แผนพัฒนาพื้นที่บริเวณ Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay Area ตอนจบ

      จากบทความแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณ Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay ในตอนแรกที่กล่าวถึงแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณ Greater Bay ว่าเป็นแผนการสร้างระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจภายในกลุ่มเมืองบริเวณ Greater Bay รวมทั้งหมด 11 เมือง เพื่อการทำงานร่วมกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยมีการแบ่งหน้าที่ที่แตกต่างกันตามจุดแข็งของแต่ละเมือง โดยรัฐบาลจีนจะเป็นตัวกลางเพื่อส่งเสริม Greater Bay ให้เป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ที่สำคัญระดับโลก เป็นศูนย์กลางทางด้านการเงิน การค้า เทคโนโลยี นวัตกรรม การขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกเพื่อการทำการค้าระหว่างจีน และประเทศอื่น ๆ บนเส้นทาง Maritime Silk Road

ความท้าทายของ Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay

      ความท้าทายของการพัฒนาพื้นที่ Greater Bay คือ การจัดการเพื่อการรวมตัวกันของกลุ่มเมืองที่มีความแตกต่างกันทั้งทางด้านวัฒนธรรม ด้านกฎหมาย และกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อทำให้พื้นที่ Greater Bay มีความได้เปรียบในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีอุปสรรคอย่างมากในเรื่องของการจัดการ ปัญหาที่สำคัญคือปัญหาทางด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละเมืองที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงเป็นปัญหาต่อการเคลื่อนย้ายของทรัพยากรต่าง ๆ ได้แก่ ทรัพยากรมนุษย์ สินค้า เงินทุน และข้อมูลข่าวสารภายในกลุ่มเมืองไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายของการพัฒนาพื้นที่ Greater Bay ในอนาคต

      ฮ่องกงเป็นเมืองที่เปิดให้มีการค้าอย่างเสรี เป็นเมืองที่มุ่งเน้นการตลาด (Market orientation) โดยประมาณร้อยละ 98 ของธุรกิจในฮ่องกงเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในภาคเอกชน แต่ธุรกิจในจีนส่วนใหญ่มักเป็นธุรกิจแบบรัฐวิสาหกิจ (Enterprise) ซึ่งมีรัฐบาลเป็นเจ้าของ ดังนั้นจีนสามารถควบคุมนโยบายให้มีประสิทธิภาพได้ดีกว่า ซึ่งในเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง และระบบศุลกากรที่แตกต่างของแต่ละเมืองนั้นเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนย้ายของทรัพยากรต่าง ๆ จากเมืองหนึ่งไปสู่อีกเมืองหนึ่ง ดังนั้นกลุ่มเมืองใน Greater Bay คงจะต้องเปิดใจให้กันโดยหันหน้ามาร่วมมือกันวางแผนเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคต

โอกาสของ Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay

      การรวมตัวของกลุ่มเมือง Greater Bay นั้นจะดึงจุดแข็งของแต่ละเมืองออกมา เช่น ฮ่องกงมีจุดแข็งตรงที่เป็นศูนย์รวมทางด้านการเงินของทั่วโลก (Global financial center) กวางโจวเป็นศูนย์กลางทางการค้า (Trading hub) เซินเจิ้นเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี (Technological innovation center) และมาเก๊าเป็นศูนย์กลางทางด้านการพักผ่อนหย่อนใจ และการท่องเที่ยว (Leisure and tourism hub) การดึงจุดแข็งหรือข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันของแต่ละเมืองมารวมกันก็เพื่อให้เกิดการพัฒนา และการจัดสรรทรัพยากรภายในกลุ่มเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

      เมืองหลัก ๆ ทั้ง 3 เมืองของ Greater Bay สามารถไขว่คว้าโอกาสทางการค้าโดยการทำงานร่วมกันโดยแบ่งส่วนของทรัพยากรบุคคลเพื่อก่อให้เกิดนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ฮ่องกงได้รับความร่วมมือกันในการทำงานวิจัย และพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี (R&D) โอกาสทางทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property-IP protection) การบริการจัดหาเงินทุนด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (Science and technology financing services) การบริหารอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology industry management)

      ในช่วงต้นปี 2560 รัฐบาลฮ่องกง และรัฐบาลเซินเจิ้นได้ลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจร่วมเพื่อความร่วมมือในการพัฒนา Lok Ma Chau Loop สำหรับการสร้าง Hong Kong/Shenzhen Innovation and Technology Park ใน Lok Ma Chau เพื่อเป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีแห่งโลกสำหรับ start-ups นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างทั้งสองเมืองที่มีผลต่อบริเวณ Greater Bay และฮ่องกงได้มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน

 


ขอขอบคุณภาพ Lok Ma Chau Loop area จาก Wikipedia

บทสรุป

      ฮ่องกงเป็นศูนย์รวมทางด้านการเงินของโลกที่ได้มาตรฐาน (Global financial center) เช่น มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน มีระบบกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับ และมีตลาดการค้าที่เปิดเสรี ดังนั้นแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณ Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay จะเปิดโอกาสให้ฮ่องกงแสดงบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในอนาคต

      การรวมตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มเมือง แต่ละฝ่ายจะต้องยอมรับความแตกต่างของกันและกันไม่ว่าในเรื่องของวัฒนธรรม ระบบกฎหมาย และอื่น ๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีตัวกลางคือ รัฐบาลจีนเป็นผู้ช่วยในการประสานงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น win-win solution ซึ่ง win-win solution เป็นการนำจุดแข็งของแต่ละเมืองมารวมกันเพื่อลบข้อด้อย หรือ กำจัดจุดอ่อนของกันและกันโดยมีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันอย่างทั่วถึง ซึ่งรูปแบบ win-win solution เป็นแนวทางแก้ปัญหาที่มีโอกาสประสบความสำเร็จอยู่เป็นอย่างมาก

 

      การรวมกลุ่มของ Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay Area จะต้องมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่ง และคมนาคม ของแต่ละเมืองเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศตาม Maritime Silk Road ที่จะอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน แรงงานฝีมือได้อย่างเสรีมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้การค้าและเศรษฐกิจเติบโตมากขึ้น สำหรับไทยเองก็ต้องเตรียมพร้อมจะปรับตัวเองเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการไขว่คว้าโอกาสทางการค้าจากแผนการพัฒนา Guangdong-Hong Kong-Macau Greater Bay นี้ เพื่อส่งเสริมให้ไทยเกิดการค้าที่ยั่งยืนในอนาคตตามแนวความคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม