหกิจที่มีแรงแข่งขัน ทั้งเทคโนโลยี เงินทุนฉากทัศน์ และบุคลากรที่มีความสามารถสูง (Talent) และส่งเสริมกำลังการผลิตคุณภาพใหม่ (New Quality Productive Forces) ภาคอุตสาหกรรมของนครหนานหนิง
บีไอซี เห็นว่า “นครหนานหนิง” ในฐานะเมืองเอกของกว่างซี กำลังเร่งวางหมากเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต โดยมุ่งส่งเสริมการคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแบบครบวงจร (การรวมตัวกันของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรม/ห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำให้ไปตั้งรวมกันอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน) การพัฒนาและต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ และอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ (Emerging Industry)
เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเชิงบวกที่จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจของนครหนานหนิง (รวมถึงทั้งเขตฯ กว่างซีจ้วง) จึงเป็นจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมสำหรับทุกภาคส่วนของประเทศไทย (โดยเฉพาะภาคการผลิตและภาคการศึกษา) ในการพัฒนาความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในห่วงโซ่อุตสาหกรรม/ห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน
นักลงทุนไทยสามารถศึกษาความเป็นไปได้และแสวงหาโอกาสในการเชื่อมโยงความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม (สอดคล้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่ม First S-Curve และ New S-Curve ของประเทศไทย) และการเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ในรูปแบบ “แบ่งงานตามความถนัด” รวมถึงการแสวงหา/แลกเปลี่ยนวัตถุดิบ ทรัพยากรและเทคโนโลยีระหว่างกัน ซึ่งรัฐบาลสองฝ่ายต่างให้การส่งเสริม ทั้งในแง่นโยบาย สิทธิประโยชน์ทางการลงทุน เงินทุน เทคโนโลยี และทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพและเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมของสองฝ่ายให้ก้าวหน้าไปพร้อมกัน เกิดการประหยัดต่อขนาด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมได้มากยิ่งขึ้น
**********************************
