คนจีน “รัดเข็มขัด” จริงหรือไม่ ฟังเสียงผู้ประกอบการไทยในงาน China-ASEAN Expo พาธุรกิจคลุกวงใน ปักหมุดสินค้าไทยรายไอเท็มในตลาดหนานหนิง (ตอนที่ 1/2)
12 Nov 2025
นางสาวฉิน อวี้อิ๋ง สัมภาษณ์/เขียน
นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ เขียน/เรียบเรียง
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC)
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง
หลายทศวรรษมานี้ เป็นที่ทราบกันว่า… ตลาดจีน ‘ไม่ใช่แค่ใหญ่’ ด้วยฐานผู้บริโภคกว่า 1,400 ล้านคน แม้ว่าเศรษฐกิจหลังโควิด-19 จะเติบโตช้าลง แต่จีนยังคงเป็นตลาดที่ ‘โตเร็วที่สุดในโลก’ ทำให้ “ตลาดจีน” ยังคงเป็นที่สนใจสำหรับแบรนด์สินค้าต่างชาติที่สนใจจะเข้าไป ‘แบ่งเค้ก’ ก้อนใหญ่ รวมถึงแบรนด์สินค้าไทยเราด้วย

สำหรับผู้ประกอบการที่คร่ำหวอดในวงการออกบูธแสดงสินค้าในจีน หากถามว่า…ท่านชอบหรืออยากไปงานไหนมากที่สุด??? บีไอซี เชื่อว่าที่นั่งในใจของผู้ประกอบการหลาย ๆ ท่านต้องมีชื่อของมหกรรมแสดงสินค้าสุดยิ่งใหญ่ของชาวจีนกับชาวอาเซียน ————China-ASEAN Expo หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า CAEXPO เป็นแน่
งาน China-ASEAN Expo จัดขึ้นเป็นประจำทุกที่นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของประเทศจีน โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 22 ระหว่างวันที่ 17-21 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน ภายใต้คอนเซปต์และผลสัมฤทธิ์ที่ 1+10 > 11 (1 หมายถึง จีน และ 10 หมายถึง อาเซียน ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่เกิดขึ้นก่อน ติมอร์เลสเต จะได้รับการรับรองสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568) โดยกวักมือชวนชาติภาคี RCEP รวมถึง อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน ศรีลังกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เซอร์เบีย บราซิล แอฟริกาใต้ รวันดา อียิปต์ และชาติอื่น ๆ มีมากมายเข้าร่วมแสดงสินค้า
พูดไปก็จะหาว่า “โม้” ท่านต้องมาดูให้เห็นกับตาว่า… ปรากฎการณ์ ‘จีนมุง’ ที่ศาลาไทย หรือ Thailand Pavilion คึกคักที่สุดในบรรดาฮอลล์สินค้าในงาน CAEXPO ครั้งที่ 22 โดยปีนี้ (ปี 2568) เป็นปีที่ 2 หลังช่วงโควิด-19 ที่กระทรวงพาณิชย์ไทยนำทัพผู้ประกอบการไทย 107 รายใน 5 กลุ่มสินค้าเหมาพื้นที่ฮอลล์แสดงสินค้า ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่น สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ของตกแต่งบ้าน และสินค้า Soft Power ไทย
ท่านผู้อ่านอยากรู้หรือไม่ว่า… ปีนี้ มีอะไรใหม่บ้างใน Thailand Pavilion เทรนด์การบริโภคชาวจีน (นครหนานหนิง) เป็นอย่างไร? สินค้าไทยได้รับความนิยมมากน้อยแค่ไหน? แล้วโอกาสกับความท้าทายของสินค้าไทยอยู่ตรงไหน? วันนี้ บีไอซี ขอนำท่านผู้อ่านร่วมค้นหาคำตอบผ่านการแชร์ประสบการณ์/ข้อคิดเห็นของผู้ประกอบการไทยหน้าเก่า-หน้าใหม่ที่ Thailand Pavilion กันครับ/ค่ะ
“มาครั้งแรก ผลตอบรับดีเกินคาด” —– เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบรนด์ โคฟี่

บูธที่เห็นคนแวะเข้าไม่ขาดสาย ต้องยกให้ Healthy Drinks แบรนด์โคฟี่ คุณธนธัช กิจภิญโญชัย ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ บริษัท Cofe Co.,Ltd. เปิดเผยว่าเป็นการออกบูธที่งาน CAEXPO ครั้งแรก บริษัทฯ ตั้งใจนำสินค้ามาทดลองตลาดในรูปแบบ B2C (Business-to-Consumer) นอกจากเครื่องดื่มกาแฟ(โอเลี้ยง)และชาดำเย็นแล้ว บริษัทฯ ได้นำเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ 4 รายการ ได้แก่ น้ำดอกมะพร้าว น้ำกระเจี๊ยบ น้ำดอกเก๊กฮวย และน้ำมะขาม มาออกงานในครั้งนี้ ซึ่งสอดรับกับเทรนด์เครื่องดื่มสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มสมุนไพรที่กำลังเป็นที่สนใจในระดับโลก Global รวมถึงประเทศจีน
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นสูตรธรรมชาติ ปราศจากสารแต่งสีแต่งกลิ่น วัตถุดิบธรรมชาติที่มีความสะอาดปลอดภัย กระบวนผลิตใช้ระบบฆ่าเชื้อความร้อนสูงมาตรฐานระดับสากล สินค้าสามารถเก็บได้นาน 2 ปี โดยไม่ต้องแช่เย็น
“รู้จัก CAEXPO จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ตอนแรกมาด้วยความไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ คิดว่าคนจีนอาจจะยังไม่ชอบสินค้าเราขนาดนั้น เลยตั้งราคาขายขวดละ 8 หยวน (ซึ่งคนจีนที่แวะมาซื้อคิดว่าขายถูก) แต่ไม่คิดเลยว่าผลตอบรับดีมาก โดยเฉพาะน้ำดอกมะพร้าว Low GI (Glycemic Index: GI หรือค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ) สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ขายเกลี้ยงตั้งแต่ 2 วันแรก” ———————- นายธนธัชฯ ให้ข้อมูล

เมื่อพูดถึงแผนการลุยตลาดจีน ความตั้งใจที่อยากจะหาตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน คุณธนธัชฯ ได้พบลูกค้าที่สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายกว่า 15 รายในงานฯ และได้ดีลคำสั่งซื้อจากบริษัทในกว่างซี รวมถึงคำสั่งซื้อน้ำกระเจี๊ยบและน้ำมะขาม อย่างละ 1,000 ขวดของหอแสดงดนตรีกว่างซี (广西音乐厅) ซึ่งส่วนหนึ่งจะนำไปแจกจ่ายให้หน่วยงานต่าง ๆ และบางส่วนจะวางจำหน่ายที่หอแสดงดนตรีกว่างซี
ควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการทำตลาดจีน คุณธนธัชฯ แนะนำว่า (1) ต้องเข้าใจเมืองที่จะมาออกบูธก่อน อย่างเช่น นครหนานหนิงอยู่ภาคไหนในจีน มีประชากรเท่าไหร่ (2) ต้องแปลข้อมูลสินค้าเป็นภาษาจีน (3) โชว์เครื่องหมายการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นกับคุณภาพสินค้า เช่น FDA ของสหรัฐอเมริกา / KFDA ของเกาหลีใต้
การออกบูธเป็นช่องทางสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย ‘หน้าใหม่’ ที่ต้องการทดลองตลาดจีน คุณธนธัชฯ เห็นว่า “ไม่มั่นใจ(ในการนำสินค้าเข้าไปทำตลาดจีนเต็มตัว)ก็มาลองออกบูธก่อน หากผลตอบรับไม่ดี เรานำผลนั้นมาศึกษาเรียนรู้ต่อ เพื่อปรับปรุงตัวสินค้าเราให้ดียิ่งขึ้น อย่างตอนแรกที่บริษัทฯ ไปออกงาน THAIFEX ในไทย คนจีนก็ให้ข้อเสนอแนะที่ดีว่าสินค้าเราควรปรับอะไรบ้าง เรากลับไปปรับปรุงแล้วค่อยทดลองตลาดใหม่อีกครั้ง”
“CAEXPO ‘ที่หนึ่ง’ ของสินค้าไทยที่จะลุยตลาดจีน” —— นวัตกรรมอาหารไทย Freeze dry แบรนด์ Zab Mike

“อาหารไทยฟรีซดราย” นวัตกรรมแปรรูปอาหารด้วยเทคโนโลยี Fresh Freeze-drying ของบริษัท Piromporn Agriculture Co.,Ltd. ที่มาเข้าร่วมงานฯ เป็นปีที่ 2 ยังคง ‘ว้าว’ ในสายตาผู้บริโภคชาวจีน โดยนำต้มยำกุ้งและส้มตำฟรีซดรายมาร่วมออกงานในปีนี้
คุณหลิว หงเลี่ยง (Liu Hongliang/刘红亮) หุ้นส่วน (หุ้นร้อยละ 15) บริษัท Piromporn Agriculture Co., Ltd. เปิดเผยว่า ปีนี้ ขายดีมาก!!! สินค้าที่เอามามากกว่าปีที่แล้ว 5 เท่า แค่ 3 วันแรกทำยอดขายได้ราว 100,000 หยวน และสินค้าขายเกลี้ยงในวันที่ 4 ของงาน ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำยกกล่อง แสดงถึงความชอบอาหารและสินค้าไทยของชาวจีน
Tips & Trick ของบูธ “ชง & ชิม” เน้นสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า —– “ชิมฟรี” เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้า สร้างประสบการณ์ตรงกับสินค้า ช่วยกระตุ้นยอดขาย เพราะลูกค้าสามารถทดลองและสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้ทันที ช่วยลดความลังเล และได้ข้อมูลป้อนกลับ (feedback) ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

บริษัทฯ นำประสบการณ์จากการออกบูธในปีที่แล้ว ไปปรับปรุงดีไซน์บรรจุภัณฑ์และการตกแต่งบูธ โดยเพิ่มตราสัญลักษณ์ Thai Select เข้าไป เพื่อการันตีมาตรฐานความเป็นไทย ได้ปรับรสชาติให้เหมาะกับรสปากชาวจีน อย่างเช่น ต้มยำกุ้งได้ปรับลดระดับความเปรี้ยว เผ็ด และหวาน และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ปีที่แล้วในเรื่อง ‘ชั่ง-ตวง-วัด’ ในการปรุงผลิตภัณฑ์ฟรีซดราย (ต้มยำกุ้งกับน้ำ) ในหม้อต้มที่จะให้ชิม โดยแยกปรุงในภาชนะใหม่ ก่อนเติมลงในหม้อเดิมที่ให้ชิม ไม่ใช่การแกะเติมสินค้ากับน้ำลงในหม้อเดิมโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารสชาติผิดเพี้ยน
เป้าหมายการออกบูธปีนี้ คุณหลิวฯ ต้องการหาตัวแทนจำหน่ายและหาที่ตั้งโกดังสินค้าในจีน โดยมีอยู่ในใจ 2 แห่ง คือ ที่นครหนานหนิง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตน และที่นครคุนหมิง (มณฑลยูนนาน) เพราะมีเส้นทางขนส่งสินค้าที่สะดวก ผ่านรถไฟจีน – สปป. ลาว ซึ่งจะเชื่อมต่อกับไทยในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีแผนจะทำตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์ม JD (京东国家馆) ด้วย
“งาน CAEXPO เป็น No. 1 ของงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในจีน เป็นช่องทางที่ดีที่สุดสำหรับสินค้าไทยที่จะเปิดตัวและเข้าสู่ตลาดจีน” คุณหลิวฯ เปิดใจว่า หากเทียบกับงาน Canton Fair (นครกว่างโจว) และงาน CIIE (นครเซี่ยงไฮ้) ซึ่งเป็นงานที่มีสเกลใหญ่ มีประเทศที่เข้าร่วมจำนวนมาก มีการแข่งขันสูง การไปเข้าร่วมงาน CAEXPO ภาพลักษณ์สินค้าไทยดู ‘ตัวใหญ่’ มีระดับการรับรู้สูง และมีโอกาสทำเงินได้มากกว่า
“ชิม แชะ ช้อป แชร์” —— “ถั่วทองทอด” แบรนด์บีนเฮ้าส์ (BeanHouse)

ขนมขบเคี้ยว เป็นสินค้าอันดับต้น ๆ ที่ได้รับความนิยมชมชอบใน Thailand Pavilion และ “ถั่วทองทอด” แบรนด์บีนเฮ้าส์ (BeanHouse) ของบริษัท U-TAKO Trading Co., Ltd. ถือเป็น ‘เพื่อนเก่า’ ของงาน CAEXPO เพราะปีนี้เป็นการเข้าร่วมปีที่ 3 แล้ว โดยปีนี้ นำถั่วทองทอดมาจำหน่ายทั้งหมด 6 รสชาติ ได้แก่ รสสาหร่าย รสเกลือ รสต้มยำ รสวาซาบิ รสปาปริก้า และรสพริกต้นหอม
“ถั่วทองทอด” แบรนด์บีนเฮ้าส์ (BeanHouse) งัดกลยุทธ์การตลาด “ชิม แชะ ช้อป แชร์” มาใช้ โดยให้พริตตี้ ซึ่งเป็นล่ามช่วยขายประจำบูธสวมชุดไทย แจกถั่วทองทอดให้ชิมฟรีโดยคุณภัทรกาญจน์ ศรีวฤทธิกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เห็นว่า การใส่ชุดไทยเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย สร้างสีสันสร้างความต่างให้กับบูธ มีชาวจีนเข้ามาขอถ่ายรูป (แชร์รูปในโมเมนต์ช่วยสร้างการรับรู้ของสินค้าและแบรนด์สินค้าได้) และช่วยกระตุ้นยอดขาย
คุณภัทรกาญจน์ฯ แชร์ประสบการณ์ว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ เคยใช้ “ศูนย์รวมสินค้าโดดเด่นจีน-อาเซียน” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ศูนย์ CAMEX” (China-ASEAN Mercantile Exchange/中国一东盟特色商品汇聚中心) เป็นจุดจำหน่ายสินค้าของบริษัทฯ ศูนย์ดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าแบบ “ออฟไลน์+ออนไลน์” ในนครหนานหนิง หลังจากสินค้าจำหน่ายหมดก็เลิกไป ด้วยปัจจัยหลายอย่าง อาทิ เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ขาดการติดต่อ สินค้าขายออกช้า (การทำประชาสัมพันธ์ของแพลตฟอร์มยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง) และศูนย์ดังกล่าวไม่มีพื้นที่ให้สต็อกสินค้าจำนวนมาก
คุณภัทรกาญจน์ฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ปีนี้ มีผู้สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายเข้ามาสอบถามมากขึ้น ช่วง 3 วันแรกมีผู้ติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายแล้วกว่า 20 ราย ถั่วทองทอดรสสาหร่ายกับรสเกลือเป็น 2 รสที่คนจีนชื่นชอบมาก สินค้าขายหมดในวันสุดท้ายของงานฯ และวางแผนไว้ว่า ปีหน้าจะนำสินค้าใหม่เป็นทุเรียนอบกรอบและมะม่วงแห้งมาจำหน่าย เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับตัวสินค้าด้วย
“ดีไซน์ลายน่ารัก มาพร้อมกับสีสันสุดจี๊ด ตีตลาดเด็กวัยรุ่น” ————— กระเป๋าเป่าลม แบรนด์ Inflat Decor

กระเป๋าเป่าลม แบรนด์ Inflat Decor มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของชาวจีน ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่น่ารัก ทันสมัย สีสันสดใส และใช้งานสะดวก “ครองใจ” บรรดาหนุ่มสาวชาวจีน ทำให้บูธบริษัท Toy World Co., Ltd. ในงาน CAEXPO เป็นอีกหนึ่งบูธที่บรรยากาศคึกคักชนิดที่เรียกว่า “หัวกระไดไม่แห้ง”
คุณจิตภินันท์ หริพจน์ทวีกุล ผู้จัดการฝ่ายส่งออก บริษัท Toy World Co., Ltd. เปิดเผยว่า บริษัทฯ เข้าไปทำตลาดจีนได้ประมาณ 7 ปีแล้ว มีตัวแทนจำหน่ายที่กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลไห่หนาน มณฑลยูนนาน มณฑลฝูเจี้ยน รวมถึงเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ซินเจียงด้วย
จุดเริ่มต้นของการ ‘ปิ๊งไอเดีย’ กระเป๋าเป่าลม แบรนด์ Inflat Decor บริษัทฯ เริ่มต้นจากธุรกิจของเล่นพลาสติกก่อนจะพัฒนาและต่อยอดมาทำ “กระเป๋าเป่าลม” ที่ใช้พลาสติกนุ่ม (Soft PVC) มีความเหนียวทนทาน กันน้ำได้ เติมและปล่อยลมได้ตามต้องการ

ข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการสินค้าแฟชั่น การที่ “กระเป๋า” เป็นสินค้าแฟชั่น ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องตามเทรนด์แฟชั่นให้ทัน อย่างเทรนด์สีปีก่อน ๆ สีขาวกับสีฟ้าขายได้ดี ส่วนปี 2568 สีม่วงมาแรง ไซส์กระเป๋า บางปีใบเล็กขายดี บางปีใบใหญ่ขายดี ต้องรู้จักวิธีการเลือกและโชว์สินค้าบนชั้นวางเพื่อสร้างจุดดึงดูดสายตา กระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ ต้องรู้จักใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้เป็น บริษัทฯ ใช้ Little Red Book หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า “เสี่ยวหงซู” (Xiaohongshu/小红书) และ Douyin เป็นเครื่องมือทำตลาดจีน
ข้อมูลจาก Qiangua (千瓜数据) แพลตฟอร์มเน้นการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของแอปพลิเคชัน “เสี่ยวหงซู” ระบุว่า ผู้ใช้งานแอปฯ ร้อยละ 72 เป็นเพศหญิง โดยร้อยละ 79 อยู่ในช่วงอายุ 18-34 ปี
“เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว บริษัทฯ ได้เปิดบัญชี ‘เสี่ยวหงซู’ เพราะเห็นว่าผู้ใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และวัยทำงานตรงกลุ่มเป้าหมาย (Target group) ของแบรนด์สินค้า ปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นผู้ดูแลและทำคอนเทนต์เอง (ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ) ทำให้เข้าไม่ถึงวัยรุ่นจีน โดยบริษัทฯ กำลังหาทีมงานที่มี ‘ศีลเสมอกัน’ เข้าใจแบรนด์ เข้าใจเทรนด์หนุ่มสาวชาวจีน และใช้ภาษาวัยรุ่นจีนได้
“ปั่นยอดขายผ่าน “ไลฟ์สด” เครื่องมือทรงพลังทางการตลาด” ———— ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แบรนด์ V Care Plus

หลังจากที่เดินสำรวจมาหลายรอบ พบว่า บริษัท V Care Plus Limited Partnership เจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ น่าจะเป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่ใช้ “ไลฟ์สตรีมมิ่ง” (Live Streaming) หน้าบูธ สร้างความคึกคัก ดึงดูดสายตาผู้ผ่านไปผ่านมาได้อย่างมาก
บริษัท V Care Plus ได้นำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ อย่างเช่น สบู่นมข้าวโอ๊ต เซรั่มมะพร้าวบำรุงผิวหน้า เซรั่มน้ำผึ้งบำรุงผิวหน้า ครีมมาส์กบำรุงมือ และครีมทาส้นเท้าแตกสูตรกล้วยหอม
“ไลฟ์สตรีมมิ่งเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในตลาดจีน เราก็อยากจะลองทำ เพิ่งเริ่มทำไลฟ์สดปีนี้ในหลายงานแสดงสินค้าแล้ว และรู้สึกว่าได้ผลดี มีลูกค้าสั่งซื้อไม่น้อยทีเดียว เลยมาทำต่อในงาน CAEXPO ครั้งนี้” คุณเหริน เยี่ยนลี่ (Ren Yanli/任艳丽) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดจีน บริษัท V Care Plus Limited Partnership ให้ข้อมูลว่า บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับนักไลฟ์สด (Live Streamer) ที่มีประสบการณ์ในการโพรโมตสินค้าเพื่อความงามให้มาไลฟ์สดที่บูธวันละ 2 ชั่วโมงในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นช่วง Peak time ที่มีจำนวนผู้เข้าชม (traffic) สูง
การไลฟ์สดของบริษัท V Care Plus เป็นแบบ Private Live Streaming เน้นเฉพาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่เป็นแฟนคลับของแบรนด์ V Care Plus หรือของนักไลฟ์สด เนื่องจากมีข้อกังวลว่า หากไลฟ์สดบนแพลตฟอร์มสาธารณะที่เป็นที่รู้จักกว้างขวางอย่าง Douyin (抖音) หรือ Tiktok ในจีน อาจมีผู้ฉวยโอกาสลอกเลียนตราสินค้า ตัวสินค้า และบรรจุภัณฑ์

นอกจากนี้ สินค้าบางรายการเป็นสินค้าใหม่ที่เพิ่งพัฒนาออกมาได้ไม่นาน อยู่ในช่วงประเมินผลตอบรับจากตลาดจึงยังไม่จดทะเบียน/ขอใบอนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (อย. จีน / National Medical Products Administration) ซึ่งกระบวนการขอจดแจ้งกับ NMPA ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี และมีค่าใช้จ่ายสูง จึงไม่อนุญาตให้ส่งออกและจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (เช่น Douyin และ Taobao) ในประเทศจีนได้อย่างเป็นกิจลักษณะ (สินค้าที่นำมาจำหน่ายในงาน CAEXPO เป็นสินค้าเพื่อการจัดนิทรรศการ ซึ่งนำเข้าไปได้จำนวนไม่มาก)
ปัจจุบัน บริษัทฯ ตั้งใจทำตลาดออฟไลน์มากกว่าออนไลน์ มีตัวแทนจำหน่ายออฟไลน์อยู่ 2-3 รายในประเทศจีนและการออกบูธเป็นช่องทางจำหน่ายที่สำคัญของแบรนด์ V Care Plus โดยคุณเหรินฯ แสดงความชื่นชอบในการมาออกบูธในงาน CAEXPO เป็นอย่างมาก เนื่องจากชาวหนานหนิงมี ‘ความภักดี’ (Customer royalty) ต่อสินค้าไทยเป็นอย่างมาก ลูกค้าเก่า “ใช้ดี จึงบอกต่อ” ช่วยแบรนด์ขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น
ในบทความฉบับหน้า (ตอนที่ 2/2) บีไอซี จะชวนท่านผู้อ่านไปคลุกวงใน เรียนรู้ประสบการณ์/ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจของผู้ประกอบการไทยที่ไปออกบูธใน Thailand Pavilion ที่งาน CAEXPO นครหนานหนิง กันต่อนะครับ/ค่ะ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
