ซอกแซก : ทำเนียบ “มหาเศรษฐีจีน” ประจำปี 2569 โดย Hurun Research Institute
11 Mar 2026
นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ เขียน
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC)
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 สถาบันวิจัย Hurun ได้เผยผลสำรวจ Hurun Global Rich List 2026 ซึ่งเป็นการจัดอันดับประเทศที่มี “มหาเศรษฐี” ที่มีระดับความร่ำรวยมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ วันที่ 15 มกราคม 2569) โดยมี ‘มหาเศรษฐี’ ทั้งหมด 4,020 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 578 คนจากปีก่อนหน้า
รู้หรือไม่… ปี 2568 เป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยมีจำนวนมหาเศรษฐีแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยกลุ่มมหาเศรษฐียังคงเฟื่องฟู แม้ในยุคที่เศรษฐกิจไม่มั่นคงสำหรับคนจำนวนมาก โดยปีที่ผ่านมา มี “มหาเศรษฐี” ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เกิดขึ้นเฉลี่ย 1.5 คนในทุกวัน
แหล่งที่มาของความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก ส่วนใหญ่มาจากการบริการทางการเงิน (สัดส่วนร้อยละ 11) โซเชียลมีเดียและบันเทิง (ร้อยละ 10) ค้าปลีก (ร้อยละ 9) และสินค้าอุปโภคบริโภค (ร้อยละ 8)

นายอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าของ Tesla และ SpaceX วัย 55 ปี ยังคงรั้งตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 792,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 89 ตามด้วยนายเจฟ เบซอส (Jeff Bazos) เจ้าของบริษัทค้าปลีกออนไลน์ Amazon เป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และนายแลร์รี่ เพจ (Larry Page) ผู้ก่อตั้งบริษัท Alphabet (เจ้าของ Google) เป็นอันดับ 3 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 271,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 65
โดย “นครนิวยอร์ก” เป็นเมืองที่มีมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์สหรัฐมากที่สุดในโลก จำนวน 146 คน (เพิ่มขึ้น 17 คน) ตามด้วย เมืองเซินเจิ้น (132 คน) นครเซี่ยงไฮ้ (120 คน) กรุงปักกิ่ง (107 คน) กรุงลอนดอน (102 คน) นครมุมไบ (95 คน) เมืองฮ่องกง (88 คน) นครซานฟรานซิสโก (86 คน) กรุงมอสโก (82 คน) และนครหังโจว (65 คน) ส่วนกรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 16 ของโลก (40 คน) เป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์ (59 คน) และอินโดนีเซีย (44 คน)

ประเด็นที่น่าสนใจ คลื่นเทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า AI เป็นการปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่แตกต่างจากครั้งอดีตอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ ผลตอบแทนส่วนใหญ่อยู่ในมือผู้กุมทรัพยากรข้อมูล (Data) พลังการประมวลผล (Computing Power) และแพลตฟอร์ม ซึ่งแตกต่างจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมหรือยุคตั้งไข่ของอินเทอร์เน็ต โดย AI เป็นสาขาที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และหากประสบความสำเร็จนั่นหมายถึงการกินรวบ อย่างเช่น
- เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) เจ้าพ่อแห่งวงการเซมิคอนดักเตอร์โลก มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 แตะระดับ 172,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านหยวน) ขึ้นติด Top 10 มหาเศรษฐีโลก (อยู่อันดับที่ 9) จากการที่ชิป GPU Blackwell ของ NVIDIA เป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ขาดไม่ได้
- แบรท แอดค็อก (Brett Adcock) ผู้ก่อตั้งบริษัทหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ Figure AI มีมูลค่าทรัพย์สินพุ่งกว่า 10 เท่า แตะระดับ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 110,000 ล้านหยวน) เป็นนักธุรกิจที่อัตราการรวยกระฉูดมากที่สุดแห่งปี
- เอ็ดวิน เฉิน (Edwin Chen) ผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ให้บริการเอไอดาต้า Surge AI (พันธมิตรของ OpenAI) ติดโผเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 135,000 ล้านหยวน)
- แซม อัลธ์แมน (Sam Altman) จาก OpenAI มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 3 เท่า แตะระดับ 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,000 ล้านหยวน)
- บริษัท Anthropic เจ้าของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Claude AI มีส่วนโดยตรงที่ช่วยให้เกิด “มหาเศรษฐีหน้าใหม่” ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 7 คน ซึ่งรวมถึงพี่น้อง Dario Amodei และ Daniela Amodei และผู้ร่วมก่อตั้งอีก 5 คน โดยแต่ละคนมีมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26,000 ล้านหยวน)
สำหรับ ‘เจ้าสัว’ ชาวจีน ต้องบอกว่า… “จีน” กลับมาทวงบัลลังก์ประเทศที่มีจำนวน “มหาเศรษฐีจีน” ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากที่สุดในโลก ด้วยจำนวน 1,110 คน เพิ่มขึ้น 287 คนจากปีก่อน (3 ปีก่อนหน้า มหาเศรษฐีจีนมีจำนวนลดลง) ตามด้วยสหรัฐอเมริกา มีจำนวน 1,000 คน (เพิ่มขึ้น 130 คน) และอินเดีย มีจำนวน 308 คน (เพิ่มขึ้น 24 คน)

“มหาเศรษฐีจีน” ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐกระจุกตัวอยู่แถวไหน?
- “เขตเศรษฐกิจแม่น้ำแยงซี” (Yangtze River Delta – YRD) เป็นพื้นที่ที่มีมหาเศรษฐีจีนระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐมากที่สุดในจีน จำนวน 371 คน (เพิ่มขึ้น 121 คน)
- “เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า” (Guangdong-Hongkong-Macao Greater Bay Area – GBA) จำนวน 301 คน (เพิ่มขึ้น 35 คน)
- “เขตเศรษฐกิจปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย” (Beijing-Tianjin-Hebei Integration) จำนวน 131 คน (เพิ่มขึ้น 19 คน)
- นอกจากนี้ ยังมีมหาเศรษฐีชาวจีน 42 คน (เกิดในประเทศจีน) แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในอาเซียน โดยเฉพาะสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
รู้จัก “มหาเศรษฐีจีน” ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่อายุน้อยที่สุด
- นายจาง จวิ้นเจ๋ห์ (Zhang Junjie/张俊杰) วัย 31 ปี ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องดื่มชาแนวใหม่ CHAGEE (霸王茶姬) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเฉิงตู เป็น “มหาเศรษฐีจีน” ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ ‘เริ่มต้นจากศูนย์’ ที่มีอายุน้อยที่สุดในจีนใน มีมูลค่าทรัพย์สิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,500 ล้านหยวน)
- นายหยาง จื๋อหลิน (Yang Zhilin/杨植麟) วัย 33 ปี ผู้ก่อตั้ง Moonshot AI (月之暗面) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง มีมูลค่าทรัพย์สิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,000 ล้านหยวน)
- นายหวัง เจ๋อหนิง (Wang Zening/王泽宁) วัย 33 ปี ทายาทบริษัทชั้นนำด้านการเกษตร Wanchen Group (万辰集团) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครฝูโจว มีมูลค่าทรัพย์สิน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,000 ล้านหยวน)
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “อินเทรนด์” ยังทำเงินได้อย่างต่อเนื่อง
- เจ้าของแอปพลิเคชัน Tiktok นายจาง อีหมิง (Zhang Yiming/张一鸣) ผู้ก่อตั้งบริษัท ByteDance (字节跳动) เป็นมหาเศรษฐี อันดับ 1 ของจีน ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 79,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 550,000 ล้านหยวน) ปีเดียวเพิ่มขึ้นกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 130,000 ล้านหยวน)
- เจ้าของแอปพลิเคชัน Wechat และ QQ นายหม่า ฮวาเถิง (Ma Huateng/马化腾) ผู้ก่อตั้งบริษัท Tencent (腾讯) อันดับ 3 ของจีน ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 66,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 550,000 ล้านหยวน)
- เจ้าพ่อวงการเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและเกมออนไลน์ นายติง เหล่ย (Ding Lei/丁磊) ผู้ก่อตั้งบริษัท NetEase (网易) มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 แตะระดับ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 310,000 ล้านหยวน)
- อดีตเจ้าพ่อวงการ e-Commerce และ Fintech จีน นายแจ็ค หม่า (Ma Yun/马云) ผู้ก่อตั้งบริษัท Alibaba (阿里巴巴) มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 แตะระดับ 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 230,000 ล้านหยวน)
- เจ้าพ่อวงการอากาศยานไร้คนขับ (Drone) นายวัง ถาว (Wang Tao/汪滔) ผู้ก่อตั้งบริษัท DJI (大疆) มีมูลค่าสินทรัพย์ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 110,000 ล้านหยวน)
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต (Search engine, Cloud) และเอนเตอร์เทนเมนต์ นายหลี่ เหยีนหง (Li Yanhong/李彦宏) ผู้ก่อตั้งบริษัท Baidu (百度) มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นแตะระดับ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 84,000 ล้านหยวน)
- เจ้าพ่อวงการเทคโนโลยีและอุปกรณ์ VR (Virtual Reality) ชั้นนำระดับโลก นายหลิว จิ้งคัง (Liu Jingkang/刘靖康) ผู้ก่อตั้งบริษัท Arashi Vision (影石) มีมูลค่าสินทรัพย์ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 28,500 ล้านหยวน)
- เจ้าพ่อแห่งวงการ Art toy และกล่องสุ่มสุดฮิต นายหวัง หนิง (Wang Ning/王宁) ผู้ก่อตั้งบริษัท Pop Mart มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นแตะระดับ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 110,000 ล้านหยวน)
คลื่นเทคโนโลยี AI สร้างความมั่งคั่งให้มหาเศรษฐีเดิม และสร้างมหาเศรษฐีใหม่ในระบบนิเวศ (Ecosystem)
- ธุรกิจชั้นนำด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ นายเฉิน เทียนสือ (Chen Tianshi/陈天石) วัย 41 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท Cambricon Technologies (中科寒武纪) มูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเท่าตัว อยู่ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 175,000 ล้านหยวน)
- เจ้าพ่อแห่งวงการผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นายกัว ถายหมิง (Terry Guo Tai-Ming /郭台铭) ผู้ก่อตั้งบริษัท Hon Hai Technology (鸿海) และ Foxconn มีมูลค่าสินทรัพย์ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 110,000 ล้านหยวน) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขยายธุรกิจการให้บริการติดตั้ง AI Server
- หญิงเหล็กแห่งวงการผลิตโมดูลไบโมเมตริกซ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นางโจว ฉวินเฟย (Zhou Qunfei/周群飞) ผู้ก่อตั้งบริษัท Lens Technology (蓝思科技) มีมูลค่าสินทรัพย์ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 135,000 ล้านหยวน)
- ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) ช่วยขับเคลื่อนความต้องการใช้โมดูลออปติคัล (optical modules) ให้พุ่งสูงขึ้น นายหวัง เหว่ยซิว (Wang Weixiu/王伟修) ผู้ก่อตั้งบริษัท Zhongji Innolight (中际旭创) บริษัทชั้นนำด้านโมดูลออปติคัลและผู้ให้บริการดาต้าเซนเตอร์ มีมูลค่าสินทรัพย์พุ่งขึ้น 5 เท่า แตะระดับ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 105,000 ล้านหยวน)
- ธุรกิจชั้นนำด้านวงจรพิมพ์ขั้นสูงที่ใช้สำหรับ AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ คู่สามีภรรยานายเฉิน ทาว (Chen Tao/陈涛) นางหลิว ชุนหลาน (Liu Chunlan/刘春兰) ผู้ก่อตั้งบริษัท Victory Giant Technology (胜宏科技) มีมูลค่าสินทรัพย์ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 68,000 ล้านหยวน)
- ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นายช่าย หัวปัว (Cai Huabo/蔡华波) ผู้ก่อตั้งบริษัท Shenzhen Longsys Electronics (江波龙电子) มีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 แตะระดับ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 52,000 ล้านหยวน)
รู้หรือไม่… ร้อยละ 75 ของมหาเศรษฐีจีน เป็นมหาเศรษฐี ‘หน้าใหม่’ ไม่เคยมีชื่อติดโผ “มหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ” ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมหาเศรษฐีจีน และคำว่า ‘ก้าวสู่อินเตอร์’ เป็นคีย์เวิร์ดการเป็นมหาเศรษฐีของนักธุรกิจจีน
มหาเศรษฐี ‘หน้าใหม่’ ของจีน รวยจากสายธุรกิจไหน? ส่วนใหญ่ยังเป็นสายธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม มีมหาเศรษฐีหน้าใหม่มากกว่า 80 คน
- กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ สร้างมหาเศรษฐีหน้าใหม่ 18 คน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองด้านชิป ซึ่งนำโดยนายเฉิน เหวยเหลียง (Chen Weiliang/陈维良) ผู้ก่อตั้งบริษัท Metax (沐曦集成电路(上海)股份有限公司) มีมูลค่าทรัพย์สิน 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,000 ล้านหยวน) และนายจาง เจียนจง (Zhang Jianzhong/张建中) ผู้ก่อตั้งบริษัท Moore Thread (摩尔线程智能科技(北京)股份有限公司) มีมูลค่าทรัพย์สิน 4,600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,000 ล้านหยวน)
- กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ มีมหาเศรษฐีหน้าใหม่ 28 ราย ซึ่งนำโดยนายเอ๊า ยัดก๊าย (Yat-Gai Au/区一佳) ผู้ก่อตั้งบริษัท Regencell Bioscience (脑再生科技控股有限公司) มีมูลค่าสินทรัพย์ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 91,000 ล้านหยวน)
- กลุ่มพลังงาน การเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบนิเวศแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้สร้างมหาเศรษฐีหน้าใหม่ 19 ราย
- กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีมหาเศรษฐีหน้าใหม่ 2 คน คือ นายเหยียน จวิ้นเจี๋ย (Yan Junjie/闫俊杰) ผู้ก่อตั้งบริษัท Minimax (上海稀宇极智科技有限公司) มีมูลค่าสินทรัพย์ 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25,000 ล้านหยวน) และนายหลิว เต๋อปิง (Liu Debing/刘德兵) ผู้ก่อตั้งบริษัท Knowledge Atlas (北京智谱领航科技有限公司) มีมูลค่าสินทรัพย์ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,500 ล้านหยวน)
- กลุ่มหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มีมหาเศรษฐีหน้าใหม่ 2 ราย คือ นายเติ้ง ไท่หัว (Deng Taihua/邓泰华) ผู้บริหารบริษัท AGIBOT Innovation (Shanghai) Technology (智元创新) มีมูลค่าสินทรัพย์ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 21,000 ล้านหยวน) และนายโจว เจี้ยน (Zhou Jian/周剑) ผู้ก่อตั้งบริษัท Ubtech Robotics (优必选) มีมูลค่าสินทรัพย์ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14,000 ล้านหยวน)
…เกาะติดทุกสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงในจีนได้ทางเว็บไซต์ www.thaibizchina.com
**********************************
