แผนรถไฟ 23 สาย ครอบคลุมพื้นที่ปักกิ่ง เทียนจิน เหอเป่ย

โครงการพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมในเขตกรุงปักกิ่ง-นครเทียนจิน-มณฑลเหอเป่ย เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นหากโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงได้รับการอนุมัติ โดยในช่วงเวลา 35 ปีต่อจากนี้ไป เม็ดเงิน 615 พันล้านหยวน หรือราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จะนำไปใช้เพื่อสร้าง 23 เส้นทางรถไฟเชื่อมโยงกรุงปักกิ่งและพื้นที่ใกล้เคียง และลดระยะเวลาการเดินทางของผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชาติจีนอนุมัติแผนการพัฒนา กลุ่ม “กรุงปักกิ่ง-นครเทียนจิน-มณฑลเหอเป่ย” และได้กำหนดบทบาทการบริหารงานของ 3 พื้นที่ ต่อมา เมื่อเดือนกันยายน กระทรวงคมนาคมได้เสนอแผนการควบรวมระบบคมนาคมของ 3 พื้นที่ โดยมีรายละเอียดดังนี้


เส้นทางรถไฟระหว่างเมืองทั้งหมด 23 สาย มีระยะทางรวม 3,452 กิโลเมตร จะได้รับการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2593

· ระยะที่ 1 เส้นทางรถไฟ 8 สาย ระยะทาง 1,012 กิโลเมตร เปิดให้บริการภายในปี 2563

· ระยะที่ 2 เส้นทางรถไฟ 10 สาย ระยะทาง 1,817 กิโลเมตร เปิดให้บริการภายในปี 2573

· ระยะที่ 3 เส้นทางรถไฟ 5 สาย ระยะทาง 623 กิโลเมตร จะเปิดให้บริการภายในปี 2593

โดยเส้นทางรถไฟ 4 สายหลักจากเหนือ สู่ใต้ และอีก 4 สายหลักจากตะวันออกสู่ตะวันตก จะเชื่อมกรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน นครสือเจียจวง(มณฑลเหอเป่ย) รวมไปถึงสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ปักกิ่งต้าซิ่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

เมื่อเส้นทางรถไฟครอบคลุมพื้นที่กรุงปักกิ่ง-นครเทียนจิน-มณฑลเหอเป่ยเปิดให้บริการ จะสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางของประชากร ในกรุงปักกิ่งและนครเทียนจินที่ต้องการเดินทางไปยังถังชาน (เขตพัฒนาอุตสาหกรรมสำคัญในพื้นที่), ชิงหวงต่าว (เมืองชายทะเลทางตอนเหนือของจีน), จางเจียโค่ว (สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2565), เฉิงเต๋อ (เมืองพระราชวังฤดูร้อนในยุคราชวงชิง "คังซีและเฉียนหลง") เป็นต้น

การก่อสร้างเส้นทางรถไฟจะช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและสมดุล และเกิดการจ้างงาน โดยนายจี เจียหลุน เลขาธิการสมาคมรถไฟจีน กล่าวว่า การสร้างรถไฟระยะทาง 1 กิโลเมตร จะก่อให้เกิดการจ้างงานเฉลี่ย 600 อัตรา ดังนั้น หากแผนก่อสร้างเส้นทางรถไฟทั้ง 23 สาย ได้รับการอนุมัติ จะเกิดการจ้างงานอย่างน้อย 400,000 อัตรา ในขณะที่กลุ่มบริษัทออกแบบและสำรวจเส้นทางรถไฟที่ 3 ประเมินว่าจะเกิดการจ้างงาน 1.1 ล้านอัตราภายในปี 2593 นอกจากนี้ นายจี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การก่อสร้างเส้นทางรถไฟจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาควัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กกล้า ไม้ คอนกรีต เป็นต้น โดยภายใน 5 ปีจะเกิดความต้องการเหล็ก 6.18 ล้านตัน และคอนกรีต 38.64 ล้านตัน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหากำลังการผลิตวัสดุก่อสร้างล้นตลาดได้อีกทางหนึ่ง

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม