นโยบาย Fintech 2025 ของฮ่องกง

ที่มาของภาพ : shorturl.at/botQ0

อย่างที่ทราบกันดีว่าฮ่องกงเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก เป็นเมืองแห่งธุรกิจและการบ่มเพาะของสตาร์ทอัพที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีนและของโลก ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนในฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ ๕ ปี ฉบับที่ ๑๔ ของรัฐบาลกลางสาธารณรัฐประชาชนจีน สนับสนุนให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของประเทศ เนื่องด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพและความสำเร็จของฮ่องกงในการพัฒนาระบบนิเวศทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร พร้อมทั้งสนับสนุน ความร่วมมือระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกับเมืองเซินเจิ้น ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก

ในฐานะศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญระดับโลกและความพร้อมในด้านระบบนิเวศทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี ฮ่องกงจึงมีการเติบโตของเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ ฟินเทค (Fintech) ที่น่าจับตามองแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียโดยในปี ๒๕๖๐ ฮ่องกงมีบริษัทสตาร์ทอัพทั้งหมด ๒,๒๐๐ แห่ง โดยเป็นบริษัทฟินเทค ๑๘๐ แห่ง ต่อมาในปี ๒๕๖๒ จำนวนบริษัทสตาร์ทอัพฮ่องกงทะยานสูงขึ้นเป็น ๓,๗๐๐ แห่ง ภายในระยะเวลา ๒ ปี โดยเป็นบริษัทฟินเทคถึงกว่า ๖๐๐ แห่ง ซึ่งสามารถเติบโตเป็นบริษัทยูนิคอร์นถึง ๓ แห่ง ได้แก่ บริษัท Airwallex (บริการชำระเงินข้ามพรมแดน) บริษัท TNG (แพลตฟอร์มกระเป๋าเงินออนไลน์) และบริษัท WeLab (บริการการเงินออนไลน์) นอกจากนี้ ฮ่องกงยังเป็นเมืองที่ผู้บริโภคยอมรับฟินเทคสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยมีจำนวนสูงถึง ร้อยละ ๖๗ ของประชากร มากกว่าในฝรั่งเศส สหรัฐฯ และญี่ปุ่น และล่าสุดจากรายงานดัชนีศูนย์การเงินระดับโลก (Global Financial Service Index) ของสถาบัน Z/Yen Group บริษัทที่ปรึกษาทางพาณิชย์ในกรุงลอนดอน ร่วมกับสถาบัน China Development Institute เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๔ จัดให้ฮ่องกงครองอันดับ ๓ จากการจัดอันดับศูนย์กลางทางการเงินกว่า ๑๑๖ แห่งทั่วโลก ซึ่งปรับขึ้นจากเดิมที่อันดับ ๔ จากรายงานฯ ครั้งก่อนยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าอนาคตของธุรกิจฟินเทคในฮ่องกงสดใสมากเพียงใด

นโยบาย Fintech 2025

เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ ธนาคารกลางฮ่องกง หรือ Hong Kong Monetary Authority (HKMA) ได้ประกาศนโยบาย “Fintech 2025” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการขับเคลื่อนการพัฒนาฟินเทคของฮ่องกง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ภาคการเงินในฮ่องกงนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างครอบคลุมภายในปี ๒๕๖๘ รวมทั้งส่งเสริมให้การบริการทางการเงินของฮ่องกงมีความถูกต้อง ยุติธรรม และมีประสิทธิภาพ โดยนโยบาย “Fintech 2025” ประกอบด้วยกลยุทธ์สำคัญ ๕ ประการ ดังนี้

๑. การส่งเสริมให้ธนาคารทุกแห่งใช้ฟินเทค

จากความสำเร็จของนโยบาย “Smart Banking” เมื่อปี ๒๕๖๐ HKMA ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้ธนาคาร ทุกแห่งในฮ่องกงนำฟินเทคมาใช้ในการให้บริการอย่างรอบด้านอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนให้ปรับการดำเนินงานให้เป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดย HKMA จะช่วยประเมินผลและแผนการดำเนินงาน และจะออกประกาศแนวทางที่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ฟินเทคของธนาคาร เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้ฟินเทคอย่างมีประสิทธิภาพ

๒. การเตรียมความพร้อมเรื่องสกุลเงินดิจิทัล

HKMA จะส่งเสริมการวิจัยเพื่อศึกษาและเตรียมความพร้อมในการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารฮ่องกง (Central Bank Digital Currencies – CBDCs) โดยต่อยอดจากความร่วมมือในการวิจัยร่วมกับ Bank for International Settlements (BIS) และ Innovation Hub Hong Kong Centre นอกจากนี้ HKMA จะริเริ่มการศึกษาความเป็นไปได้ ประโยชน์ และความเสี่ยงของการออกสกุลเงิน e-HKD และจะร่วมมือกับธนาคาร People’s Bank of China ของจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อทดสอบการทดลองใช้สกุลเงิน e-CNY ในฮ่องกงเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดน

๓. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูลให้ทันสมัย

HKMA จะปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูล (data infrastructure) ของฮ่องกงเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาระบบการธนาคารของฮ่องกงให้ก้าวสู่โลกอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพาณิชย์ หรือ “Commercial Data Interchange (CDI)” ที่ช่วยสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินของ SMEs ในฮ่องกง การสร้างอัตลักษณ์ขององค์กรในรูปแบบดิจิทัล (digital corporate identity) และแพลตฟอร์ม DLT-based credit data sharing เพื่ออำนวยความสะดวกการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน บนพื้นฐานของความสมัครใจ

๔. การเพิ่มจำนวนบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจฟินเทค

HKMA จะร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจฟินเทคในฮ่องกง ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้านฟินเทค ตลอดจนส่งเสริมโครงการความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมและภาควิชาการ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานในโครงการฟินเทคของธนาคารเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี

๕. การเสริมสร้างระบบนิเวศด้านฟินเทค

HKMA และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับฟินเทคได้ร่วมจัดตั้งกลุ่มประสานงานระหว่างหน่วยงาน (Fintech Cross-Agency Co-ordination Group) เพื่อร่วมกำหนดนโยบายในการสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศ  ด้านฟินเทคของฮ่องกงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ HKMA จะส่งเสริมโครงการ Fintech Supervisor Sandbox และร่วมกับ Innovation and Technology Commission จัดสรรเงินทุนเพื่อสนับสนุนผลงานวิจัยด้านฟินเทคที่มีศักยภาพ

เมื่อช่วงปลายปี ๒๕๖๔ HKMA ประกาศเปิดตัวโครงการ Fintech Supervisor Sandbox 3.0 ซึ่งมีเงินสนับสนุนสูงสุด ๑ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว ๔ ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพในฮ่องกงในการเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมฟินเทคใหม่ ๆ ต่อไป โดยคุณสมบัติ คือ ต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนบริษัทภายใต้กฎหมายฮ่องกง และผ่านการเข้าร่วมการประเมินศักยภาพของบริษัทในโครงการ Public Sector Trail scheme (PSTS)

ความหลากหลายของบริษัทฟินเทคในฮ่องกง

บริษัทฟินเทคในฮ่องกงให้บริการในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ธนาคารเสมือนจริง เทคโนโลยีประกันภัย การจัดการสินทรัพย์ Robo-Advisory Blockchain Big Data การซื้อขายแบบดิจิทัล การชำระเงินและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยในปี ๒๕๖๔ บริษัทฟินเทคในฮ่องกง แบ่งออกเป็น ประเภท WealthTech ร้อยละ ๑๙ ประเภทการชำระเงินและการโอนเงิน ร้อยละ ๑๓ ประเภท Fintech Enterprise Solutions ร้อยละ ๑๒ ประเภทสินทรัพย์ดิจิทัล ร้อยละ ๑๐ ประเภท InsurTech ร้อยละ ๘ และประเภท Blockchain ร้อยละ ๘

บริษัทฟินเทคในฮ่องกงได้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งที่ใกล้ชิดกับสถาบันการเงินระดับโลกที่มีสำนักงานในฮ่องกงกว่า ๗๘ แห่ง

ระบบนิเวศด้านฟินเทคที่เฟื่องฟูมากที่สุดในเอเชีย

๑. Cyberport เป็นหน่วยงานที่มีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของฮ่องกง และเป็นศูนย์บ่มเพาะและพัฒนาระบบนิเวศสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ  รวมถึงฟินเทคระดับแนวหน้าของเอเชีย โดย Cyberport ดึงดูดผู้มีทักษะ หน่วยงานพันธมิตร และบริษัทระดับโลกเข้ามายังฮ่องกงเพื่อร่วมมือและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ปัจจุบัน Cyberport เป็นที่ตั้งของบริษัทด้านเทคโนโลยีกว่า ๑,๕๐๐ บริษัท อาทิ Microsoft, Lenovo และ IBM และมีบริษัทฟินเทคกว่า ๓๘๐ บริษัท

๒. อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง หรือ Hong Kong Science and Technology Park Corporation ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการบริการเสริมอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือบริษัทสตาร์ทอัพในการเริ่มต้นธุรกิจ ทดลองตลาดและขยายธุรกิจ นอกจากนี้ HKSTP ยังให้การสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในธุรกิจ เช่น AI, Blockchain และการซื้อขายและการชำระเงินทางดิจิทัล โดย HKSTP ยังได้ร่วมมือกับ HKMA ในการพัฒนา OPEN API หรือซอฟแวร์ที่ให้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ สามารถเชื่อมงานกันได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงกับบริษัทที่ถือข้อมูลมาก่อน ซึ่งการพัฒนาซอฟแวร์นี้ก็เพื่อให้บริการที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฟินเทคในฮ่องกง

นาย Eddie Yau ประธานธนาคารกลางฮ่องกงกล่าวว่า ฟินเทคจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของภาคการเงินในยุคหลังโควิด-๑๙ และปัจจุบันเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ฮ่องกงจะเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้านฟินเทคเพื่อคว้าโอกาสดังกล่าว ด้วยนโยบาย “Fintech 2025”

 

 

 แหล่งที่มาของข้อมูล

https://www.hongkong-fintech.hk/en/insights/news/news-2021/fact-sheet-hong-kong-fintech-landscape/index.html

https://www.hkma.gov.hk/eng/news-and-media/press-releases/2021/06/20210608-4/#

https://www.news.gov.hk/eng/2021/11/20211104/20211104_161538_408.html

https://www.news.gov.hk/eng/2021/09/20210924/20210924_172327_852.html#:~:text=Hong%20Kong%20ranked%20third%20in,China%20Development%20Institute%20from%20Shenzhen.

 

Paewsawang Therdkhwan

Paewsawang Therdkhwan

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เกาะฮ่องกง

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม