จดทะเบียน “เครื่องหมายการค้า” ในกว่างซีทะลุ 6 แสนชิ้น บทเรียน(ไม่)ใหม่ของ “แบรนด์ไทย” ที่ต้องทำ ก่อนบุกตลาดจีน
2 Feb 2026
กฤษณะ สุกันตพงศ์ เขียน
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC)
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง
ในบริบทการค้าโลกที่ “ทรัพย์สินทางปัญญา” เป็นหัวใจของการแข่งขันในระดับโลก และ “ประเทศจีน” เป็นสนามการค้าที่สร้างโอกาส และดึงดูดให้กับธุรกิจทั่วโลกเข้าไป “แบ่งเค้ก” ในตลาดขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงด้วยจำนวนประชากรเกือบ 1/4 ของโลก และประชากรเน็ตกว่า 1/5 ของโลก (ปี 2568 ราว 1,123 ล้านคน) โดย “เครื่องหมายการค้า” ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจการค้าที่ช่วยสร้างเกราะคุ้มครองผลประโยชน์ทางธุรกิจและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับภาคธุรกิจ
ในรายงาน WIPO IP Facts and Figures 2025 พบว่า ณ สิ้นปี 2567 ประเทศจีนมีสัดส่วนการยื่นจดทะเบียน “เครื่องหมายการค้า” มากถึงร้อยละ 49.1 ของโลก รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 5.2) รัสเซีย (ร้อยละ 3.7) อินเดีย (ร้อยละ 3.6) และบราซิล (ร้อยละ 3.1) โดยผู้ยื่นคำขอจากประเทศจีน (รวมการยื่นคำขอทั้งในและต่างประเทศ) ราว7.3 ล้านชิ้นตามด้วย สหรัฐอเมริกา (836,457 ชิ้น) รัสเซีย (559,436) อินเดีย (532,900 ชิ้น) และบราซิล (436,291 ชิ้น)
———————– ข้อมูลจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO)
‘เครื่องหมายการค้า’ สำคัญไฉน ทำไมจึงต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เป็นคำถามที่มักเกิดขึ้นในใจของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่กำลังคิดจะเริ่มทำธุรกิจ
คำนิยามของ “เครื่องหมายการค้า” เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง หมายถึงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการเพื่อแสดงความแตกต่างของสินค้าหรือบริการที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้น โดยเจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายการค้ากับสินค้าและบริการของตน (ที่มา กระทรวงพาณิชย์)
ในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งขันเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อจากผู้บริโภคการสร้างแบรนด์ (Branding) ผ่านสิ่งที่เรียกว่า “เครื่องหมายการค้า” (Trademark) เพื่อสร้างอัตลักษณ์ หรือ “ตัวตน” ที่ชัดเจนให้กับสินค้าและบริการของตน เพื่อใช้ในสื่อสารและสร้างภาพจำให้กับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นเป็น “สิ่งที่ต้องทำ” (Must Do) ของภาคธุรกิจ
จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า…. ภาคธุรกิจในจีนมีความตื่นตัวเรื่องการจดทะเบียน “เครื่องหมายการค้า” เป็นอย่างมาก รวมถึงในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงด้วย
สำนักกำกับดูแลตลาดเขตฯ กว่างซีจ้วง (Guangxi Administration for Marketing Regulation /广西市场监督管理局) ต้นสังกัดสำนักทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Administration /知识产权局) เปิดเผยว่า ปี 2568 ให้บริการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 9,580 ชิ้น ปัจจุบัน เขตฯ กว่างซีจ้วงมีเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วทะลุ 600,000 ชิ้น
ในรายงาน “500 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศจีน ประจำปี 2568” (2025 China’s 500 Most Valuable Brands) ของ World Brand Lab มี “เครื่องหมายการค้า” ของเขตฯ กว่างซีจ้วงติดโผ 13 แบรนด์ มีมูลค่าแบรนด์รวม 323,339 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.7 (YoY)

ด้านการส่งเสริมการพัฒนา “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” (Geographical Indications: GI) ที่ผ่านา เขตฯ กว่างซีจ้วงได้ดำเนินไกลการทำงานแบบครบวงจร ภายใต้โมเดล “เสาะหา – บ่มเพาะ – คุ้มครอง –ใช้ประโยชน์” โดยประสบความสำเร็จในการผลักดันการแปลงผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กลายเป็น “สินค้า GI” จำนวน 155 รายการ ซึ่งมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศจีน
คำนิยามของ “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง หมายถึงชื่อสัญลักษณ์หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียกหรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์และที่สามารถบ่งบอกว่าสินค้าที่เกิดจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพชื่อเสียงหรือคุณลักษณะเฉพาะของแหล่งภูมิศาสตร์ดังกล่าวหรือชื่อสัญลักษณ์ที่ใช้ประกอบกับสินค้าเพื่อแสดงให้ผู้ซื้อหรือผู้บริโภคได้ทราบถึงลักษณะสินค้าที่มาจากแหล่งกำเนิดนั้น ๆ มีคุณภาพชื่อเสียงหรือคุณลักษณะพิเศษ GI จึงเปรียบเสมือนเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า (ที่มา สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา)
ปัจจุบัน เขตฯ กว่างซีจ้วงมีแบรนด์ที่เป็น “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ GI (Geographical Indication) จำนวน 360 ชิ้น ในจำนวนนี้ มี 12 ชิ้น ติดโผ “100 อันดับแบรนด์ท้องถิ่นจีน” ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ในจีน 3 ปีซ้อน (รองจากมณฑลเสฉวน 17 ชิ้น) และมีแบรนด์ที่เป็น GI จำนวน 12 ชิ้นที่ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อ GI ที่ยอมรับร่วมกันระหว่างจีนกับยุโรปตามความตกลง The China-EU Agreement on Geographical Indications (GIs)
ด้านการยกระดับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าและปราบปรามการละเมิดสิทธิเครื่องหมายการค้า ปีที่ผ่านมา เขตฯ กว่างซีจ้วงลุยปราบปรามคดีการละเมิดสิทธิเครื่องหมายการค้า 1,047 คดี และการดำเนินงานเฝ้าระวังและคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของกว่างซีในต่างประเทศ 1,123 ชิ้น ออกหนังสือแจ้งเตือนความเสี่ยง 33 ฉบับ และประสบความสำเร็จในการเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “阿嬷手作” (แบรนด์เครื่องดื่มชานม) ที่ถูกแย่งจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยมิชอบในต่างประเทศ ช่วยสร้างเกราะคุ้มกันทางกฎหมายให้แบรนด์ท้องถิ่น “ก้าวออกไป” ในต่างประเทศ

ด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ปัจจุบัน ทั่วเขตฯ กว่างซีจ้วงมีจุดให้คำแนะนำด้านเครื่องหมายการค้าและแบรนด์ 128 แห่ง มีช่องรับบริการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 16 แห่ง โดยแห่งล่าสุด เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นการเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อให้บริการในพื้นที่เขตทดลองการค้าเสรีจีน(กว่างซี)พื้นที่ย่อยนครหนานหนิง โดยตั้งอยู่ภายในศูนย์คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญานครหนานหนิง (Nanning Intellectual Property Protection Center/南宁市知识产权保护中心)
ที่ผ่านมา รัฐบาลกว่างซีกำลังเร่งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศตามพิธีสารมาดริด (Madrid protocol) การพัฒนากลไกการรับมือข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ การพัฒนาแพลตฟอร์มบิ๊กดาต้าทรัพย์สินทางปัญญาจีน-อาเซียน (China-ASEAN Intellectual Property Big Data Platform/中国—东盟知识产权大数据平台) การจัดตั้งฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ (Expert Database) เพื่อให้บริการที่เกี่ยวข้องด้านทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ และการจัดทำคู่มือแนะนำการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถก้าวออกไปอย่างมั่นใจและมั่งคง
ข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจหรือกำลังเจาะตลาดในจีน หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ทำให้ธุรกิจต่างชาติ(ไทย)ตกม้าตายและไปไม่ถึงฝันในการทำธุรกิจการค้าในตลาดจีน คือ การจดทะเบียน “เครื่องหมายการค้า” ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการไม่ควรละเลย (หากเป็นสินค้า Hi-Tech หรือเป็นสินค้าเชิงนวัตกรรมสมัยใหม่จะต้องจด “สิทธิบัตร” ให้เรียบร้อยด้วย) เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิ/สวมรอยใช้เครื่องหมายการค้าซึ่งเคยเกิดขึ้นกับตราสินค้าไทยหลายยี่ห้อ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าและบริการของสินค้าไทย
“เครื่องหมายการค้า” (Trademark) ถือเป็นสื่อกลางที่ช่วยสร้างมูลค่าให้แก่แบรนด์ และช่วยปกป้องโอกาสของธุรกิจในอนาคต หากไม่คุ้มครอง “เครื่องหมายการค้า” ของตนแล้ว วันดีคืนดีเจ้าของแบรนด์ก็อาจกลายเป็นผู้ละเมิดเครื่องหมายการค้าของตนเองก็เป็นได้ ——– Trademark Hijacking หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าถูก “โจรปล้นแบรนด์” ด้วยวิธีการชิงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตัดหน้าเจ้าของที่แท้จริง
ข้อควรพิจารณาสัญสำหรับเจ้าของเครื่องหมายการค้า โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs วิธีการที่คุ้มค่าที่สุดในการจดทะเบียนเพื่อขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของตนในต่างประเทศ คือ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ตามพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) ซึ่งมีความง่าย สะดวก และประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถเลือกขอรับความคุ้มครองในประเทศภาคีสมาชิกพิธีสารมาดริดครอบคลุมถึงประเทศจีนด้วย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียดและยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ด้วยตนเองได้ที่ “สำนักงานรับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ” (Madrid Application Receiving Office) ที่ทำการกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
**********************************
แหล่งอ้างอิง :
หนังสือพิมพ์ Guangxi Daily(广西日报)วันที่ 21 มกราคม 2569
เว็บไซต์ www.gx.chinanews.com.cn(中新网广西)วันที่ 18 มกราคม 2569
หนังสือพิมพ์ Nanning Daily(南宁日报)วันที่ 09 มกราคม 2569
เว็บไซต์ http://scjdglj.gxzf.gov.cn(广西市场监督管理局(知识产权局))
เว็บไซต์ www.wipo.int/portal/en/index.html
เว็บไซต์ https://internationalipcooperation.eu
