ประเมินท่องเที่ยวยูนนานไตรมาสแรก: ถอดรหัส “สภาวะปกติใหม่” อุตสาหกรรมท่องเที่ยว “จีน”

การท่องเที่ยวนับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของมณฑลยูนนานและมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยจากสถิติในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังมณฑลยูนนานกว่า 800 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้ให้แก่มณฑลรวม 1.1 ล้านล้านหยวน คิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ร้อยละ 22.7 และมีสัดส่วนในผลิตภัณฑ์มวลรวมในมณฑล (GDP) สูงถึงร้อยละ 47.5 ที่สำคัญ ปี 2562 ยังเป็นครั้งแรกที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของมณฑลยูนนานสามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้านล้านหยวน

ในสถานการณ์ปกติ วันหยุดยาวสำคัญในรอบปีของจีน ได้แก่ เทศกาลตรุษจีน วันแรงงาน และวันชาติจีนนับเป็น “ช่วงเวลาทอง” ของธุรกิจท่องเที่ยวในมณฑลยูนนาน อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้าสู่ภาวะวิกฤตตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้อุตสาหกรรมภาคบริการทั่วทั้งประเทศจีนหยุดชะงักโดยทันที ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในมณฑลยูนนานที่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้อันเนื่องมาจากการดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันโรคระบาดของรัฐบาลมณฑลยูนนาน โดยเฉพาะการดำเนินมาตรการปิดเมือง การห้ามบริษัทนำเที่ยวและผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวบนช่องทางออนไลน์จัดบริการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ รวมถึงการห้ามบริการสำรองบัตรโดยสารพร้อมที่พักเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2563

ดังนั้น มาตรการควบคุมและป้องกันโรคระบาดจึงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของมณฑลยูนนาน “เป็นศูนย์” ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ นอกจากนี้ ผลสำเร็จของการดำเนินมาตรการเหล่านี้ยังสัมพันธ์โดยตรงกับโอกาสการกลับมาดำเนินกิจกรรมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในมณฑลยูนนานอีกครั้ง

แคมเปญ “คนยูนนานเที่ยวยูนนาน” ปลุกชีพธุรกิจท่องเที่ยวหลังผ่อนคลายล็อกดาวน์

ภายหลังรัฐบาลมณฑลยูนนานประเมินว่าสถานการณ์โรคระบาดในมณฑลเริ่มคลี่คลายแล้ว เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลยูนนานจึงได้ออกประกาศ ที่ 15/2020 อนุญาตให้บริษัทนำเที่ยวและผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวบนช่องทางออนไลน์สามารถกลับมาประกอบธุรกิจท่องเที่ยว “ภายในมณฑล” ได้ โดยยังคงไม่อนุญาตให้จัดคณะท่องเที่ยวสำหรับประชาชนนอกมณฑล การจัดคณะท่องเที่ยวเดินทางไปต่างมณฑลและต่างประเทศ รวมทั้งยังไม่อนุญาตให้เปิดบริการสำรองบัตรโดยสารพร้อมที่พัก

ประกาศฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในมณฑลยูนนานภายหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโรคระบาดของรัฐบาลมณฑลยูนนาน โดยเป็นการเริ่ม “ปลดล็อก” ทีละขั้น ซึ่งการอนุญาตให้สามารถจัดคณะท่องเที่ยวเฉพาะภายในมณฑลก่อนนั้น เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการนำเข้าโรคระบาดจากต่างมณฑลและต่างประเทศ

การผ่อนคลายมาตรการตามประกาศข้างต้นได้รับการตอบสนองจากผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในมณฑลยูนนานโดยบริษัท SAL Tours สำนักงานนครคุนหมิง เป็นบริษัทแรกที่ได้จัดคณะท่องเที่ยวจำนวน 12 คนภายใต้แคมเปญ “คนยูนนานเที่ยวยูนนาน” ในเส้นทางระหว่างนครคุนหมิงกับเขตฯ สิบสองปันนา ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน และออกเดินทางเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563  ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแบบหมู่คณะเป็นกลุ่มแรกของมณฑลภายใต้สถานการณ์โรคระบาดนี้ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคระบาดอย่างเคร่งครัดตลอดการเดินทาง ได้แก่ การกำหนดให้นักท่องเที่ยวทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง การฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์และน้ำยาล้างมือ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และพนักงานขับรถเป็นระยะ การจัดทำบันทึกการเดินทางเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบย้อนกลับหลัง การดำเนินการฆ่าเชื้อบนรถนำเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก ตลอดจนการจัดอาหารให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นรายบุคคล

มัคคุเทศก์ว่างงานมุ่งพัฒนาทักษะอาชีพ

ปัจจุบันนครคุนหมิงมีมัคคุเทศก์ที่ขึ้นทะเบียนกับทางการประมาณ 11,000 ราย โดยจากการสำรวจข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดของมัคคุเทศก์โดยสมาคมมัคคุเทศก์นครคุนหมิง พบว่า จากการรวบรวมมัคคุเทศก์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,000 ราย ในด้านการประกอบอาชีพ มัคคุเทศก์กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 83 เป็นผู้ประกอบอาชีพนำเที่ยวในมณฑลยูนนาน ขณะที่อีกร้อยละ 17 เป็นผู้ประกอบอาชีพนำเที่ยวไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ พบว่า มัคคุเทศก์กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 51 ทำงานกับบริษัทนำเที่ยวบริษัทเดียว ขณะที่ร้อยละ 41 ทำงานให้กับบริษัทนำเที่ยวหลายบริษัท และอีกร้อยละ 8 เป็นผู้นำเที่ยวอิสระ

ในการสอบถามความคิดเห็นต่ออนาคตของการประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ การสำรวจดังกล่าวพบว่า มัคคุเทศก์กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ยังคงยืนยันที่จะประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ต่อไปแม้ขณะนี้จะยังไม่มีงาน ขณะที่ส่วนน้อยร้อยละ 5.5 ยืนยันที่จะประกอบอาชีพมัคคุเทศก์แต่ได้หันไปขายสินค้าออนไลน์เป็นอาชีพเสริม มีเพียงร้อยละ 6 ที่ได้ตัดสินใจวางแผนจะไปประกอบอาชีพอื่นหรือเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นแล้ว

แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลมณฑลยูนนานจะผ่อนปรนให้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวภายในมณฑลได้แล้ว แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังมีไม่มากก็ยังส่งผลให้มัคคุเทศก์ส่วนใหญ่ยังไม่มีงาน โดยมัคคุเทศก์กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 83 คาดการณ์ว่า รายได้ในปี 2563 ของตนจะลดลงเกินกว่าครึ่ง ขณะที่ร้อยละ 10 เห็นว่า รายได้ในปีนี้อาจลดลงร้อยละ 40-50 และอีกร้อยละ 8 เห็นว่า รายได้ในปีนี้จะลดลงไม่เกินร้อยละ 40 สำหรับด้านสวัสดิการ ผลสำรวจดังกล่าวพบว่า มัคคุเทศก์กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 49 ไม่ได้ประกันตนในระบบประกันสังคม ขณะที่ร้อยละ 44 เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ต้องสมทบเบี้ยประกันเอง มีเพียงร้อยละ 7 เท่านั้นที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมและนายจ้างเป็นผู้สมทบเบี้ยประกันให้

มัคคุเทศก์กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองแนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคตของมณฑลยูนนานว่า นอกจากการให้บริการจัดคณะท่องเที่ยวในรูปแบบดั้งเดิมแล้ว มัคคุเทศก์ส่วนใหญ่ต้องสามารถปรับบริการนำเที่ยวแบบดังกล่าวให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มได้อีกด้วย เช่น การจัดกำหนดการเฉพาะ การจัดช่วงเวลาสำหรับกำหนดการอิสระ การจัดการท่องเที่ยวที่เน้นการช้อปปิ้ง นอกจากนี้ มัคคุเทศก์ในอนาคตอาจต้องมีทักษะเพิ่มเติม เช่น การทำหน้าที่เป็นทั้งมัคคุเทศก์และพนักงานขับรถนำเที่ยว  ทั้งนี้ ในด้านรายได้ มัคคุเทศก์กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 45 เห็นว่าตนควรได้รับค่าจ้างมากกว่าวันละ 500 หยวน ร้อยละ 11 เห็นว่า ควรได้รับค่าจ้างวันละ 800 หยวน ร้อยละ 42 เห็นว่า ควรได้รับค่าจ้างวันละ 300-500 หยวน และอีกร้อยละ 2 เห็นว่า ควรได้รับค่าจ้างไม่เกินวันละ 300 หยวน

ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดเช่นในขณะนี้ มัคคุเทศก์ส่วนใหญ่คาดหวังที่จะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำช่องทางหางาน การติดตามค่าจ้างที่นายจ้างยังค้างชำระ การลดหรือยกเว้นการสมทบเบี้ยประกันสังคม การอบรมอาชีพเพิ่มเติม รวมถึงการสอบวัดระดับมัคคุเทศก์ขั้นกลางและขั้นสูง โดยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 สมาคมมัคคุเทศก์นครคุนหมิงได้จัดกิจกรรมอบรมความรู้ด้านการท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ให้แก่มัคคุเทศก์ที่สนใจผ่านช่องทางออนไลน์ โดยโครงการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์นี้จะยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อยกระดับทักษะทางวิชาชีพ ความกระตือรือร้น และความคิดสร้างสรรค์ของมัคคุเทศก์

ตัวเลขตรุษจีนเป็นศูนย์ วันแรงงานหดตัว

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 มณฑลยูนนานได้ประกาศให้แหล่งท่องเที่ยวภายในมณฑลจำนวน 16 แห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับ AAAA (4A) ที่ผ่านมา ยูนนานมีแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสูงสุด AAAAA (5A) ตามมาตรฐานจีนจำนวน 8 แห่ง ระดับ 4A จำนวน 75 แห่ง โดยประกาศเพิ่มรายการแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ดังกล่าวส่งผลให้ขณะนี้ ยูนนานมีแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A รวมทั้งสิ้น 91 แห่ง  ทั้งนี้ การดำเนินการข้างต้นนับเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในมณฑล โดยเป็นการเพิ่มและกระจายการรับรองแหล่งท่องเที่ยวทั่วทั้งมณฑลเพื่อส่งเสริมการพลิกฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด นอกจากนี้ ยูนนานยังประกาศลดราคาบัตรผ่านเข้าสถานที่ท่องเที่ยวทั้งระดับ 5A และระดับ 4A ทั่วมณฑลร้อยละ 50 เพื่อกระตุ้นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ในแต่ละปี ฤดูกาลท่องเที่ยวหลักในประเทศจีน ประกอบด้วย ช่วงปิดภาคเรียนฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ช่วงวันแรงงาน ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม และช่วงวันชาติจีนต้นเดือนตุลาคม แต่ในปีนี้เทศกาลตรุษจีนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดจนทำให้กิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดต้องหยุดชะงัก ขณะที่ในช่วงวันแรงงานระหว่างวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2563 แม้สถานการณ์โดยรวมจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจีนในภาพรวมก็ยังไม่สามารถฟื้นตัว โดยสำหรับมณฑลยูนนานนั้น มีนักท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าวรวม 9.96 ล้านคน ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 66.8 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังมณฑลยูนนานตลอดช่วงวันแรงงานปี 2562 และในด้านรายได้ มณฑลมีรายรับจากการท่องเที่ยวตลอดช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมารวม 7,858 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 68.6 ของจำนวนรายได้รวมปีก่อนหน้า

การสำรวจข้อมูลนักท่องเที่ยวช่วงวันแรงงานของมณฑลยูนนานยังทำให้เห็นแนวโน้มของรูปแบบการท่องเที่ยวแบบใหม่ กล่าวคือ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้หันมาเดินทางโดนรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น รวมทั้งยังนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในวันเดียว โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวในมณฑลยูนนานตามรูปแบบดังกล่าวในช่วงวันแรงงานที่ผ่านมามีจำนวนถึง 6.29 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดตลอดช่วงวันหยุดยาว 5 วันที่ผ่านมา

แนวโน้มเช่นนี้สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวจีนที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ในอนาคตที่ไม่แน่นอน ดังนั้น แม้ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวจะยังมีอยู่ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็เลือกปรับรูปแบบการเดินทางและวิธีการให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจ ต่อจากนี้จึงคาดการณ์ยากว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในมณฑลยูนนานและของประเทศจีนในภาพรวมจะสามารถกลับไปอยู่ในระดับก่อนสถานการณ์โรคระบาดได้หรือไม่

แนวโน้มการฟื้นตัวยังซึมยาว

หลังวันหยุดยาวช่วงวันแรงงานในต้นเดือนพฤษภาคม “โอกาสสุดท้าย” ในปีนี้ของธุรกิจท่องเที่ยวในมณฑลยูนนาน ได้แก่ วันชาติจีนในช่วงต้นเดือนตุลาคม เนื่องจากในปีนี้อาจจะไม่มีการปิดภาคเรียนฤดูร้อนหรือมีการปิดภาคเรียนเพียงระยะสั้นอันเป็นผลมาจากการเลื่อนการเปิดภาคเรียนจากช่วงต้นเดือนมีนาคมมาเป็นช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม

อย่างไรก็ดี จากการประมวลความเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในมณฑลยูนนานส่วนใหญ่พบว่า โอกาสที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในมณฑลจะสามารถฟื้นตัวได้ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มีน้อยมาก โดยบริษัท Yunnan Tourism ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวรายใหญ่ของยูนนานเห็นว่า แม้ขณะนี้จะมีปัจจัยบวกจากการควบคุมโรคระบาดภายในจีนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากก็กลับมาเปิดอีกครั้งพร้อมกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด แต่ยังไม่มีแนวโน้มที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับไปสู่ระดับก่อนสถานการณ์โรคระบาดได้ภายในระยะเวลาอันใกล้ โดยคาดว่า รายได้และกำไรในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทน่าจะลดลงอย่างมาก โดยอาจขาดทุนสูงถึง 46-63 ล้านหยวน เปรียบเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 ที่บริษัทมีกำไร 34.43 ล้านหยวน สำหรับไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้ 216 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 51.22 ส่งผลให้ขาดทุนสะสมแล้ว 27.16 ล้านหยวน ขณะที่ในช่วงเดียวกันนี้ของปีก่อนบริษัทมีกำไร 1.78 ล้านหยวน ทำให้เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้ รายได้ของบริษัทมีอัตราหดตัวสูงถึงร้อยละ 1,622.34

ในภาพรวม แม้หลายภาคส่วนจะคาดหวังให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวเร็วที่สุด แต่รัฐบาลมณฑลยูนนานยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมและป้องกันโรคระบาดเป็นลำดับต้น โดยกำหนดให้แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งในมณฑลยูนนานต้องปฏิบัติตามประกาศของสมาคมแหล่งท่องเที่ยวมณฑลยูนนาน ฉบับวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่อง “แนวทางการดำเนินงานเพื่อเปิดให้บริการแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นระเบียบในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19” ซึ่งอนุญาตให้แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของความจุสูงสุด โดยเฉพาะช่วงวันหยุดแรงงานที่ผ่านมาได้มีข้อกำหนดเพิ่มเติมให้แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของความจุสูงสุดเท่านั้น รวมทั้งยังกำหนดให้นักท่องเทียวที่ประสงค์จะเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือสำรองบัตรผ่านในช่องทางออนไลน์เท่านั้น เพื่อลดความแออัดอันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านโรคระบาด ดังนั้น ตราบใดที่ยังมีการบังคับใช้มาตรการควบคุมและป้องกันโรคไม่ว่าในความเข้มข้นระดับใด ก็ยังเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยูนนาน

สู่ “สภาวะปกติใหม่” ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว “จีน”

“สภาวะปกติใหม่” (new normal) เป็นนิยามและชุดคำอธิบายที่นักวิเคราะห์จำนวนมากเลือกใช้เพื่อคาดการณ์สภาวะและบริบทของโลกภายหลังสิ้นสุดการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งหลายฝ่ายเห็นว่า จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในทุกภาคส่วนของสังคมที่จะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนทั่วโลกไม่มีทางกลับไปสู่รูปแบบที่เคยเป็นมาได้อีกต่อไป ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาอีกนัยหนึ่ง ก็อาจกล่าวได้ว่าสภาวะปกติใหม่ที่จะเกิดขึ้นก็คือสภาวะไม่ปกติที่กำลังดำรงอยู่ในโลกขณะนี้ ดังนั้น การรับมือกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่สภาวะปกติใหม่จึงจำเป็นต้องอาศัยการทำความเข้าใจและคาดการณ์ทิศทางที่เรื่องนั้น ๆ กำลังคลี่คลาย เพื่อให้สามารถสร้างความยืดหยุ่นและปรับตัวได้อย่างยั่งยืน

กล่าวสำหรับประเทศจีนนั้น สภาวะปกติใหม่ไม่ใช่แนวความคิดใหม่แต่อย่างใด หากแต่เป็นหนึ่งในแนวคิดหลักที่ประธานสี จิ้นผิง เลือกนำมากำหนดการปฏิรูปเศรษฐกิจจีนตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนสมัยแรกในปี 2555 โดยพิจารณาจากสภาวะเศรษฐกิจจีนในขณะนั้นที่ชะลอตัวและมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถคงอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในระดับตัวเลขสองหลักได้อีกต่อไป แนวคิดสภาวะปกติใหม่ของเศรษฐกิจจีน (中国经济新常态/ “จงกั๋วจิงจี้ซินฉางไท่”) จึงได้รับเลือกมาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างระบบเศรษฐกิจจีนไปสู่การพึ่งพาภาคบริการ การบริโภคภายในประเทศ และนวัตกรรมเป็นหลัก จากที่เคยดำรงสถานะ “โรงงานของโลก” และพึ่งพาการส่งออกมาเกือบสามทศวรรษ

นอกจากแนวคิดดังกล่าวจะนำไปสู่การออกนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจขนานใหญ่ของรัฐบาลจีนแล้ว ยังนำไปสู่การบ่มเพาะตลาดภายในประเทศของจีนให้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในขณะนี้ ลักษณะดังกล่าวเป็นผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนพึ่งพานักท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังมณฑลยูนนานจำนวน 66.3 ล้านคน เป็นชาวจีนถึง 66 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 99.5 จึงอาจกล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยูนนานสามารถปรับตัวและมีภูมิคุ้มกันต่อสภาวะปกติใหม่ของเศรษฐกิจจีนที่เปลี่ยนมาพึ่งพาการบริโภคในประเทศเป็นหลักได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว การเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนในขณะนี้จึงนับเป็นปัจจัยเสริมระยะสั้นที่กระตุ้นให้ธุรกิจท่องเที่ยวในยูนนานต้องปรับตัวตามสถานการณ์ โดยในระยะยาวเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ อาจพิจารณาได้ว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของยูนนานและของจีนจะไม่ได้รับแรงกดดันให้ต้องปรับตัวมากนักเนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับภาวะวิกฤตได้ในระดับหนึ่ง

ในทางกลับกัน อาจวิเคราะห์ได้ว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศอื่นที่มีสัดส่วนพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างสูงจะได้รับแรงกดดันให้ต้องปรับตัวเปลี่ยนผ่านไปสู่สภาวะปกติใหม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากแนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยวและสถานะทางเศรษฐกิจของผู้บริโภคชาวจีนส่วนใหญ่ที่จะมีแนวโน้มสอดรับกับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ความท้าทายของสภาวะปกติใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงเกิดขึ้นกับตลาดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาว “จีน” มากกว่าตลาดภายในประเทศ “จีน”

***********************************************

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม