จับสัญญาณเศรษฐกิจ กวางตุ้งมุ่ง ‘พลังการผลิตใหม่’ ไห่หนานนับถอยหลัง ‘ปิดด่านศุลกากร’
23 Dec 2025ภายหลังการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ได้สิ้นสุดลงนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้เดินทางเยือน มณฑลกวางตุ้งและมณฑลไห่หนาน ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของทั้งสองมณฑลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับถัดไป ที่จะประกาศใช้ภายหลังการประชุมสภาในช่วงต้นปี 2569 โดยมณฑลกวางตุ้งในฐานะที่เป็นมณฑลที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในจีน กำลังอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญจากการเป็น ‘โรงงานของโลก’ ผลิตสินค้าราคาถูก ไปเป็น ‘พลังการผลิตใหม่’ (new productive forces) ที่ผลิตสินค้ามูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขณะที่ มณฑลไห่หนานกำลังจะเปิดประตูที่กว้างที่สุดของจีน เพื่อเป็นพื้นที่รองรับการค้าการลงทุนของจีนยุคใหม่
วันนี้ ศูนย์ BIC ประจำสถานกงสุลุใหญ่ ณ นครกว่างโจวจะพาผู้อ่านไปดูว่า ในช่วงโค้งเกือบสุดท้ายของปี 2568 มณฑลกวางตุ้งและมณฑลไห่หนานมีพัฒนาการอย่างไร

มณฑลกวางตุ้ง มุ่งสู่การเป็นหัวหอกของพลังการผลิตใหม่
สถานการณ์เศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้ง ในช่วงเดือนมกราคม – ตุลาคม 2568 ยังคงแสดงเติบโตได้ดี ถึงแม้ว่าตัวเลขอาจจะไม่หวือหวา แต่อัตราการเติบโตบ่งชี้ถึงการอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้งมากว่า 3 ทศวรรษ มูลค่าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของมณฑลกวางตุ้ง ยังคงเติบโตที่ร้อยละ 3.5 โดยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะยานยนต์พลังงานใหม่ (ขยายตัวร้อยละ15.8) และอากาศยานไร้คนขับ (ขยายตัวร้อยละ 72.1) ซึ่งสะท้อนบทบาทการเป็นศูนย์กลาง ‘พลังการผลิตใหม่’ (New Productive Forces) ของจีนได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม มณฑลกวางตุ้งยังมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรยังคง ลดลงร้อยละ 15.2 ในจำนวนดังกล่าวการลงทุนใน ภาคอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ลดลงถึงร้อยละ 20.7 ซึ่งสะท้อนปัญหาของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงยืดเยื้อและฉุดรั้งเศรษฐกิจของมณฑลกวางตุ้ง ขณะที่ การเติบโตของการค้าระหว่างประเทศ ขยายตัวร้อยละ 3.7 ซึ่งสัดส่วนสำคัญมาจากการนำเข้าที่ยังคงขยายตัวสูง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5) ขณะที่ การส่งออก (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7) สะท้อนภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
นอกจากความท้าทายจากภาคการลงทุน ภาคการบริโภคยังคงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งยังพยายามแก้ ในช่วงที่ผ่านมา มณฑลกวางตุ้งได้ออกนโยบายกระตุ้นการบริโภคจำนวนมาก ทั้งการจัดสรรงบประมาณกว่า 3,500 ล้านหยวนเพื่อออกคูปองซื้อสินค้า การมอบเงินอุดหนุนแก่ผู้ที่ปรับปรุงที่อยู่อาศัย และแก้ไขกฎระเบียบ เพื่อให้อาคารว่างเปล่าในเมืองเซินเจิ้นสามารถปรับเป็นอาคารเพื่ออยู่อาศัยได้
มณฑลกวางตุ้งยังทุ่มเททรัพยากรให้กับการพัฒนาภาคเทคโนโลยีขั้นสูง(Deep Tech) โดยในช่วงที่ผ่านมา วิสาหกิจด้านเทคโนโลยีในมณฑลกวางตุ้งต่างมีพัฒนาการความก้าวหน้าของโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการการผ่าตัดทางไกลผ่านสัญญาณ 5G ของโรงพยาบาลในนครกว่างโจว การใช้งาน Robotaxi การผลิตรถยนต์บินได้ ของ XPENG และการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับภาคอุตสาหกรรมของ UBTECH นอกจากนี้ ยังมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ที่สำคัญ คือ ความสำเร็จของโครงการตรวจจับนิวตริโน JUNO ที่เมืองเจียงเหมิน ซึ่งมีความแม่นยำในการตรวจจับที่สุดในโลก
มณฑลไห่หนาน พื้นที่เปิดกว้างระดับสูงสุดของจีน
ภาพรวมเศรษฐกิจของมณฑลไห่หนานยังคงทรงตัว โดยภาคการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรลดลงร้อยละ 11.6
ภาคอสังหาริมทรัพย์ลดลงร้อยละ 18 และการค้าระหว่างประเทศ ลดลงร้อยละ 7.7 ขณะที่ การบริโภคสินค้าปลีก
เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 ทั้งนี้ รัฐบาลกลางจีนมองว่า นโยบายท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan FTP) จะกลายเป็นผู้เปลี่ยนเกม (game changer) ของมณฑลไห่หนาน โดยจะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของมณฑลไห่หนานให้เติบโต และสามารถกลายเป็นจุดเติบโตใหม่ของจีนได้ในอนาคต นอกจากนี้ การเยือนของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ภายหลังการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการ กลางพรรคคอมมิวนิสต์ ชุดที่ 20 ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า มณฑลไห่หนานจะเป็นมรดกตกทอดทางการเมืองที่สำคัญ (political legacy) ของการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนยุคใหม่
นอกจากนี้ มณฑลไห่หนานยังถูกวางบทบาทให้เป็นประตูสำคัญในการนำนวัตกรรมทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ระดับโลกในการเข้าสู่ตลาดจีน ผ่านเขตนำร่องการท่องเที่ยวการแพทย์นานาชาติโป๋อ่าวเล่อเฉิง (Boao Lecheng International Medical Tourism Pilot Zone) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองเชิงนโยบายสำหรับยา เครื่องมือแพทย์ และเทคโนโลยีสุขภาพที่ยังไม่ได้รับอนุญาตใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ ให้สามารถนำเข้าไปยังเขตฯ โป๋อ่าวเล่อเฉิงได้ ปัจจุบัน เขตฯ โป๋อ่าวเล่อเฉิงนำเข้ายาและเวชภัณฑ์แล้วกว่า 523 รายการ ซึ่งเป็นการนำเข้าและใช้ในจีนครั้งแรก โดยมีกระบวนการอนุมัติยาและเวชภัณฑ์ใหม่ที่รวดเร็วโดยใช้เวลาเฉลี่ย เพียง 1.6 วัน นอกจากนี้ เขตฯ โป๋อ่าวเล่อเฉิง
ยังได้ขยายความร่วมมือกับบริษัทเวชภัณฑ์และเทคโนโลยีสุขภาพกว่า 180 บริษัทจาก 20 ประเทศทั่วโลก สะท้อนบทบาทของไห่หนานในฐานะพื้นที่เปิดกว้างด้านนวัตกรรมการแพทย์ของจีน และอาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับไทยในการเข้ามามีส่วนร่วมด้านการวิจัยและพัฒนายาและเวชภัณฑ์ใหม่ เพื่อสร้างความร่วมด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ในตลาดจีนต่อไป
สรศักดิ์ บุญรอด และ นภสร พรพิมาน เขียน
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว
11 ธันวาคม 2568
