หลูโจว: ไม่ได้มีดีแค่สุรา แต่เป็นเมืองท่าและโลจิสติกส์ของจีน

หลูโจว มีชื่อเสียงอันโด่งดังในดินแดนมังกรว่า เป็นเมืองแห่งสุราของจีน จนได้รับฉายา จิ่วเฉิง (酒城) หรือเมืองแห่งสุรา ยี่ห้อสุราที่เป็นที่คุ้นหูและมีชื่อเสียงคือ เหล่าเจี้ยว (老窖) หนึ่งในสี่สุราที่มีชื่อเสียงที่เก่าแก่ที่สุดในจีน อันเนื่องมาจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน การหมักเชื้อจุลินทรีย์และการผสมผสานกลิ่นหอมลงไปพร้อมกับการหมัก ทำให้เกิดเป็นกลิ่นหอมที่เข้มข้นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของสุราเหล่าเจี้ยว
นอกจากการเป็นแหล่งสุราชั้นยอดแล้ว หลูโจวยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการต่อยอดด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากเป็นเมืองท่าหลักทางตอนเหนือของแม่น้ำแยงซี จึงถือเป็นอีกเมืองศูนย์กลางความร่วมมือการค้าที่สำคัญระหว่างมณฑลเสฉวน มหานครฉงชิ่ง มณฑลยูนนาน และมณฑลกุ้ยโจว รวมทั้งเป็นเมืองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของเขตทดลองการค้าเสรีมณฑลเสฉวน เนื่องจากมีท่าเรือสินค้าครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเสฉวน มีความโดดเด่นในด้านอุตสาหกรรมการผลิต เช่น อุตสาหกรรมการผลิตสุรา อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์การแพทย์ อุตสาหกรรมพลังงานใหม่และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น ส่งผลให้ภาครัฐตั้งเป้าผลักดันเมืองหลูโจวให้เป็นเมืองศูนย์กลางเมืองรองของมณฑลเสฉวน เพื่อส่งเสริมเมืองหลักอย่างนครเฉิงตู โดยในปี 2558 กระทรวงคมนาคมของจีนประกาศให้เมืองหลูโจว เป็น 1 ใน 16 เมืองตัวอย่างด้าน “การบริการขนส่งโลจิสติกส์แบบครบวงจรของจีน”  ด้วยศักยภาพที่สามารถรองรับการพัฒนาในระยะยาวได้ ระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา เมืองหลูโจวได้ปรับปรุงมาตรฐานการบริการให้ทัดเทียมกับระดับสากล และพัฒนาเครือข่ายการเชื่อมโยงโลจิสติกส์จากระบบราง ทางบก และทางอากาศ สู่การขนส่งทางน้ำ เพื่อความสะดวกและสมบูรณ์ด้านเครือข่ายการขนส่งโลจิสติกส์ภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการขนส่งโลจิสติกส์และศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้าแห่งจีนตะวันตก

เขตทดลองการค้าเสรีเสฉวนตอนใต้ (South Sichuan Port Area of China (Sichuan) Pilot Free Trade Zone) ตั้งอยู่ในเมืองหลูโจวบริเวณต้นสายของแม่น้ำแยงซี เป็นศูนย์กลางการให้บริการและการกระจายสินค้าไปยังเมืองอื่น ๆ ในมณฑลเสฉวน มณฑลยูนนาน มณฑลกุ้ยโจว และมหานครฉงชิ่ง และเป็นหนึ่งในสามเขตการค้าเสรีหลัก รวมถึงประตูสำคัญทางทิศใต้ของมณฑลเฉสวน เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2560 โดยเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา เขตแห่งนี้มีการปรับใช้กลยุทธ์ให้ได้มาตรฐานด้านการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์รวมการลงทุนและผู้ประกอบการจากทั่วโลก ภายในเขตการค้าเสรีดังกล่าว แบ่งการปฏิบัติงานออกเป็น 6 ส่วน ดังนี้
(1) ศูนย์กลางการขนส่งโลจิสติกส์ มุ่งเน้นการพัฒนาโลจิสติกส์ การจัดส่งสินค้าผ่านท่าเรือ สำรวจกลไกใหม่ ๆ เพื่อสร้างความร่วมมือกับเขตตามแนวชายฝั่งของแม่น้ำแยงซี
(2) ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการบริการที่ทันสมัย มุ่งเน้นพัฒนาด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล
(3) ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนการค้าภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ การบริการด้านการค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมการบริการแบบอิเล็กทรอนิกส์  และสำรวจกลไกในการให้บริการด้านการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
(4) ศูนย์รวมอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง มุ่งเน้นพัฒนาการผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ การรักษาและยาแผนปัจจุบัน  รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม
(5) ศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับภาษีการขนส่ง มุ่งเน้นพัฒนาร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน อุตสาหกรรมแปรรูป รวมถึงอุตสาหกรรมการนำเข้าและส่งออก
(6) การให้บริการการดำเนินการเกี่ยวกับภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ มีการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการชาวจีนและผู้ประกอบการต่างชาติ อาทิ แผนกติดต่อสอบถาม แผนกลงทะเบียนเพื่อดำเนินกิจการ แผนกให้บริการด้านการจดทะเบียนการค้า และการประมวลผลภาษีภายใน 1 ชั่วโมง ส่งเสริมการอำนวยความสะดวกด้านพิธีศุลกากร ให้บริการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางน้ำและทางบก เน้นรูปแบบการทำงานแบบ  “Single Window System” สำหรับนักลงทุนต่างชาติ  มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและอำนวยความสะดวกด้านบริการภาครัฐ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และเป็นการดึงดูดนักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศด้วย เขตการค้าเสรีแห่งนี้ใช้ประโยชน์จากการเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลเสฉวนและมีการบูรณาการระบบโลจิสติกส์แบบ “ราง (เสฉวน) + น้ำ (กว่างโจว)” เพื่อขนส่งสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสอดรับกับนโยบายเชื่อมโยงทางการค้าของเขตทดลองการค้าเสรีมณฑลเสฉวน และข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของรัฐบาลกลางจีน

สำหรับการให้บริการด้านการกระจายสินค้า เส้นทางการกระจายสินค้าหลักทั้ง 4 รูปแบบ  มีเป้าหมายและจุดเด่น ดังนี้
(1) เส้นทางอากาศ : มีแผนการเปิดท่าอากาศยานนานาชาติหยุนหลง ตั้งอยู่ในเมืองหลูโจว ถือเป็นสนามบินศูนย์กลางการขนส่งสินค้าของมณฑลเสฉวน มหานครฉงชิ่ง มณฑลยุนนาน และมณฑลกุ้ยโจว โดยจะเปิดให้บริการทั้งสิ้น 30 เส้นทางทั้งในและระหว่างประเทศ  รวมถึงประเทศตามนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” คาดว่า จำนวนผู้โดยสารจะสูงถึง 2,000,000 คนต่อปี
(2) เส้นทางทะเล : มีการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือหลูโจว ซึ่งเป็นท่าเรือขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลเสฉวนแห่งแรก เปิดเส้นทางขนส่งสินค้า หลูโจว – อู่ฮั่น – หนานจิง – เซี่ยงไฮ้  และเส้นทางขนส่งสินค้าเกาสง (ไต้หวัน) – ปูซาน (เกาหลีใต้) – โอซาก้า (ญี่ปุ่น)  ซึ่งเส้นทางการขนส่งสองสายนี้มีปริมาณการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์คิดเป็นร้อยละ 60 ของปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดในมณฑลเสฉวน และปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดที่ถูกขนส่งผ่านท่าเรือแห่งนี้ คิดเป็นร้อยละ 85 ของปริมาณการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดของมณฑลเสฉวน
ปี 2561 ท่าเรือหลูโจวมีปริมาณการนำเข้าธัญพืชกว่าหนึ่งแสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นท่าเรือที่นำเข้าธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลเสฉวน เนื่องมาจากมีความต้องการด้านธัญพืชเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการหมักสุราจำนวนมาก (ประมาณ 1.2 ล้านตัน) และความต้องการของผู้บริโภคภายในตลาดที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองต่อผู้บริโภค เมืองหลูโจวจึงมีการนำเข้าธัญพืชจำพวกข้าวฟ่างและถั่วชนิดต่าง ๆ จากออสเตรเลียและทวีปอเมริกาเหนือ โดยเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือในฮ่องกง ก่อนที่จะขนส่งมายังทางน้ำและระบบรางมายังเขตภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
(3) เส้นทางหลวง : เส้นทางเชื่อมระหว่างมณฑลเสฉวนตอนใต้และมณฑลกุ้ยโจว และเป็นทางเชื่อมต่อไปยังอ่าวเป่ยปู้ (广西北部湾港) ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง นอกจากนั้น ยังเป็นเส้นทางที่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงถึงวงแหวนเศรษฐกิจมหานครฉงชิ่ง ใช้เวลา 2 ชั่วโมงถึงวงแหวนเศรษฐกิจนครเฉิงตู และใช้เวลา 4 ชั่วโมงถึงเมืองกุ้ยหยางในมณฑลกุ้ยโจว
(4) เส้นทางราง : เส้นทางรางที่สำคัญคือ “เส้นทางขนส่งหลงฮวั๋ง (隆黄铁路)” มีเส้นทางการขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ  โดยกำลังก่อสร้างเส้นทางรางสู่มณฑลเสฉวนตอนใต้ คือ เส้นทางรถไฟความเร็วสูงหยูคุน ( มณฑลเสฉวน – มหานครฉงชิ่ง – มณฑลกุ้ยโจว – มณฑลยูนนาน) และเส้นทางรถไฟความเร็วสูงหรงอี้ (สถานีรถไฟเฉิงตู – สถานีรถไฟเมืองจุนอี้ในมณฑลกุ้ยโจว)
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 มีพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างเขตการค้าเสรีเสฉวนตอนใต้และเขตการค้าเสรีชิงไป่เจียง โดยทั้งสองฝ่ายจะใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าเฉิงตู – ยุโรป หรือ หรงโอว (蓉欧) และท่าเรือหลูโจว เพื่อเสริมสร้างระบบการจัดการการขนส่ง ให้การขนส่งข้ามพรมแดนมีความต่อเนื่องและหลายรูปแบบยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังตระหนักถึงการพัฒนาร่วมกันของทั้งสองเขต และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองเขตไปพร้อมกัน
 เป้าหมายในปี 2565 คาดว่าจะมีการเชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งเชื่อมต่อไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเน้นด้านการขยายเส้นทางการขนส่งทางทะเลให้หลากหลายยิ่งขึ้น  ดังนี้
(1) เส้นทางสายแม่น้ำแยงซี : เขตการค้าเสรีเสฉวนตอนใต้ – เขตการค้าเสรีฉงชิ่ง – เขตการค้าเสรีหูเป่ย – เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ – เขตการค้าเสรีเจ้อเจียง
(2) เส้นทางสายไหม (เส้นทางทะเล) : ขยายเส้นทางการขนส่งทางทะเลจาก เมืองหลูโจว –   ประเทศญี่ปุ่น  เมืองหลูโจว – ประเทศไทย และ เมืองหลูโจว – ประเทศมาเลเซีย
ขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เริ่มต้นจากการต้อนรับนักลงทุนให้เข้ามาอย่างอิสระมากขึ้นโดยช่วงครึ่งแรกของปี 2561 เขตทดลองการค้าเสรีมณฑลเสฉวนตอนใต้ มีการต้อนรับนักลงทุนเข้ามามากถึง 670 บริษัท เป็นผู้ประกอบรายใหญ่กว่า 100 บริษัท สร้างรายได้ทางธุรกิจมากถึง 38,500 ล้านหยวน โดยแบ่งเป็นมูลค่าทางอุตสาหกรรมการผลิต 25,500 ล้านหยวน และมีการลงนามกรอบความร่วมมือมากถึง 8 โครงการ มูลค่าการลงทุนสูงถึง 3,660 ล้านหยวน นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นที่จะบรรลุผลด้านการจดทะเบียนการค้าของสถานประกอบการ 1,000 แห่ง มูลค่ากว่า 1 แสนล้านหยวน มูลค่าการนำเข้าและส่งออกกว่า 4 หมื่นล้านหยวน ทำความร่วมมือกับเมืองและมณฑลต่าง ๆ ทั้งในจีน และต่างประเทศกว่า 100 แห่ง
นอกจากความโดดเด่นด้านการให้บริการทางการค้าและโลจิสติกส์ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางการค้าและเพื่อสนับสนุนให้เมืองหลูโจวเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้าของภูมิภาคทางใต้ของมณฑลเสฉวนแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการเกษตร โดยเน้นการพัฒนาการเกษตรรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นอีกแนวโน้มที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงภาคเกษตรของมณฑล การวางแผนและวางโซนนิ่งที่เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์และความต้องการของตลาด การใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการสร้างมูลค่าและการสร้างสรรค์นวัตกรรมการแปรรูปสินค้าการเกษตร   เขตเจียงหยางในเมืองหลูโจว ตั้งอยู่ในพื้นที่หลักด้านการผลิตสินค้าการเกษตรทางตอนใต้ของมณฑลเสฉวน โดยยึดอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมหลัก ด้วยสภาพทางนิเวศวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของเขตเจียงหยางสามารถมีผลิตผลได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ผลิตได้กว่า 40 ชนิด เช่น ผักโขม พริก มะเขือเทศ เชอรี่และสตรอเบอร์รี่ เป็นต้น มุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการปรับปรุงคุณภาพการเกษตร ส่งเสริมการสร้างแบรนด์ สร้างเขตสาธิตการเกษตรที่ทันสมัย โดยมี เขตสาธิตการเกษตรตงหยุ่นป้า (董允坝现代农业示范园区) ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ก่อตั้งบริษัท Luyang Modern Agricultural Development Co. , Ltd. เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาการลงทุน การเงิน การจัดสรรที่ดิน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การใช้ประโยชน์และการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ เขตสาธิตการเกษตรแห่งนี้เป็นแกนกลางสำคัญในการสร้างผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร  ภายใต้ชื่อ “เจียงจือ หยาง (江之阳)” อันเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งความเจริญรุ่งเรืองด้านอุตสาหกรรมการเกษตร การฟื้นฟูชนบท ส่งเสริมการดำเนินงานหลัก 3 ประการ ได้แก่ (1) การผลิตทางการเกษตร (2) ความเป็นอยู่ของชาวนา และ (3) ระบบนิเวศของชนบท และเนื่องจากทิวทัศน์ของชนบทที่สวยงาม ทำให้เขตสาธิตการเกษตรตงหยุ่นป้ากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

เขตสาธิตการเกษตรตงหยุ่นป้า (董允坝现代农业示范园区) เขตการเกษตรรูปแบบใหม่ มีอาณาเขตติดกับเส้นทางด่วนหลัก “อี๋ (เมืองอี๋ปิน) – หลู (เมืองหลูโจว) – หยู (มหานครฉงชิ่ง) (宜泸渝)” ผลักดันศูนย์วิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ซื้อขายสินค้าเกษตร ศูนย์ตรวจสอบและทดสอบสินค้าเกษตร ศูนย์อีคอมเมิร์ซ และระบบตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร  จัดสรรพื้นที่การเกษตรอย่างเป็นสัดส่วน  โดยแบ่งเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ วางระบบชลประทานที่เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาการเกษตร พื้นที่การเพาะปลูกทั่วไป พื้นที่ดูแลและควบคุมสิ่งแวดล้อม พื้นที่ในการวิจัยค้นคว้า และพื้นที่กิจกรรม เขตการเกษตรรูปแบบใหม่แห่งนี้มีข้อได้เปรียบคือ มีเขตพื้นที่ติดกับทางหลวง มีที่นามาตรฐานสูงและครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6 ล้านตารางเมตร และผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรภายใต้ยี่ห้อ เจียงจือหยาง (江之阳) สินค้าการเกษตรส่วนใหญ่ประกอบด้วย สินค้าออแกนิค สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีรสชาติยอดเยี่ยม สินค้าเกษตรที่สำคัญ อาทิ ถั่วเขียว ต้นหอม ผักบุ้ง มะเขือม่วง มะเขือเทศและฟักทอง เน้นการประสานงานแบบ “บริษัท + พื้นที่การเพาะปลูก + ร้านค้า + อินเทอร์เน็ต” เข้าด้วยกัน ใช้เว็บไซต์และโปรแกรมมือถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจัดจำหน่ายสินค้า ใช้ประโยชน์จากกระแสนิยมการใช้สมาร์ทโฟน และระบบ IoT ในปัจจุบัน มาเพิ่มความสามารถการจัดการด้านการเกษตร นำมาเป็นส่วนสนับสนุนการทำการเกษตรรูปแบบใหม่ เพื่อประสิทธิผลที่ดียิ่งขึ้น สื่อถึงการเติบโตของพื้นที่เมือง อันเนื่องมาจากความต้องการทางการเกษตรที่สดใหม่ตลอดปีเพิ่มขึ้น และปริมาณการผลิตมากขึ้น โดยปลดกุญแจจากวิถีเกษตรแบบเดิม และเน้นการขนส่งที่ประหยัดเวลาเพื่อคงความสดใหม่ของสินค้า สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นการส่งออกไปยังนอกพื้นที่ ทั้งนี้ ในปัจจุบันยังไม่มีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าการเกษตรกับต่างประเทศ

การเรียนรู้และแสวงหาโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและเมืองหลูโจว
เมืองหลูโจวมีเขตการค้าเสรีที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะด้านพิธีศุลกากร ให้บริการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทางน้ำและทางบก การบูรณาการระบบโลจิสติกส์ “ราง (เสฉวน) + น้ำ (กว่างโจว)” เพื่อกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยที่จะใช้ประโยชน์จากนโยบายระบบโลจิสติกส์ดังกล่าวเชื่อมต่อกับ “หรงโอวพลัส” และ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”  รวมทั้งเขตทดลองการค้าเสรีเสฉวนตอนใต้ ในการกระจายสินค้าไปทั่วจีน โดยเฉพาะมหานครฉงชิ่ง – มณฑลเสฉวน – มณฑลกุ้ยโจว – มณฑลยูนนาน และกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก อาทิ ยุโรป ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการดำเนินการและการกระจายสินค้าให้รวดเร็วและทั่วถึงขึ้น การเรียนรู้โอกาสด้านการเกษตรรูปแบบใหม่ ที่จัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน การนำระบบ IoT มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลที่ดียิ่งขึ้นและสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางการเกษตรที่สดใหม่ตลอดปีที่เพิ่มขึ้น

เมืองหลูโจวมีแหล่งขนส่งและกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั้งท่าเรือและสถานีรถไฟ รวมถึงเส้นทางหรงโอว+ ที่รวมท่าเรือของหลูโจวเข้าไปบนเส้นทางด้วย ทำให้สามารถอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งอย่างครบครัน และพร้อมจะสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ มีกฎด้านการนำเข้าและส่งออกที่เอื้อต่อผู้ประกอบการต่างชาติ และพร้อมรองรับการนำเข้าจากประเทศ “หนึ่งแถบ  หนึ่งเส้นทาง” เป็นอย่างยิ่ง โดยปัจจุบันมีสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ สินค้าธัญพืชและเครื่องสำอาง

บทส่งท้าย
จากข้อมูลข้างต้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนไทยทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับศักยภาพเมืองหลูโจว เมืองรองทางเศรษฐกิจของมณฑลเสฉวน ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับพื้นที่สาธิตอุตสาหกรรมปากแม่น้ำแยงซี และเป็นเมืองศูนย์กลางความร่วมมือการค้าที่สำคัญระหว่างมณฑลเสฉวน – มหานครฉงชิ่ง – มณฑลยูนนาน – มณฑลกุ้ยโจว  ให้บริการด้านระบบขนส่งที่ครบวงจรและระบบการให้บริการที่สะดวกต่อผู้ประกอบการชาวจีนและผู้ประกอบการต่างชาติ รูปแบบ Single Window System ของเขตทดลองการค้าเสรีเสฉวนตอนใต้ ถือเป็นแหล่งดึงดูดนักลงทุนทั้งชาวจีนและต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในเสฉวนเป็นจำนวนมากขึ้น ภาครัฐตั้งเป้าผลักดันเมืองหลูโจวขึ้นเป็นเมืองศูนย์กลางเมืองรองของมณฑลเสฉวน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเมืองหลักอย่างนครเฉิงตู โดยอาจนับได้ว่าเมืองหลูโจวเป็นอีกเมืองที่น่าจับตามองมากที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศจีนในอนาคต

แหล่งอ้างอิง  (ข้อมูล)

  1. http://www.luzhou.gov.cn/xw/zwyw/content_106470
  2. https://wen.lzep.cn/talk/175.html
  3. https://thaibizchina.com
  4. http://thaibizchina.com/เมืองหลูโจว-ติดโผ-16-เมือง

แหล่งอ้างอิง  (ภาพ)

  1. ภาพประกอบจากศูนย์ข้อมูลธุรกิจเพื่อไทยในจีน
  2. ภาพประกอบ https://www.meipian.cn/1aj3z1v2
  3. ภาพประกอบจาก เขตทดลองการค้าเสรีเสฉวนตอนใต้
  4. ภาพประกอบ 四川日报

รวบรวมข้อมูล/บทวิเคราะห์โดย
1.
นางสาวชญานุช หนูทอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลธุรกิจเพื่อไทยในจีน
2.
นางสาวจิรัชญา นามวงษ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลธุรกิจเพื่อไทยในจีน  
ภายใต้การกำกับดูแลของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู

Avatar

Chengdu_editor

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม