เขต YRD ทะยานสู่ผู้นำโลกหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (ตอนที่ 3 : ความท้าทายระดับโลก และโอกาสความร่วมมือกับไทย)
7 May 2025ปัจจุบัน เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta: YRD) ซึ่งประกอบด้วย นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง และมณฑลอานฮุย เป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์ในจีนและโลก รวมทั้งในการแก้ไขความท้าทายในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และกำหนดมาตรฐานกำกับดูแลที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน บทความนี้จะสำรวจความท้าทายดังกล่าว แนวทางการดำเนินการต่อไป ตลอดจนโอกาสที่ไทยสามารถร่วมมือกับจีนและ YRD เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ต่อไป
ความท้าทายระดับโลกสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์
แม้การพัฒนาหุ่นยนต์ในปัจจุบันจะมีความก้าวหน้าอย่างมากและถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ยังคงมีอุปสรรคที่ต้องแก้ไขหรือพัฒนาให้ดีขึ้น อาทิ
1) ความท้าทายทางเทคนิคและวิศวกรรม รวมถึง

– การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้หุ่นยนต์ตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและเคลื่อนไหวได้ลื่นไหลมากขึ้น โดยต้องใช้เทคนิคการเรียนรู้และการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการประมวลผล ภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อคำสั่งหรือการสื่อสารของมนุษย์ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติ
– ข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่ โดยหุ่นยนต์ใช้พลังงานสูงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานอยู่ไม่สามารถสะสมพลังงานได้มากพอ ทำให้หุ่นยนต์ต้องหยุดชาร์จบ่อยครั้ง และส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานที่อาศัยความต่อเนื่องและการทำงานในภาพรวม

2) ความปลอดภัย ยังต้องมีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานอย่างเหมาะสมและได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันกับมนุษย์กับหุ่นยนต์ การจำกัดแรงและความเร็วของหุ่นยนต์เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ตลอดจนการประเมินความเสี่ยงและการดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงที่เหมาะสม
3) ภาระทางต้นทุน ยกตัวอย่างหุ่นยนต์ Unitree G1 และ Unitree H1 ราคาประมาณ 500,000 – 3,200,000 บาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงแม้ว่าราคาหุ่นยนต์จะลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหากบางประเทศอยู่ในฐานะผู้นำเข้า อาจเผชิญความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานและการซ่อมบำรุงหากอะไหล่และชิ้นส่วนขาดตลาด นอกจากนี้ เทคโนโลยีการพัฒนาหุ่นยนต์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ผู้บริโภคต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบในการลงทุนซื้อหุ่นยนต์มาใช้งาน
4) ประเด็นทางสังคม จริยธรรม และกฎหมาย รวมถึง
– ผลกระทบต่อการจ้างงานและรายได้หุ่นยนต์อาจเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ในภาคการผลิต ทำให้การว่างงานและความเหลื่อมล้ำทางรายเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากแรงงานที่ถูกแทนที่อาจประสบปัญหาในการหา งานใหม่หรือต้องยอมรับงานที่มีรายได้ต่ำกว่าเดิม
– ความสัมพันธ์มนุษย์ – หุ่นยนต์ ในขณะที่หุ่นยนต์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน แต่แรงงานมนุษย์ต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะใหม่ (reskill/upskill) เพื่อสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้
– ความรับผิดชอบยังมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางต่อกรณีที่หุ่นยนต์ตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีผลทางศีลธรรม เช่น หุ่นยนต์ขับรถหรือรถยนต์ไร้คนขับเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ความรับผิดชอบควรตกอยู่กับใคร
– ความท้าทายด้านกฎหมายอาทิในสหภาพยุโรป (EU) ยังถกเถียงกันมากเรื่องความรับผิดชอบ เมื่อหุ่นยนต์ก่อความเสียหาย รวมทั้งสถานะบุคคลอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่อาเซียนเผชิญความท้าทายในกรอบกำกับดูแลที่หลากหลายตามบริบทแต่ละประเทศ
โอกาสของไทยในความร่วมมือกับ YRD เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์

ประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ 2565 – 2570 (ค.ศ. 2022 – 2027) โดยครอบคลุมการออกกฎหมายรองรับ การสร้างระบบนิเวศอย่างครอบคลุม การพัฒนาแรงงานขั้นสูง 30,000 คน และการเสริมสร้างทักษะด้าน AI ให้ประชาชนกว่า 1 ล้านคน ภายในปี 2570 โดย AI เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
นอกจากนี้ ในปี 2560 คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งครอบคลุมการยกเว้นภาษีนิติบุคคล การสนับสนุน SMEs เข้าถึงเทคโนโลยี การลดต้นทุนการผลิตด้วยสิทธิประโยชน์การลงทุนและการยกเว้นอากรนำเข้าชิ้นส่วน ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือนำร่องกับหน่วยงานและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ โดยรัฐบาลปัจจุบันยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าวตามนโยบาย IGNITE Thailand
แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม AI และหุ่นยนต์ในข้างต้นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีโอกาสในการร่วมมือกับเขต YRD ของจีนในเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ร่วมกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถและ การแข่งขันในตลาดโลกของไทยใน 4 ด้าน ได้แก่

1. การนำเข้าเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ ภาคธุรกิจไทยสามารถนำเข้าเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากบริษัทชั้นนำใน YRD อาทิ Unitree Robotics และ Fourier Intelligence ที่ผลิตหุ่นยนต์เพื่อช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย ทำงานด้านอุตสาหกรรม หรือโรงพยาบาล ตลอดจนเซี่ยงไฮ้ยังมีบริษัท SenseTime ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้าน AI ในจีน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบจดจำใบหน้า ซึ่งนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงาน โรงแรม และการเข้าสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
2. ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการวิจัยกับ YRD ในการพัฒนาอุตสาหกรรมหลักของไทย อาทิ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร โดยในส่วนของภาคเอกชน เอกชนไทยสามารถนำหุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีจากบริษัทชั้นนำอย่าง Estun จากมณฑลเจียงซูมาใช้ในงานผลิตที่หลากหลาย และจาก SIASUN Robot & Automation นครเซี่ยงไฮ้ ที่มีความเชี่ยวชาญในการบริการออกแบบระบบอัตโนมัติและผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมต่าง ๆ พร้อมบริการหลังการขาย มาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจพิจารณาต่อยอดทำการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน
นอกจากนี้ สถาบันวิจัยและสถาบันวิชาการของไทยควรพิจารณาขยายความร่วมมือกับสถาบันวิชาการ ชั้นนำใน YRD ในเรื่องนี้ อาทิ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง และมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ซึ่งมีศูนย์วิจัย AI และหุ่นยนต์ที่มีชื่อเสียงในจีน โดยในปี 2568 ทั้งสองมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์ที่ติดอันดับที่ 15 และ 32 ของโลก ตามลำดับ

3. การพัฒนาทักษะบุคลากร ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและศูนย์ฝึกอบรมในเขต YRD ทั้งในการจัดหลักสูตรอบรมเฉพาะทาง การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการให้ทุนการศึกษา โดย YRD มีความก้าวหน้าในการศึกษาด้านหุ่นยนต์ วิศวกรรมอัตโนมัติ AI IoT พลังงานใหม่ และนาโนเทคโนโลยี ซึ่งล้วนเป็นสาขาเป้าหมายของไทย ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา รวมถึงการฝึกอบรมในสาขาเมคคาทรอนิกส์ หุ่นยนต์ และการบำรุงรักษาเครื่องจักรกลอัตโนมัติ เพื่อเชื่อมโยงกับความต้องการตลาดแรงงานและสนับสนุนการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทย
4. การบ่มเพาะระบบนิเวศสตาร์ทอัพหุ่นยนต์ โดยมุ่งสร้างเครือข่ายกับสตาร์ทอัพศักยภาพสูงในเขต YRD ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจ และการเชิญสตาร์ทอัพจาก YRD ตั้งฐานในไทย เพื่อกระตุ้นนวัตกรรมและความร่วมมือทางธุรกิจ พร้อมทั้งจับคู่กับบริษัทใน YRD เพื่อออกแบบและติดตั้งระบบอัตโนมัติในสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมไทยและขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
บทความนี้เป็นตอนสุดท้ายใน 3 ตอนของบทความที่สำรวจศักยภาพของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ใน YRD ซึ่งมีความก้าวหน้าระดับแนวหน้าของจีนและโลก โดยได้เรียนรู้ถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องการมีนโยบายและเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจนของภาครัฐ การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ในการสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมและเข้มแข็ง ตลอดจนแนวทางในการแก้ไขข้อจำกัดและ ความท้าทายที่มีอยู่ โดยไทยสามารถเรียนรู้จาก YRD ได้เป็นอย่างดี และแสวงหาแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งในการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร และการบ่มเพาะระบบนิเวศที่เกื้อกูล เพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับจีน
—————-
จัดทำโดย นางสาวภาสินี หอมนาน นักศึกษาฝึกงาน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ข้อมูลอ้างอิง
(1) https://thaibizchina.com/ หัวข้อ ศึกษานวัตกรรม AI ในเขต YRD (ตอนที่ 3: การบูรณาการความร่วมมือ AI และโอกาสของไทย)
(2) https://www.commercial.ubtrobot.com/en/ หัวข้อ UBTECH Commercial Robots Smart Service and Endless possibilities
(3) https://globthailand.com/ หัวข้อ อียูผลักดันเทคโนโลยี AI เพื่อรับมือกับวิกฤติโควิดและโลกแห่งอนาคต
(4) https://asean.org/ หัวข้อ ASEAN Guide on AI Governance and Ethics
(5) https://www.shine.cn/ หัวข้อ Call for international cooperation in growth and governance of AI
(6) https://thaishanghai.thaiembassy.org/th/index หัวข้อ Thailand Advancing Innovation Cooperation with the YRD at the 7th Bangkok – Shanghai Economic Conference
