1 ปีแห่งการก่อตั้งเขตทดลองการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้.. บทสรุปที่น่าพอใจหรือไร้ความหวัง?

   

"กล้าดำเนินการ กล้าทดลอง และกล้าปฏิรูป” เป็นนโยบายใหม่ด้านเศรษฐกิจของทางการจีน โดยได้ริเริ่มดำเนินการในเขตทดลองการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Pilot Free Trade Zone : SFTZ) ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์ที่ต้องการเปิดกว้างเศรษฐกิจจีนสู่สากลอย่างจริงจัง จนกระทั่งภาคธุรกิจทั้งในจีนและจากทุกมุมโลกต้องหันมาจับตามองแบบไม่ให้พลาดสายตา เพื่อดูว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้างจากการดำเนินการที่ยิ่งใหญ่ของจีนในครั้งนี้

"การลงทุน การค้า การเงิน และการจัดการด้านกฎระเบียบของภาครัฐ” คือ 4 ด้านสำคัญที่ทางการจีนได้ปรับโฉมใหม่เพื่อดำเนินการในพื้นที่ SFTZ เป็นการเฉพาะ (พื้นที่อื่น ๆ ของจีนยังมีข้อจำกัดหรือความยุ่งยากมากกว่า) โดยจะทดลองดำเนินการเป็นเวลา 3 ปี ก่อนที่จะนำประสบการณ์และผลสำเร็จไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ของจีนต่อไปในอนาคต

ครบรอบ 1 ปีแห่งการก่อตั้ง SFTZ เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แม้จะเป็นเพียงหนทางเริ่มต้น 1 ใน 3 ก่อนก้าวเดินไปสู่จุดหมายปลายทาง แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการเปิดกว้างสู่สากลของทั้ง 4 ด้านในเขตดังกล่าวได้ตรงตามนโยบาย “เปิดกว้างการลงทุน.. สนับสนุนการใช้เงินหยวนอย่างเสรี.. เสริมบทบาทเวทีการค้าสู่สากล.. เพิ่มความเข้มข้นด้านงานบริหารจัดการภาครัฐให้เอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ”

ทว่า ช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมาได้มีนโยบายหรือมาตรการใหม่ ๆ ด้านใดเกิดขึ้นในเขต SFTZ บ้าง? นโยบายไหนดูเข้าท่าและน่าจับตาเป็นพิเศษบ้าง? สามารถติดตามรายละเอียดได้ในเนื้อหาต่อไปนี้

ด้านการลงทุน : ลงทุนง่าย.. ผ่อนคลายข้อจำกัด.. จดทะเบียนบริษัทประหยัดเวลา

ก่อนการก่อตั้ง SFTZ การลงทุนในจีนค่อนข้างมีระเบียบซับซ้อน และต้องใช้เวลายื่นเรื่องขออนุมัติค่อนข้างนาน รวมถึงสาขาการลงทุนหลายรายการมีข้อจำกัดมาก แต่ภายหลังจากก่อตั้ง SFTZ แล้ว ทางการจีนได้ออกมาตรการผ่อนคลายข้อจำกัดเหล่านี้ เพื่อดึงดูดการลงทุนในพื้นที่ SFTZ โดย 1 ปีที่ผ่านมามีมาตรการที่น่าสนใจ คือ

(1) การผ่อนคลายข้อจำกัดการลงทุน โดยในระยะแรกของการก่อตั้ง SFTZ นั้น รัฐบาลจีนได้ประกาศ Negative list ฉบับแรกโดยมีรายการสาขาธุรกิจต้องห้ามจำนวน 190 รายการ (นอกเหนือจากรายการดังกล่าว ภาคธุรกิจสามารถลงทุนได้อย่างเสรี) และได้ปรับลดลงเหลือ 139 รายการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 (ปรับลดร้อยละ 27 จากฉบับเดิม) ส่งผลให้ช่วงเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2557 มีปริมาณเงินทุนจดทะเบียนใน SFTZ รวม 7,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแบ่งเป็นภาคการค้าและภาคบริการร้อยละ 56.6 และร้อยละ 33.8 ของเงินทุนจดทะเบียนทั้งหมดตามลำดับ และสถิติเมื่อเดือนกันยายน 2557 มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนใน SFTZ ทั้งหมด 12,600 บริษัท ซึ่งคิดเป็นบริษัทต่างชาติร้อยละ 14 ของจำนวนบริษัททั้งหมด

(2) ลดระยะเวลา/กระบวนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โดยสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใน SFTZ ได้เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงแค่ 4 วัน ซึ่งจากเดิมต้องใช้เวลานานถึง 29 วัน ทั้งนี้ หากเป็นธุรกิจที่อยู่นอกเหนือรายการ Negative List แล้ว นักลงทุนสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้โดยไม่ต้องรอการอนุมัติ แต่หากเป็นรายการใน Negative List ต้องได้รับการอนุมัติจากทางการจีนก่อนจึงจะจัดตั้งบริษัทได้

ด้านการค้า : อำนวยความสะดวกครั้งใหญ่.. ให้สิทธิพิเศษภาษี.. สู่บทบาทเวทีการค้าโลก

นครเซี่ยงไฮ้ได้วางเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางการค้าโลกในปี ค.ศ. 2020 การก่อตั้ง SFTZ มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยตลอด 1 ปีของการก่อตั้ง SFTZ ทางการจีนได้มีนโยบายส่งเสริมที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าแก่ภาคธุรกิจจำนวนมาก อาทิ

(1) การอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจใน SFTZ ได้รับประโยชน์จากการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ระหว่างจีนกับตลาดโลก โดยใช้ระบบการเชื่อมโยงพื้นที่เขตสินค้าทัณฑ์บณบริเวณท่าเรือและสนามบิน ส่งผลให้ภาคธุรกิจสามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้ถึงร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับภาคธุรกิจนอก SFTZ

(2) การปรับปรุงขั้นตอนทางศุลกากรให้มีประสิทธิภาพและลดระยะเวลากระบวนตรวจสอบมาตรฐานสินค้า โดยเมื่อเดือนเมษายน 2557 สำนักงานตรวจสอบ ควมคุม และกักกันโรค (CIQ) นครเซี่ยงไฮ้ได้ใช้ระบบ Single Window System ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมระหว่างสำนักงาน CIQ กรมศุลกากร และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นอกจากนี้ สำนักงาน CIQ ได้ออกมาตรการใหม่กว่า 60 มาตรการ อาทิ การยื่นตรวจสอบสินค้าผ่านระบบออนไลน์ และการใช้ shipping bill ทดแทนเอกสารอื่น ๆ เป็นต้น เพื่อลดระยะเวลา/กระบวนการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาการตรวจสอบสำหรับการนำเข้าสินค้าลดลงร้อยละ 41.3 และการส่งออกสินค้าลดลงร้อยละ 36.8 เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการปกตินอกเขต SFTZ

(3) การจัดตั้งตลาดสินค้าล่วงหน้ารองรับการค้าระหว่างประเทศในเขต SFTZ โดยเมื่อเดือนกันยายน 2557 ได้มีการจัดตั้ง Shanghai International Energy Exchange เพื่อเป็นตลาดซื้อขายพลังงานระหว่างประเทศ พร้อมทั้ง Shanghai Gold Exchange ได้เปิดตัว Gold International Board ซึ่งเปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถเข้าลงทุนในตลาดทองคำของจีนได้

(4) การให้สิทธิพิเศษทางภาษีโดยผู้ประกอบการสามารถส่งนำวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนเข้าสู่ SFTZ โดยไม่มีภาษีนำเข้า เพื่อผลิตหรือประกอบโดยใช้แรงงานจีน พร้อมส่งออกหรือขายในตลาดจีนโดยไม่มีภาษีส่งออก

ด้านการเงิน : เปิดนวัตกรรมด้านการเงินใหม่.. ส่งเสริมการใช้เงินหยวน

ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง SFTZ จนถึงวันครบการดำเนินงาน 1 ปี รัฐบาลจีนได้ทยอยประกาศมาตรการด้านการเงินเพื่ออำนวยความสะดวกการดำเนินธุรกิจใน SFTZ แล้วทั้งสิ้น 51 มาตรา ซึ่งมีประเด็นหลักที่น่าสนใจ ได้แก่

(1) การเปิดให้ทำธุรกรรมการเงินหยวนและเงินสกุลอื่น ๆ ระหว่างประเทศผ่านการโครงการบริหารสภาพคล่อง (Cash Pooling) โดยบริษัทต่างชาติสามารถโยกย้ายเงินทุนเข้าออกตลาดจีนผ่านสถาบันการจดทะเบียนจัดตั้งใน SFTZ และใช้อัตราดอกเบี้ยตามข้อตกลงระหว่างสถาบันการเงินกับบริษัทนั้น ๆ ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องและลดระยะเวลาการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับบริษัทได้ ทั้งนี้ เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม 2557 มีบริษัทเข้าร่วมโครงการดังกล่าวทั้งสิ้น 17 บริษัท มีปริมาณการทำธุรกรรมผ่าน Cash Pooling จำนวน7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

(2) การส่งเสริมให้ใช้เงินหยวนในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2556 ได้เปิดให้มีการทดลองทำธุรกรรมออนไลน์โดยใช้เงินหยวน (Cross-border e-commerce platform) และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ได้อนุญาตให้บริษัทที่จดทะเบียนใน SFTZ สามารถใช้เงินหยวนเป็นทุนและทำธุรกรรมได้ จากสถิติเดือนกรกฎาคม 2557 พบว่า มีการทำธุรกรรมเงินหยวนระหว่างประเทศรวม 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 12.7 ของมูลค่าการทำธุรกรรมเงินหยวนของนครเซี่ยงไฮ้

(3) การส่งเสริมให้เปิดบัญชี (free trade account) กับสถาบันการเงินใน SFTZ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถกู้ยืมเงินหยวนจากสถาบันการเงินในอัตราต้นทุนที่ต่ำกว่าการกู้ยืมเงินหยวนภายในจีนร้อยละ 20 โดยสถิติเมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 มีปริมาณการกู้ยืมเงินหยวน 45 รายการใน SFTZ รวมมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านงานบริหารจัดการภาครัฐ : เน้นโปร่งใส.. ให้ความเป็นธรรม.. อำนวยประโยชน์ภาคธุรกิจ

ตลอดช่วง 1 ปีของการก่อตั้ง SFTZ รัฐบาลจีนได้ทยอยปฏิรูประบบสถาบันต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้การดำเนินกิจกรรมใน SFTZ มีความเป็นธรรม โปร่งใส และช่วยอำนวยความสะดวกและประโยชน์สูงสุดให้กับภาคธุรกิจ ได้แก่

(1) ระบบอนุญาโตตุลาการ โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ได้จัดตั้ง Shanghai International Arbitration Center (SHIAC) และ China (Shanghai) Pilot Free Trade Zone Court of Arbitration พร้อมประกาศกฎระเบียบว่าด้วยระบอนุญาโตตุลาการเพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญหาข้อพิพาททางธุรกิจภายในเขต SFTZ โดยให้ความอิสระแก่ผู้ขอรับบริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในการคัดเลือกผู้ไกล่เกลี่ยนอกบัญชีรายชื่อตามที่ตนเองพึงพอใจได้ (เดิมทีต้องคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อที่ทางการจีนกำหนดไว้)

(2) ระบบชำระภาษี โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 สำนักงานสรรพากรจีนได้เปิดให้บริการยื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์ โดยสามารถนำส่งเอกสารในรูปแบบไฟล์ รวมถึงการเลือกรูปแบบระยะเวลาการเสียภาษีแบบราย 3 เดือนแทนระบบเดิมที่จะต้องยื่นทุกเดือน

1 ปียังไม่มากพอ.. ต้องเดินต่อให้ถึงจุดหมาย!!

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าทางการจีนจะได้มุ่งมั่นเดินหน้านโยบายใหม่ ๆ สำหรับพื้นที่ FTZ อย่างต่อเนื่อง ทว่า ภาคธุรกิจจำนวนมากอาจยังเห็นภาพไม่ชัดเจนว่า การก่อตั้ง SFTZ จะอำนวนประโยชน์ให้แก่ภาคธุรกิจมากน้อยเพียงไหน พร้อมทั้งได้แสดงทัศนะต่าง ๆ ต่อการดำเนินการของทางการจีนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อาทิ

1) รายละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบภายใต้นโยบายต่าง ๆ ที่ประกาศใช้ใน SFTZ ยังคงไม่ชัดเจนมากนั้น ดังนั้น ทางการจีนจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถประเมินถึงโอกาสและผลประโยชน์ที่จะได้รับหากเข้าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใน SFTZ

2) Negative List ฉบับปี 2558 ที่จะเตรียมประกาศใหม่ ควรลดบัญชีสาขาธุรกิจต้องห้ามให้น้อยลง เพื่อสะท้อนถึงการระดับการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในเขต SFTZ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาการบริการ

3) รัฐบาลจีนควรปล่อยให้การไหลเวียนของเงินทุนและอัตราดอกเบี้ยเป็นไปโดยเสรีอย่างแท้จริง และปราศจากการแทรกแซงของภาครัฐ

4) ทางการจีนควรให้ความสำคัญกับประเด็นด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อปกป้องธุรกิจสร้างสรรค์ที่เข้าลงทุนใน SFTZ จากกลุ่มธุรกิจที่มักใช้เขตการค้าเสรีเป็นแหล่งผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ

5) นอกจากการพัฒนากฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกการดำเนินธุรกิจแล้ว ทางการจีนยังควรมุ่งเน้นการพัฒนากลไกตรวจสอบความโปร่งใสของบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในเขต SFTZ เพื่อมิให้นำสิทธิประโยชน์ที่ได้จากเขตดังกล่าวใช้ในทางมิชอบ อาทิ การใช้เป็นฐานสำหรับขนส่งสินค้าลักลอบภาษี การใช้เป็นเส้นทางเงินทุนของกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงการเป็นแหล่งผลิตสินค้าโดยใช้แรงงานเถื่อนหรือการกดขี่ด้านแรงงาน เป็นต้น

ทั้งนี้ ระยะเวลา 1 ปีของการดำเนินงานเกี่ยวกับ SFTZ อาจจะยังสั้นไป ก่อนที่จะสรุปว่าภาคธุรกิจจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงไหนหลังจากที่เข้าไปลงทุนใน SFTZ? ดังนั้น จึงยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า ในช่วง 2 ปีที่เหลือรัฐบาลจีนจะมีนโยบายพิเศษอะไรที่น่าดึงดูดให้เข้าไปลงทุนมากกว่านี้อีกหรือไม่? แน่นอนว่า เสียงสะท้อนล่าสุดของรัฐบาลจีนที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจได้มั่นใจอีกระดับหนึ่ง คือ การประกาศลดรายการ Negative List ลงอีกในปี 2558 นี้ และการเตรียมขยายพื้นที่เขต SFTZ ให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าปัจจุบัน!!

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้ยินข่าวดีเกี่ยวกับนโยบายพิเศษสำหรับการลงทุนใน SFTZ อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าทางการจีนจะสามารถประสบผลสำเร็จกับการดำเนินโครงการ SFTZ อย่างแน่นอน ซึ่งศูนย์ BIC จะคอยติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และจะรายงานให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันต่อไป…

—————————————-

จัดทำโดย นายโอภาส เหลืองดาวเรือง ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้

ข้อมูลอ้างอิง : รายงาน “พัฒนาการรอบ 1 ปีของเขตทดลองการค้าเสรีนครเซี่ยงไฮ้” โดยนายศุภกิจ วรศรีหิรัญ

ภาพประกอบโดย : blog.sctv.com , www.forex.com.cn , www.trademag.org.tw , www.south-logistics.com , www.icp.sc.cn , www.chinaz.com , roll.sohu.com

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม