10 ข้อควรคำนึงในการดำเนินธุรกิจ e – commerce ในจีน

หลังจากที่ตลาดหุ้นจีนมีภาวะผันผวนรุนแรง จนตกลงไปกว่า 1,000 จุดในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในวันนี้ หนังสือพิมพ์จีน China Daily ฉบับวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 รายงานว่า เศรษฐกิจจีนกำลังกลับคืนสู่ภาวะปกติ โดยนายกรัฐมนตรี นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัว และมีความเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม โดยแนะให้ภาคธุรกิจคว้าโอกาสในการดำเนินธุรกิจที่สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ อาทิ Internet Plus ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลจีนใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งโดยอาศัยการผสมผสาน mobile internet, cloud computing และ big data ในกระบวนการผลิตเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพสูง การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ และการสนับสนุนการเติบโตของ e – commerce ในจีน ซึ่งการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทาง e – commerce เป็นหนึ่งในแนวทางที่รัฐบาลจีนผลักดันและให้ความสำคัญในยุค Internet Plus โดยเป็นการดำเนินธุรกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและในแต่ละปีจะมีผู้ซื้อสินค้าชาวจีนรายใหม่ผ่าน e – commerce เพิ่มขึ้นกว่า 30 ล้านคน

บริษัท TMO 1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบ e – commerce ในจีน ได้ศึกษาปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ e – commerce ในจีน และพบว่า ผู้ที่จะดำเนินธุรกิจ e – commerce ควรคำนึงถึง10 ปัจจัย 2 ดังต่อไปนี้

1. Website Host เป็นที่รู้กันว่า การมี Website host ที่ไม่ได้อยู่ในจีนจะทำให้การโหลดเว็บไซต์ใช้เวลานานมาก ดังนั้นแล้ว เว็บไซต์ e – commerce ควรตั้งอยู่ในจีน นอกจากนี้ การมี Internet Content Provider (ICP) certificate จะช่วยให้เว็บไซต์ไม่ถูกระงับจากรัฐบาลจีน เมื่อพิจารณาความจริงข้อนี้แล้ว เว็บไซต์ e – commerce ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดในจีนจะมี ICP certificate อย่างไรก็ดี การดำเนินธุรกิจ e – commerce ในจีนมักพบอุปสรรคบางประการ เช่น ระบบอินเตอร์เน็ตไม่เสถียร เจ้าของเว็บไซต์อาจสงสัยว่ามีการส่ง IP address ให้กับรัฐบาลจีน หรือขาย IP address ให้กับบริษัทคู่แข่ง เป็นต้น

2. ระบบการขนส่ง สิ่งหนึ่งที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจ e – commerce ในจีน คือ การขนส่งสินค้า โดยบริษัทต่าง ๆ ประสบกับต้นทุนการขนส่งสินค้าราคาสูงที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 3 – 4 หยวน/กิโลกรัม

3. ราคา การซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตทำให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ง่าย และจะเลือกซื้อสินค้าในราคาที่ตนเองพอใจ ดังนั้น ผู้ขายควรสำรวจและติดตามการปรับราคาของสินค้าจากเว็บไซต์คู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ และนำเสนอราคาที่ดึงดูดกว่าราคาของคู่แข่ง (ไม่รวมรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ)

4. ความมั่นใจของผู้บริโภคในโลกไซเบอร์ จากการที่จีนประสบภัยคุกคามทางไซเบอร์อยู่บ่อยครั้ง ทำให้คนจีนมีความระมัดระวังเกี่ยวกับการทำธุรกรรมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก การสร้างความมั่นใจและน่าเชื่อถือของเว็บไซต์จึงเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่จะเรียกลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมสินค้า ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของเว็บไซต์ เช่น การมี presenter เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ อาทิ ดาราที่เป็นที่รู้จักของคนจีน

5. มาตรฐานคนจีน คนจีนไม่นิยมจ่ายเงินผ่าน paypal แต่นิยมจ่ายผ่าน Alipay หรือ Tenpay และหากต้องจ่ายเงินในจำนวนไม่มากนัก มักจะจ่ายตามช่องทางปกติมากกว่า ด้านการออกแบบเว็บไซต์จะต้องมีความสะดวกต่อการค้นหาและดึงดูดความสนใจ เช่น การแสดงข้อมูลต่าง ๆ ให้อยู่ในหนึ่งหน้าเว็บไซต์ และใช้สีที่หลากหลายสะท้อนความแตกต่างของหัวข้อของข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ และพยายามหลีกเลี่ยงการตัดแปะข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ เพราะอาจจะไม่ดึงดูดผู้ซื้อคนจีน

6. ขั้นตอนการจ่ายเงิน โดยทั่วไป e – commerce ในจีนจะมีขั้นตอนการจ่ายเงินประมาณ 3 ขั้นตอน เว็บไซต์ใดที่มีขั้นตอนการจ่ายเงินมากกว่านี้ถือว่ายุ่งยากเกินไป จำนวนขั้นตอนการจ่ายเงินยิ่งน้อย ยิ่งสร้างความประทับใจ

7. การเพิ่มความน่าสนใจ คนจีนเป็นผู้ที่ต้องการความเป็นรูปธรรม ดังนั้นการใช้รูปภาพและวีดีโอคลิปเพื่อแนะนำสินค้าจะช่วยดึงดูดลูกค้าคนจีนมากขึ้น นอกจากนั้น การเพิ่มข้อความอธิบายเรื่องราวที่มาของสินค้าจะสร้างความสนใจและดึงดูดลูกค้าได้

8. นโยบายส่งเสริมการขาย คนจีนมักชอบต่อรองราคาก่อนการซื้อสินค้า เว็บไซต์ใดที่มีการประชาสัมพันธ์การลดราคาสินค้ามักจะมีสถิติการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

9. การเพิ่มโอกาสการค้นพบ โอกาสที่จะทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักมากขึ้นของผู้ที่กำลังมองหาสินค้าออนไลน์โดยการให้ชื่อเว็บไซต์ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ของลูกค้าบ่อยๆ เมื่อมีการค้นหาชื่อสินค้าที่ต้องการ แนวทางในการเพิ่มโอกาสดังกล่าว สามารถทำได้ ดังนี้

        SEM (Search Engine Marketing) หรือการโฆษณาเว็บไซต์ให้ปรากฏในอันดับแรก ๆ ของ Search engine เช่น Baidu สามารถช่วยให้ชื่อเว็บไซต์ปรากฏใน 11 รายชื่อแรก แต่ค่าบริการอาจสูงถึง 25 หยวนต่อคำค้นหา

        SEO (Search Engine Optimization) หรือการทำให้เว็บไซต์ปรากฏในลำดับแรกๆ ของ Search Engine ที่เป็นที่นิยมโดยผ่านการเลือก Domain Name ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และมีการปรับปรุงข้อมูลที่ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง SEO เป็นช่องทางที่ประหยัดกว่า SEM สำหรับจีน Baidu จะได้รับความนิยมมากกว่า (ร้อยละ 80)

        Social Networks การใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์ Social network จะช่วยให้ลูกค้าคุ้นเคยและติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ จากเว็บไซต์ e – commerce ได้อย่างสม่ำเสมอ

10. Instant Messaging คนจีนส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้อีเมล์ แต่นิยมใช้การส่งข้อความถึงผู้ขายโดยตรงและสามารถตอบกลับได้ทันที โดยโปรแกรมที่คนจีนนิยมใช้ อาทิ QQ messaging หรือ WeChat จะเป็นช่องทางในการสื่อสาร และผู้ขายส่วนมากจะส่งข้อความผ่านมือถือหรือโทรแจ้งโดยตรงเพื่อยืนยันการสั่งซื้อ การส่งข้อมูลสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการส่งผ่านอีเมล์

โดยนายสายชล คล้อยเอี่ยม

ข้าราชการในโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ (นปร.) รุ่นที่ 8

ฝึกปฏิบัติราชการ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง





[1] http://www.tmogroup.asia/

[2] TMO group 15 กรกฎาคม 2558 10 factors of success for E – commerce in China เรียกดูข้อมูลได้ที่ http://www.docin.com/p-778726559.html

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม