กว่างซีจับแก๊งชาวจีนลักลอบนำเข้าทุเรียนไทยอีกแล้ว มูลค่าคดี 660 ล้านหยวน

ไฮไลท์

  • สื่อท้องถิ่นในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงได้ตีแผ่ข่าวการจับกุมทุเรียนไทยที่ลักลอบนำเข้าแบบผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ปิดคดีใหญ่เกี่ยวกับขบวนการชาวจีนที่ลักลอบนำเข้าทุเรียนไทย รวมน้ำหนัก 16,500 ตัน คิดเป็นมูลค่าคดี 660 ล้านหยวน
  • การทำสัญญาและเอกสารซื้อขายปลอม รวมทั้งการดำเนินพิธีการศุลกากรนำเข้าโดยสำแดงราคาต่ำเกินความเป็นจริงเพื่อหลบเลี่ยงภาษี เป็นความผิดฐานลักลอบนำเข้าแบบผิดกฎหมาย ผลการสืบสวนคดีดังกล่าว สรุปได้ว่ามีการหลบเลี่ยงหนีภาษีมูลค่าราว 18 ล้านหยวน
  • ผู้ส่งออกผลไม้ไทยต้องเลือกและตรวจสอบคู่ค้าฝ่ายจีนที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งศึกษารายละเอียดและปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งออกผลไม้ไทยไปจีนอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ รวมถึงเรื่องการขอและออกใบรับรองสุขอนามัย และข้อกำหนดเฉพาะสำหรับผลไม้บางชนิด

 

ที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นได้นำเสนอข่าวการจับกุมทุเรียนไทยที่ลักลอบนำเข้าแบบผิดกฎหมายในพื้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2563 จนถึงล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายได้ปิดคดีใหญ่เกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าผลไม้แบบผิดกฎหมาย คิดเป็นมูลค่าคดี 660 ล้านหยวน

            ย้อนรอยคดีจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าผลไม้แบบผิดกฎหมายในเขตฯ กว่างซีจ้วง

  • เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสุยโข่ว (Shuikou Border Gate/水口口岸) ในเมืองชายแดนฉงจั่ว ได้จับกุมและสั่งทำลายทุเรียนที่นำเข้าแบบผิดกฎหมายมาแล้ว 18.88 ตัน รวมมูลค่าสินค้า 3 แสนหยวน
  • เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2563 เกิดเหตุเรือลักลอบบรรทุกทุเรียนล่มลงบริเวณพื้นที่น่านน้ำหาดว่านเหว่ยจินทานในอำเภอระดับเมืองตงซิงในเมืองฝางเฉิงก่าง โดยไม่ทราบแหล่งที่มาของทุเรียน
  • เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสุยโข่ว ได้บุกทลายจุดลักลอบนำเข้าทุเรียนแบบผิดกฎหมาย จับกุมรถบรรทุก 9 คัน และผู้กระทำผิด 5 คน โดยทุเรียนล็อตดังกล่าวไม่ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพและกักกันโรคพืช ไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) จากประเทศต้นทาง ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน โดยทุเรียนทั้งหมดถูกส่งไปทำลายด้วยการบดและการกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชด้วยความร้อนสูงเพื่อทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 ภายใต้คำสั่งการจากฝ่ายสืบสวนและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายของสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) สำนักงานศุลกากรหนานหนิง (กำกับดูแลเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) ร่วมกับสำนักงานศุลกากรหวงผู่ (มณฑลกวางตุ้ง) ได้บุกจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าผลไม้ชาวจีน 3 กลุ่ม ได้ตัวผู้ต้องสงสัย 8 ราย ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับคดีลักลอบนำเข้าทุเรียนไทยแบบผิดฎหมาย

ผลการสืบสวน พบว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ถึงปัจจุบัน ขบวนการดังกล่าวใช้วิธีการสำแดงราคาต่ำในการลักลอบนำเข้าทุเรียนไทยรวม 16,500 ตัน มูลค่า 660 ล้านหยวน คิดเป็นมูลค่าการหนีภาษีราว 18 ล้านหยวน และเจ้าหน้าที่ได้สั่งอายัดเงินในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีแล้ว 12.64 ล้านหยวน

ตามรายงาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายของสำนักงานศุลกากรใน 2 มณฑล ได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบจับกุมผู้ต้องสงสัยใน 3 พื้นที่ ได้แก่ นครหนานหนิง อำเภอระดับเมืองผิงเสียง (เมืองฉงจั่ว เขตฯ กว่างซีจ้วง) และเมืองตงก่วน (มณฑลกวางตุ้ง) โดยขบวนการดังกล่าวใช้วิธีการทำสัญญาและเอกสารซื้อขายปลอม สำแดงราคาต่ำในพิธีการนำเข้าผ่านด่านทางบกโหย่วอี้กวานในอำเภอระดับเมืองผิงเสียง และด่านท่าเรือหวงผู่ซาเถียน (黄埔沙田口岸) ในเมืองตงก่วน ก่อนกระจายไปทั่วประเทศจีน นับเป็นความผิดฐานลักลอบนำเข้าแบบผิดกฎหมาย

โดยทั่วไป ราคาทุเรียนไทยในตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 35-40 หยวน แต่ขบวนการดังกล่าวใช้บริษัท Shipping ช่วยดำเนินพิธีการศุลกากรนำเข้า โดยสำแดงที่กิโลกรัมละ 16-20 หยวน ซึ่งเป็นราคาสำแดงที่ต่ำกว่าความเป็นจริงครึ่งหนึ่ง ตามคำบอกเล่าของนายหลิว เหวินทาว (Liu Wentao/刘文韬) หัวหน้าหน่วยประจำด่านอ้ายเตี้ยน ในสังกัดสำนักงานย่อยศุลกากรผิงเสียง

บีไอซี ขอย้ำว่า ผู้ส่งออกผลไม้ไทยต้องเลือกและตรวจสอบคู่ค้าฝ่ายจีนที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งศึกษารายละเอียดและปฏิบัติตามข้อกำหนดในการส่งออกผลไม้ไทยไปจีนอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ รวมทั้งการขอและออกใบรับรองสุขอนามัย และข้อกำหนดเฉพาะสำหรับผลไม้บางชนิด ซึ่งอยู่ภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไทย รายละเอียดตามลิงก์

นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบชนิดผลไม้ไทยที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปจีน ซึ่งมีอยู่ 22 ชนิด และตรวจสอบด่านปลายทางในประเทศจีนที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าผลไม้ไทยด้วย โดยเฉพาะการนำเข้าผ่านด่านทางบกที่เขตฯ กว่างซีจ้วง (ถนน R8 / R9 และ R12) และมณฑลยูนนาน (ถนน R3A)

สำหรับเขตฯ กว่างซีจ้วงมีด่านที่ได้รับอนุมัติในหลักการแล้ว 3 ด่าน โดย 2 ด่าน สามารถนำเข้าผลไม้ไทยได้แล้ว ได้แก่ ด่านทางบกโหย่วอี้กวานและด่านรถไฟผิงเสียง ขณะที่ด่านทางบกตงซิง อยู่ระหว่างรอตรวจสอบความพร้อมของระบบตรวจกักกันโรคพืชจากส่วนกลาง จึงยังไม่สามารถนำเข้าผลไม้ไทยได้ในขณะนี้

สำหรับ “การส่งออกผลไม้” ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหวสูง เนื่องจากเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชที่เป็นภัยต่อระบบนิเวศของประเทศผู้นำเข้า เมื่อปี 2552 สำนักงาน AQSIQ (ในปี 2561 ได้ควบรวบเข้ากับ GACC) ได้นำหลักการกำหนดสิทธิการนำเข้าผลไม้ของด่านมาใช้ กล่าวคือ มีเพียงด่านที่ได้รับอนุมัติให้เป็น “ด่านนำเข้าผลไม้” และได้พัฒนา “จุดตรวจสอบควบคุมและกักกันโรคพืชสำหรับผลไม้” ให้มีมาตรฐานและผ่านการตรวจรับรองจาก GACC แล้วเท่านั้น จึงสามารถนำเข้าผลไม้ได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขแรกที่ใช้กับด่านนำเข้าทุกแห่งทั่วประเทศจีน

นอกจากนี้ เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการเป็น “ด่านทางบก” ในการนำเข้าผลไม้จากประเทศที่สาม (ประเทศที่ไม่มีพรมแดนติดกับจีนอย่างประเทศไทย) คือ ด่านทางบกแห่งนั้นจะต้องเป็นด่านที่ได้การรับรองภายใต้พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

จัดทำโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
ที่มา เว็บไซต์  
www.gxnews.com.cn (广西新闻频道 ) วันที่ 6 มกราคม 2564
      เว็บไซต์  www.sohu.com (搜狐网) วันที่ 6 มกราคม 2564
ภาพประกอบ www.doa.go.th / www.sohu.com / https://new.qq.com

 

 

Avatar

Kritsana Sukantaphong

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม