เมนูพะโล้ที่เราชอบทานปลอดภัยแค่ไหน หลังจีนตีแผ่ “โป๊ยกั๊กกำมะถัน” จากแหล่งผลิตใหญ่ในกว่างซี

 

โป๊ยกั๊ก หรือ จันทน์แปดกลีบ (star anise) เป็นเครื่องเทศและสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ผลแห้ง มีสีน้ำตาลอมแดง โดยทั่วไปจะนำมาทำให้แห้งทั้งผลหรือนำไปป่นให้เป็นผงละเอียด เพื่อใช้เป็นส่วนผสมปรุงแต่งให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน ซึ่งทุกคนน่าจะรู้จักดี อย่างเครื่องพะโล้ เครื่องตุ๋นยาจีน หรือแม้กระทั่งในขนมเบเกอรี่ ลูกกวาด และแอลกอฮอล์

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เป็นที่รู้จักในแวดวงผู้ค้าเครื่องเทศและยาสมุนไพรจีนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในฐานะแหล่งผลิตโป๊ยกั๊กรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน พื้นที่ปลูกและกำลังการผลิตมีสัดส่วนมากกว่า 85% ของทั้งประเทศ (จีนมีกำลังการผลิตคิดเป็นสัดส่วน 90% ของโลก) ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปีเป็นช่วงที่ผู้ค้าทั่วจีนมาสั่งซื้อโป๊ยกั๊กที่กว่างซีเป็นจำนวนมาก ตลาดค้าโป๊ยกั๊กขนาดใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ที่ ศูนย์โลจิสติกส์เครื่องเทศธรรมชาติกาวเฟิง (高峰天然香料物流中心) ในนครหนานหนิง มีผู้ค้าอยู่กว่า 60 ราย มียอดจำหน่ายสูงถึงวันละ 300 ตัน โป๊ยกั๊กจากตลาดแห่งนี้ถูกกระจายไปจำหน่ายทั่วประเทศจีน

เมื่อไม่นานมานี้ สื่อ Beijing News ได้ตีแผ่เรื่องราวเกี่ยวกับ โป๊ยกั๊กกำมะถัน” ที่จำหน่ายในศูนย์โลจิสติกส์เครื่องเทศธรรมชาติกาวเฟิง โดยผู้สื่อข่าวได้สำรวจพบว่า โป๊ยกั๊กที่จำหน่ายอยู่ศูนย์โลจิสติกส์แห่งนี้มีปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (ออกไซด์ชนิดหนึ่งของกำมะถัน) ตกค้างเกินกว่ามาตรฐาน 16 เท่า (คำนวณจากมาตรฐานสินค้าโป๊ยกั๊กฉบับเก่า)

วันนี้ บีไอซีจะมาเล่าที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าว ก่อนอื่น ท่านผู้อ่านคงสงสัยอยู่ว่า โป๊ยกั๊กกับกำมะถันเกี่ยวข้องกันอย่างไร โดยปกติ หลังการเก็บเกี่ยวแล้ว ผู้ค้าจะนำผลโป๊ยกั๊กไปตากแดดให้แห้ง ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 วัน ก่อนนำไปจำหน่ายให้ยี่ปั๊ว ในการย่นระยะเวลาให้สั้นลง ผู้ค้าบางส่วนใช้วิธีการรมกำจัดความชื้นด้วยไม้ฟืนหรือถ่านหิน แต่วิธีการดังกล่าวทำให้ผลโป๊ยกั๊กเปลี่ยนเป็นสีดำ การรมด้วย กำมะถัน จึงเป็นทางออก

กระบวนการรมกำมะถันช่วยให้โป๊ยกั๊กมีสีสด ผิวมัน และไม่เกิดเชื้อรา แถมประหยัดต้นทุนได้กว่าครึ่ง เพราะเมื่อเทียบกับกระบวนการดั้งเดิม โป๊ยกั๊กสด 3 กิโลกรัม จะได้โป๊ยกั๊กแห้ง 0.5 กิโลกรัม ขณะที่การรมกำมะถันจะได้โป๊ยกั๊กแห้งน้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ โป๊ยกั๊กที่รมกำมะถันมีราคาขายอยู่ราวกิโลกรัมละ 40 หยวน แต่โป๊ยกั๊กทั่วไปขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 68 หยวน ซึ่งเห็นได้ชัดว่า โป๊ยกั๊กกำมะถันมีแรงแข่งขันด้านราคาที่ชัดเจน

การรมกำมะถันจะทำในเพิงผ้าใบที่สร้างขึ้นชั่วคราว หลังจากเกลี่ยโป๊ยกั๊กเสร็จแล้ว จะนำถาดภาชนะที่มีกำมะถันเข้าไปวาง แล้วจุดไฟรมควันโป๊ยกั๊ก ถาดภาชนะแต่ละถาดมีกำมะถัน 1-2 กิโลกรัม โดยจะวางถาดภาชนะเหล่านี้ไว้ห่างกันทุก 4 เมตรเพื่อความทั่วถึง หากเป็นช่วงที่อากาศไม่ดีหรือมีความชื้นในอากาศสูงจะรมกำมะถันเพิ่มอีก 2 ครั้ง

คำนวณง่ายๆ พื้นที่ลานปูน (นึกถึงภาพลานตากข้าวเปลือกของไทย) ระยะ 20 เมตร สามารถตากโป๊ยกั๊กได้ 4 ตัน หากวางถาดภาชนะที่มีกำมะถันทุก 4 เมตร นั่นหมายความว่าต้องใช้ถาดภาชนะ 5 ถาด ต้องใช้กำมะถันรวม 5 กิโลกรัม ถ้าอากาศไม่ดีต้องรมกำมะถัน 2 รอบ เท่ากับว่าต้องใช้กำมะถัน 10 กิโลกรัม (กลางวันตากแดด กลางคืนรมกำมะถัน) จึงไม่น่าแปลกว่าเลยว่าทำไมจึงมีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างสูงทะลุเพดานได้ขนาดนั้น

อันที่จริงแล้ว การใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอาหารเป็นเทคนิคที่ทั่วโลกยอมรับ แต่ต้องไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด อย่างในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดให้มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในเครื่องดื่มที่มีภาชนะบรรจุปิดสนิทได้ไม่เกิน 70 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดค่าความปลอดภัยต่อการบริโภคในชีวิตประจำวันของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ว่า ไม่ควรบริโภคเกิน 0.7 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน

แล้วทำไมจีนไม่มีกฎหมายควบคุมการใช้กำมะถันในอาหารหรืออย่างไร  สำหรับประเทศจีน “มาตรฐานการใช้สารปรุงแต่งอาหารตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติจีน” ได้กำหนดให้กำมะถันเป็นสารปรุงแต่งอาหาร (food additive) และในประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนเกี่ยวกับการขยายขอบเขตการใช้สารปรุงแต่งอาหารและอาหารชนิดใหม่ (New resources food) ได้กำหนดปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในโป๊ยกั๊กต้องไม่เกิน 0.15 กรัมต่อกิโลกรัม แต่ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการจากการสุ่มเก็บตัวอย่างโป๊ยกั๊กในศูนย์โลจิสติกส์เครื่องเทศธรรมชาติกาวเฟิง พบว่า ปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในโป๊ยกั๊กสูงถึง 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งนั่นหมายความว่า ตัวอย่างโป๊ยกั๊กเหล่านี้มีปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างเกินกว่ามาตรฐานถึง 3,333 เท่า!!!

อันตรายจากสารตกค้างเกินมาตรฐาน สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เมื่อใช้ในปริมาณที่พอเหมาะจะไม่เกิดอันตราย เพราะร่างกายสามารถขับออกทางปัสสาวะ แต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป สารดังกล่าวจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของเอนไซม์และการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย ทำลายระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ เยื่อบุอวัยวะได้รับความเสียหาย มีอาการปวดท้อง ท้องร่วง วิงเวียนศีรษะ และอาเจียน ในรายที่มีอาการแพ้รุนแรงอาจถึงขั้นช็อก หมดสติ และถึงแก่ความตาย

แล้วปุถุชนคนธรรมดาอย่างเราจะแยกแยะ โป๊ยกั๊กกำมะถัน” ได้อย่างไร หากเปรียบเทียบกับโป๊ยกั๊กปลอดกำมะถัน จะพบว่า โป๊ยกั๊กเจ้าปัญหานี้จะมีสีน้ำตาลเหลืองสม่ำเสมอ ผิวมีความมัน ผลโป๊ยกั๊กอวบอิ่ม เวลาใช้นิ้วบีบจะรู้สึกว่าผลโป๊ยกั๊กยังนิ่มอยู่ เนื่องจากยังไม่แห้งสนิท และจะมีกลิ่นค่อนข้างฉุน

บทสรุป การตีแผ่เรื่องราว โป๊ยกั๊กกำมะถันในกว่างซีดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวเรา หลายคนคงคิดว่าประเทศไทยอยู่ห่างจากกว่างซีเป็นพันกิโลเมตร ไม่ได้ไปเที่ยวหรือไปอยู่อาศัยที่โน่นก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ท่านอาจจะลืมนึกถึงแหล่งผลิต โป๊ยกั๊กที่นำไปใช้อย่างแพร่หลายในเมนูหมู/เป็ดพะโล้ ตุ๋นยาจีน น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว หรือเครื่องแกงบางชนิดที่หลายท่านชอบรับประทานกันเป็นประจำ ซึ่งแหล่งผลิตโป๊ยกั๊กนั้นก็คือ ประเทศจีน แล้วแหล่งผลิตโป๊ยกั๊กแหล่งใหญ่ของจีนก็คือ กว่างซี

ข้อมูลจากศุลกากรหนานหนิง พบว่า หลายปีที่ผ่านมาโป๊ยกั๊ก เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่สำคัญของกว่างซีที่ส่งออกมาประเทศไทย ในปี 2562 ปริมาณการส่งออกโป๊ยกั๊กของกว่างซีไปไทยมีมากกว่า 100 ตัน ซึ่งปริมาณดังกล่าวยังไม่รวมการส่งออกจากมณฑลอื่น ด้วยสัดส่วนการผลิตของกว่างซีที่มีมากกว่า 85% ของทั้งประเทศจีน จึงเป็นไปได้ว่า “โป๊ยกั๊ก” ที่ประเทศไทยนำเข้าจากมณฑลอื่นก็มีแหล่งผลิตจากกว่างซีเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ผู้นำเข้าไทยควรพิจารณาเลือกผู้ผลิตและสินค้าที่ได้มาตรฐาน เรียกดูใบอนุญาต/เอกสารรับรอบคุณภาพที่ออกจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือก่อนการตัดสินใจซื้อขาย ตรวจสอบหรือสืบค้นแหล่งที่มาของสินค้าได้อย่างชัดเจน รวมทั้งศึกษากฎระเบียบและข้อกำหนดเบื้องต้นเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าทั้งในจีนและไทย ขณะที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหาร พื่อสร้างหลักประกันด้านอาหารปลอดภัย (food safety) ให้กับผู้บริโภคในประเทศด้วย

 

จัดทำโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC)
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง
เครดิตภาพ sohu.com และ sina.com.cn

 

 

Avatar

Kritsana Sukantaphong

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม