‘หัวเว่ย’ จากผู้นำด้านเทคโนโลยี สู่บทบาทการขยายความร่วมมือกับไทยในยุคดิจิทัล
8 Jul 2025รู้จัก ‘หัวเว่ย’
กว่า 30 ปีที่บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด (Huawei Technologies Co., Ltd.) ก่อตั้งขึ้น บริษัทหัวเว่ยฯได้เติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญระดับโลก ปัจจุบัน บริษัทหัวเว่ยฯ ดำเนินธุรกิจใน กว่า 170 ประเทศทั่วโลก โดยมีธุรกิจครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT โทรคมนาคม และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นอกจากเทคโนโลยีที่มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยบริษัทหัวเว่ยฯ ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) มากถึงร้อยละ 25 ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทฯ โดยในจำนวนนี้
กว่าร้อยละ 5มุ่งเน้นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (ransomware) การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service) ที่มุ่งเป้าเว็บไซต์และเซิร์ฟเวอร์โดยรบกวนบริการของเครือข่าย เพื่อพยายามทำให้ทรัพยากรของแอปพลิเคชันหมดลง การโจมตีห่วงโซ่อุตสาหกรรม
(supply chain attack) และ การละเมิดข้อมูล (data breach) โดยล่าสุด บริษัทหัวเว่ยฯ ยังได้พัฒนา AI security ซึ่งป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์โดยใช้ AI โดยศูนย์ Global Cyber Security Transparency Center ในเมืองตงก่วน เป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญที่สุดของบริษัท
![]() | ![]() |
| บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด สำนักงานใหญ่ เมืองเซินเจิ้น | ศูนย์การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (Huawei Ox Horn Campus) เมืองตงก่วน |
บทบาทของหัวเว่ยในการยกระดับอุตสาหกรรมให้เป็นดิจิทัล
บริษัทหัวเว่ยฯ เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี 5G โดยในปี 2566 บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 46 ของตลาด 5G ทั่วโลก นอกจากนี้ ปัจจุบัน บริษัทฯ หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี AI + Computing มากยิ่งขึ้น โดยเป็นการรวม AI เข้ากับระบบการประมวลผลเพื่อสร้างนวัตกรรมและโซลูชันใหม่ ๆ เพื่อใช้ในการยกระดับอุตสาหกรรมเป็นดิจิทัล
บริษัทหัวเว่ยฯ ดำเนินโครงการนำร่องยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี 5G AI และ Computing ในหลายสาขาอุตสาหกรรม โดยมีการออกแบบและพัฒนาโซลูชันให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมแต่ละประเภท เช่น (1) อุตสาหกรรมการแพทย์ โครงการผ่าตัดทางไกลผ่านสัญญาณ 5G โดยบริษัทหัวเว่ยฯ มีนวัตกรรมเครื่องรับส่งสัญญาณที่มีความเสถียรสูง ทำให้การผ่าตัดทางไกลมีความเสถียร (๒) อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ โครงการท่าเรือไร้มนุษย์ โดยนำโซลูชันของบริษัทฯ จัดทำท่าเรือที่ควบคุมผ่านสัญญาณ 5G และ (๓) เมืองอัจฉริยะ (smart city) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G กับระบบ IoTs เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมือง นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำโซลูชันในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ห้องเรียนอัจฉริยะ (smart classroom) ท่าอากาศยานอัจฉริยะ (smart airport) พลังงานสะอาดอัจฉริยะ (utility-scaler PV & ECC plant)
โอกาสการขยายความร่วมมือของไทยกับหัวเว่ย
บริษัทหัวเว่ยฯ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2000 รวมกว่า 20 ปีแล้ว โดยได้มีส่วนร่วมใน
การพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะ
(1) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งบริษัทหัวเว่ยฯ ได้ลงทุนในโครงการสำคัญในไทย เช่น โครงการศูนย์ข้อมูล 3 แห่ง โครงการ Open Lab สำหรับพัฒนาโซลูชัน และโครงการศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) เพื่อทดลองเทคโนโลยี 5G และ (2) การพัฒนาบุคลากร บริษัทหัวเว่ยฯ ได้จัดตั้ง Huawei ASEAN Academy (Thailand) เพื่อฝึกอบรมบุคลากรด้านดิจิทัล และร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยกว่า 40 แห่งในไทย โดยการสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียน และ กลุ่มประเทศ CLMVT
ทั้งนี้ บริษัทหัวเว่ยฯ มีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียน ผ่านโครงการนำร่องหลายโครงการ เช่น โรงพยาบาลอัจฉริยะแห่งแรกของไทย (Siriraj Hospital – 1st Smart Hospital) ท่าเรืออัจฉริยะแห่งแรกของไทย (Hutchison Port – 1st Smart Sea Port) เหมืองแร่อัจฉริยะแห่งแรกของไทย (SCG – 1st Smart Mining) สถานีรถไฟอัจฉริยะแห่งแรกของไทย (Bangsue Station – 1st Smart Railway Station)
![]() | ![]() |
| โครงการพลังงานงานสะอาด ระบบ FusionSolar มหาวิทยาลัยมหิดล | โครงการ hybrid classroom มหาวิทยาลัยกรุงเทพ |
พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
บริษัทหัวเว่ยฯ ให้ความสำคัญกับ พลังงานสะอาดและโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนา FusionSolar ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ รวมถึงพัฒนา Smart Micro-grid Solution ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำหรับพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ บริษัทหัวเว่ยฯ ยังวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยี DNA Storage เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลด้วย DNA ที่อาจลดขนาดศูนย์ข้อมูลให้เล็กลงถึงระดับเหรียญบาท เทคโนโลยี OptiX อุปกรณ์ส่งข้อมูลผ่านเส้นใยแก้วนำแสงที่มีประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยี Quantum Computing และ AI Accelerators – เทคโนโลยีการคำนวณแห่งอนาคต เป็นต้น
บริษัทหัวเว่ยฯ เป็นหนึ่งในผู้นำโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมดิจิทัลระดับโลก และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G AI ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และพลังงานสะอาด ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่บริษัทหัวเว่ยฯให้ความสำคัญ จะยังคงมีโอกาสที่จะขยายความร่วมมือกับบริษัทหัวเว่ยฯ ในหลายมิติ ซึ่งเล็งเห็นได้ว่า การร่วมมือระหว่างไทยกับบริษัทหัวเว่ยฯ ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ยังสามารถช่วยให้ไทยก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางด้านดิจิทัลของอาเซียน หากประเทศไทยมีความพร้อม ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในระยะยาว รวมถึง ผลักดันให้ไทยมีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การเป็น Smart Nation ที่ทันสมัยและแข่งขันได้ในเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
สรศักดิ์ บุญรอด เขียน
เมษายน 2568




