รู้จัก Walvax ผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 mRNA รายแรกของยูนนาน

หลังจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้อุบัติขึ้นและยืดเยื้อมาเกือบสองปีจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม วัคซีนกลายเป็นความหวังบนความเป็นความตายของประชาชนและความอยู่รอดทางเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA (Messenger Ribonucleic Acid) ที่เชื่อกันว่าจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ให้เกิดขึ้นและมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับการกลายพันธุ์ของไวรัส

ขณะนี้ ประเทศจีนซึ่งประชาชนฉีดวัคซีนเชื้อตาย (Inactivated vaccine) เกือบทั้งประเทศก็ยังมีท่าทีหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัคซีน mRNA มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังจากที่พบผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาในนครหนานจิง มณฑลเจียงซู เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าร้อนที่คึกคักที่สุดของจีน ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายมณฑล และภาครัฐต้องประกาศจำกัดการเคลื่อนไหวของประชาชนครั้งใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ จีนได้อนุมัติการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ให้กับวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ตัวแรกมาตั้งแต่ปี 2563 และจนถึงขณะนี้ได้อนุมัติไปแล้ว 4 ตัว ได้แก่

(1) วัคซีนที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลเซี่ยงไฮ้ตะวันออก (Shanghai East Hospital) บริษัท Shanghai Stemirna Therapeutics และบริษัท Tibet Rhodiola Pharmaceutical ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1

(2) วัคซีนของบริษัท Zhuhai Livanda Biotechnology ในเครือบริษัท AIM Vaccine ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1

(3) วัคซีนฟู่ปี้ไท่ (Fubitai) หรือ Comirnaty ของบริษัท Fosun Pharma ซึ่งได้รับสิทธิ์ในการผลิตวัคซีนและทำการตลาดให้กับ Pfizer-BioNTech ในจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน โดยทำการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 เสร็จสิ้นแล้ว

(4) วัคซีน ARCoVax (ARCoV) ที่พัฒนาโดยบริษัท Walvax Biotechnology ในมณฑลยูนนาน ร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์การทหาร (Academy of Military Medical Sciences: AMS) และบริษัท Suzhou Abogen Biosciences ซึ่งได้รับอนุมัติจากสำนักงานบริหารและกำกับดูแลเวชภัณฑ์แห่งชาติจีน (National Medical Products Administration: NMPA) ให้ทดลองทางคลินิกตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2563 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 และนับเป็นวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ตัวแรกที่พัฒนาโดยจีน

ARCoVax” วัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ที่พัฒนาโดยบริษัท Walvax Biotechnology

รู้จัก Walvax Biotech ผู้ผลิตวัคซีน Top10 ของจีน

บริษัท Walvax Biotech เป็นบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาและผลิตวัคซีน รวมถึงกลุ่มยาต้านสำหรับมนุษย์ ก่อตั้งเมื่อปี 2544 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นเมื่อปี 2553 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งชาตินครคุนหมิง มีศูนย์วิจัยที่นครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Zerun Biotechnology) และโรงงานผลิต 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานภายในเขตอุตสาหกรรมสุขภาพของเขตพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งชาติเมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน โรงงานภายในเขตพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งชาติเมืองไท่โจว มณฑลเจียงซู และโรงงานภายในเขตอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ต้าซิงในอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจงกวนชุน กรุงปักกิ่ง ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง

สำหรับผลงานที่โดดเด่นของ Walvax ได้แก่ การพัฒนาและผลิตวัคซีนที่สำคัญหลายชนิด เช่น วัคซีนโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ วัคซีนโรคกาฬหลังแอ่น วัคซีนโรคปอดอักเสบ และวัคซีนโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก จนขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตวัคซีนสำหรับมนุษย์ 10 อันดับแรกของจีน และยังติดอันดับอุตสาหกรรมยายอดเยี่ยม 100 อันดับแรกของจีนประจำปี 2563 อีกด้วย

ส่วนความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนของ Walvax ก็นับว่าไม่เป็นรองใคร โดยที่ผ่านมา บริษัทสามารถพัฒนาวัคซีนปอดอักเสบชนิด PCV13 (13-Valent Pneumococcal Conjugate Vaccine) ได้สำเร็จและนำออกสู่ตลาดเมื่อช่วงกลางปี 2563 ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตวัคซีนปอดอักเสบ PCV13 รายแรกของจีน และอันดับ 2 ของโลก ต่อจากบริษัท Wyeth Pharmaceuticals โดยมีบริษัท Pfizer เป็นผู้จัดจำหน่าย รวมทั้งยังเป็นบริษัทเดียวในโลกที่สามารถผลิตวัคซีนปอดอักเสบได้ทั้งชนิด PCV13 และ PPSV23 (23-Valent Pneumococcal Polysaccharide Vaccine)

นอกจากนี้ Walvax ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก 2 ชนิด ได้แก่ (1) วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ชนิด 2 สายพันธุ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตผลิต คาดว่าจะเริ่มผลิตและนำออกสู่ตลาดได้ในปี 2565 ซึ่งจะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ผลิตวัคซีน HPV ชนิด 2 สายพันธุ์ เป็นอันดับ 3 ของโลก และรายที่ 2 ของจีน ถัดจากบริษัท GSK (GlaxoSmithKline) และบริษัท Xiamen Innovax Biotech (2) วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกในช่วงสุดท้าย และหากพัฒนาสำเร็จจะกลายเป็นผู้ผลิตอันดับ 2 ของโลก ถัดจากบริษัท Merck

ในด้านการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 นอกเหนือจาก Walvax จะพัฒนาวัคซีนชนิด mRNA แล้ว บริษัทยังพัฒนาวัคซีนโควิด-19 อีก 2 ชนิด ได้แก่

(1) วัคซีนชนิดที่ทำจากโปรตีนของเชื้อ (Protein Subunit Vaccine) โดยบริษัท Zerun Biotech ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Walvax Biotech กำลังศึกษาวิจัยและอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ต่อเนื่องกับระยะที่ 2 และ

(2) วัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral Vector Vaccine) โดยร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิงหัว และมหาวิทยาลัยการแพทย์เทียนจินพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยใช้เชื้อไวรัสชิมแปนซีอะดีโนเป็นพาหะ (Chimpanzee Adenovirus Vector) เช่นเดียวกับวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า (AstraZeneca) โดยได้รับอนุมัติให้เริ่มทดลองทางคลินิกเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 Walvax ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานขนาดพื้นที่ 101 หมู่ (ประมาณ 42 ไร่) ภายในเขตอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ต้าซิงในอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจงกวนชุน กรุงปักกิ่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2564 โดยมีกำลังการผลิตวัคซีนชนิดที่ทำจากโปรตีนของเชื้อปีละ 200 ล้านโดส และวัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะปีละ 200 ล้านโดส ซึ่งจะกลายเป็นฐานการผลิตวัคซีนจากเชื้อไวรัสชิมแปนซีอะดีโนแห่งแรกในประเทศจีน

พัฒนาการวัคซีน mRNA ตัวแรกของจีน

วัคซีน ARCoV ได้เริ่มการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ที่โรงพยาบาลซู่หลาน เมืองหังโจว โดยมีกลุ่มอาสาสมัครจำนวน 168 คนเข้ารับการทดสอบ แบ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มีอายุ 18-59 ปี จำนวน 84 คน และกลุ่มที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 84 คน และเข้าสู่กระบวนการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ที่อำเภอเซียงเฝิน มณฑลซานซี

สำหรับการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 Walvax กำหนดแผนฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครจากทั่วโลกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 28,000 คน ในจำนวนนี้ กว่าหนึ่งในสี่เป็นอาสาสมัครที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งก่อนหน้านั้นตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 บริษัทได้เจรจาเพื่อทดลองวัคซีนดังกล่าวกับหลายประเทศ เช่น โคลอมเบีย เม็กซิโก ปากีสถาน อินเดีย และตุรกี โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 และความต้องการวัคซีน เพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง  ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2564 ประเทศเม็กซิโกได้อนุมัติให้นำเข้าวัคซีน ARCoV ไปทดลองฉีดให้กับอาสาสมัครประมาณ 6,000 คน ขณะที่การทดลองภายในจีนนั้น เมื่อปลายเดือนกรฎาคมที่ผ่านมา Walvax ได้เปิดรับอาสาสมัครจากมณฑลที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อำเภอหย่งฝูและเขตหลิ่วเจียงของเขตฯ กว่างซี รวมถึงอำเภอหยุนเสี้ยนของมณฑลยูนนาน เข้าร่วมการทดลองรับวัคซีน จำนวน 2,000 คน โดยจะดำเนินการฉีดวัคซีนจริงคู่ขนานกับวัคซีนหลอก (Placebo) แบ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่รับวัคซีนจริง 1,500 คน และกลุ่มอาสาสมัครที่รับวัคซีนหลอก 500 คน ทดลองฉีดจำนวน 2 เข็ม โดยเว้นระยะเวลา 28 วัน

ในภาพรวม นอกจากวัคซีน ARCoV ของ Walvax จะเป็นวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ตัวแรกของจีนที่เข้าสู่การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 วัคซีนชนิดนี้ยังมีจุดเด่นด้านการเก็บรักษาที่สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียสได้นานถึง 6 เดือน และเก็บในอุณหภูมิห้องได้นาน 1 สัปดาห์ ทำให้มีข้อได้เปรียบด้านการเก็บรักษาและการขนส่งที่เหนือกว่าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ของยี่ห้ออื่นเป็นอย่างมาก  ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2563 Walvax ได้ก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนชนิด mRNA ภายในนิคมอุตสาหกรรมวัคซีนของเขตพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งชาติเมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมปีนี้และมีกำลังการผลิตระยะแรก 120 ล้านโดสต่อปี

แม้การพัฒนาวัคซีน ARCoV ของ Walvax ดูเหมือนจะล่าช้ากว่าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ที่จีนพัฒนาร่วมกับต่างชาติ โดยเฉพาะวัคซีนฟู่ปี้ไท่ที่ได้รับสิทธิ์การผลิตและทำการตลาดจาก Pfizer-BioNTech โดยตรง แต่หาก Walvax สามารถพัฒนาวัคซีนดังกล่าวจนสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับระดับวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ของ Moderna และ Pfizer ได้สำเร็จ นอกจากจะช่วยให้จีนลดการพึ่งพาบริษัทต่างประเทศแล้ว ยังนับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมวัคซีน ตลอดจนเป็นการแสดงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนในระดับสากล แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ วัคซีน ARCoV จะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มาช่วยเสริมวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายที่จีนใช้อยู่ในขณะนี้ รวมถึงเป็น “วัคซีนบูสเตอร์” เพื่อต่อสู้กับวิกฤตไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ที่กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในขณะนี้

***********************************************

แหล่งข้อมูล

http://www.walvax.com/Column/1/2.aspx
https://kuaibao.qq.com/s/20200807A0VQEL00?refer=spider_push
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1699996251045361350&wfr=spider&for=pc
https://www.sohu.com/a/402119261_682259
https://new.qq.com/rain/a/20200628A0R46100
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1706356141063603693&wfr=spider&for=pc
http://news.cctv.com/2021/07/25/VIDEaI4Gdg2gBQbQw1INNnVE210725.shtml
https://www.sohu.com/a/439711912_565998
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1699377214492097862&wfr=spider&for=pc
https://www.163.com/dy/article/GFJKF3230534Q32Z.html
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1687481973705486568&wfr=spider&for=pc
https://www.sohu.com/a/440995734_237556
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1699559665569132916&wfr=spider&for=pc

Print