เศรษฐกิจหนิงเซี่ย 59 โตร้อยละ 8 รัฐบาลเสริมการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2560 รัฐบาลเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยจัดการประชุมสภาประชาชนพร้อมแถลงผลงานรัฐบาลประจำปี 2559 โดยมีนางเสียน ฮุย ประธานเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย เป็นผู้แถลงผลงานและนโยบาย ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน ขอสรุปสาระสำคัญด้านเศรษฐกิจปี 2559 และเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของเขตฯ หนิงเซี่ยปี 2560 ดังนี้

1. ภาพรวมเศรษฐกิจเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย

ปี 2559 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของเขตฯ หนิงเซี่ยมีมูลค่า 312,000 ล้านหยวน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 8 (สูงกว่าดัชนีรวมของประเทศร้อยละ 1.1) โดยแบ่งเป็น

– อุตสาหกรรมปฐมภูมิมีมูลค่า   23,996 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 4.5

– อุตสาหกรรมทุติยภูมิมีมูลค่า 147,551 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 7.8

– อุตสาหกรรมตติยภูมิมีมูลค่า 143,459 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 9.1

2. การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

ปี 2559 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของเขตฯ หนิงเซี่ยมีมูลค่า 383,546 ล้านหยวน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 8.6 ปริมาณการจำหน่ายห้องชุดรวมทั้งสิ้น 9.66 ล้าน ตร.ม. เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 15.1

3. รายได้ประชากรต่อหัวเพิ่มสูงขึ้น

ปี 2559 รายได้ประชากรในเขตเมืองอยู่ที่ 27,153 หยวน/คน เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 7.8 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และรายได้ประชากรในเขตชนบทอยู่ที่ 9,852 หยวน/คน เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 8 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

4. สภาวะการลงทุนในพื้นที่

ในปี 2559 การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของเขตฯ ได้แก่ 1) โครงการก่อสร้างฐานการผลิต Electrolytic Manganese Metal กำลังการผลิต 300,000 ตัน/ปี 2) โครงการก่อสร้างฐานผลิตการแอลเคน (สารประกอบไฮโดรคาร์บอน) กำลังการผลิต 600,000 ตัน/ปี 3) โครงการก่อสร้างฐานการผลิตเมไธโอนีน (กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง) กำลังการผลิต 100,000 ตัน/ปี 4) โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 2,000 เมกะวัตต์ และ 5) การก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างเมืองระยะที่ 2 รวมไปถึงการลงทุนในลักษณะ PPP (Public-Private-Partnership) รวมทั้งสิ้น 49 โครงการ มูลค่า 141,730 ล้านหยวน

5. ภาคการเกษตร

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลเขตฯ หนิงเซี่ยพยายามส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกในพื้นที่ ผ่านนโยบายในหลายๆ ด้าน เช่น การส่งเสริม Smart Farming ด้วยการใช้เครื่องมือและการจัดการฟาร์มด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การยกระดับฟาร์มเกษตรเปิดใหม่ให้ได้มาตรฐานตามที่รัฐบาลกำหนด การส่งเสริมเทคโนโลยีประหยัดน้ำและส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย เป็นต้น ส่งผลให้ในปี 2559 มีพื้นที่เกษตรเปิดใหม่ที่ตรงตามมาตรฐานของ สนง. เกษตรเขตฯ หนิงเซี่ยมากถึง 517,000 หมู่ (211,885.24 ไร่) พื้นที่ปศุสัตว์เปิดใหม่ที่ได้มาตรฐานตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด 112 แห่ง

ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ 1) เก๋ากี้ 107,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 23.1 โดยส่งออกเก๋ากี้ไปกว่า 6,500 ตัน มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2) องุ่น 230,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 6.8 3) ผลิตภัณฑ์จากนม 1.395 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 2.1 และ 4) ผลิตภัณฑ์ผลไม้ประเภทแตง 2.07 ล้านตัน เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 1.3

6. อุตสาหกรรมฮาลาลเติบโตขึ้น

ข้อมูลจาก สนง. พาณิชย์เขตฯ หนิงเซี่ยระบุว่า ในปี 2559 อุตสาหกรรมฮาลาลของเขตฯ หนิงเซี่ยมีรายได้ 42,900 ล้านหยวน เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 10

7. โครงการความร่วมมือกับต่างประเทศ

เขตฯ หนิงเซี่ยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางในการเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงระหว่างจีนและประเทศกลุ่มอาหรับ ในปี 2559 เขตฯ หนิงเซี่ยมีโครงการความร่วมมือที่สำคัญๆ กับต่างประเทศ เช่น 1) การได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลางจัดตั้งเขตนำร่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าออนไลน์จีน-อาหรับ (中阿网上丝绸之路经济合作试验区) 2) การก่อตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมจีน-โอมาน (Dugum) (中国阿曼(杜古姆)产业园) 3) การก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมจีน-ซาอุดิอาระเบีย (Jizan) (中国沙特(吉赞)产业园) และ 4) การก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมจีน-มอริเตเนีย (中国毛里塔尼亚产业园) เป็นต้น การลงทุนในโครงการข้างต้นมีส่วนช่วยให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจและกระตุ้นการค้าระหว่างประเทศ จากข้อมูลพบว่าอัตราการขนส่งผ่านขบวนขนส่งสินค้านานาชาติ “จงอาห้าว” เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 13 เที่ยว ในขณะที่การขนส่งสินค้าทางอากาศมีปริมาณ 36,700 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 10 และมีผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศมากถึง 6.55 ล้านคน

8. การค้าระหว่างประเทศไม่สดใส  

ข้อมูลจาก สนง. ศุลกากรนครหยินชวนระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเขตฯ หนิงเซี่ยในปี 2559 มีมูลค่า 21,630 ล้านหยวน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 6.4 แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 16,550    ล้านหยวน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 9.7 มูลค่าการนำเข้า 5,080 ล้านหยวน เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 6.2

ข้อมูลจาก World Trade Atlas ระบุว่า การค้าระหว่างประเทศไทย-เขตฯ หนิงเซี่ย มีมูลค่า 6.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 32.22 โดยแบ่งเป็น

การส่งออก มูลค่า 509,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 75 สินค้าที่เขตฯ หนิงเซี่ยส่งออกไปไทย ได้แก่ อินทรีย์เคมี (Organic Chemicals) 509,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2558 1 เท่าตัว

การนำเข้า มูลค่า 5.674 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 39.47 สินค้าที่เขตหนิงเซี่ยฯ นำเข้าจากไทย ได้แก่ 1) ยางพารา 5.201 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.83 2) แร่และกากแร่บางชนิด 472,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สินค้านำเข้าใหม่) 3) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.02 และ 4) อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในทางทัศนศาสตร์ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (สินค้านำเข้าใหม่)

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอานได้วิเคราะห์ถึงปัจจัยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสังคมและแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในปี 2559 เขตฯ ได้ลงทุนในโครงการ “ท่อน้ำดื่มปลอดภัย” ทั้งในเขตเมืองและชนบทของพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของเขตฯ ด้วยงบประมาณสูงถึง 4,000 ล้านหยวน ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่ใหญ่ที่สุดของรัฐบาลเขตฯ อีกด้วย

นอกเหนือจากการเอาใจใส่ของรัฐบาลเขตฯ แล้ว การเยือนเขตฯ หนิงเซี่ยของผู้นำส่วนกลาง ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นความคืบหน้าในโครงการต่างๆ รวมถึงสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ประชาชน อาทิ การเยือนของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เมื่อวันที่ 1-2 ก.พ. 2559 มีส่วนผลักดันให้โครงการก่อสร้างทางด่วนเชื่อมระหว่างเมืองสำคัญรุดหน้าไปมาก อาทิ ทางด่วนเชื่อมต่อจิงหยวน-หวาเซี่ยง ทางด่วนซีจี๋-หุ้ยหนิง ทางด่วนเผิงหยาง-เจิ้นหยวน เป็นต้น รวมไปถึงการผลักดันโครงการก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำ 7 แห่งทั่วทั้งเขตฯ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง การเยือนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 18-20 ก.ค. 2559 เพื่อเข้าร่วมประชุมและรับฟังโครงการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนระหว่างภูมิภาคตะวันออกและตะวันตก

2. รัฐบาลเร่งลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่

ในปี 2559 รัฐบาลเขตฯ หนิงเซี่ยเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมภาคบริการ เพื่อสร้างมูลค่าให้สินค้าและบริการ รวมถึงเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ในพื้นที่ โดยรายได้จากอุตสาหกรรมภาคบริการมีมูลค่ามากถึง 266,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 8

นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีวิสาหกิจต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมภาคบริการ เช่น โรงพยาบาลศัลยกรรมครบวงจรของ JK Group ประเทศเกาหลีใต้ Yinchuan Carva Heart Center (สถานพยาบาลร่วมทุนแห่งแรกของเขตฯ หนิงเซี่ยกับประเทศเกาหลีใต้และรัสเซีย) รวมไปถึงการลงทุนในด้านคมนาคม และการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งไปยังภูมิภาคจีนตะวันออกอีกด้วย ในปี 2559 เขตฯ หนิงเซี่ยก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าจากเขตฯ หนิงเซี่ยไปยังมณฑลเจ้อเจียง มูลค่าการลงทุน 23,700 ล้านหยวน เสร็จสิ้นแล้วและคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลและกระตุ้นตลาดแรงงานในพื้นที่

3. การเพิ่มงบประมาณสำหรับพัฒนางานวิจัย

ข้อมูลจาก สนง.พาณิชย์เขตฯ หนิงเซี่ยระบุว่าในปี 2559 รัฐบาลเขตฯ หนิงเซี่ยใช้งบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนาคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.9 ของ GDP ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้างบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนาจะต้องมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 3.5 ของ GDP ภายในปี 2564

ในปี 2560 รัฐบาลได้กำหนดให้เพิ่มการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์แห่งชาติในการพัฒนาไปสู่สังคมดิจิทัลและเพิ่มศักยภาพความเป็นเมืองอัจฉริยะ (นครหยินชวนได้รับเลือกให้เป็นเมืองอัจฉริยะนำร่อง (National Pilot Smart City) จากรัฐบาลกลางในปี 2556 ทำให้ได้รับการผลักดันให้เป็นศูนย์กระจายความเป็นเมืองอัจฉริยะไปยังเขตพื้นที่โดยรอบ) ผ่านการผลักดันแนวคิด 3+1 (Good platform, Gather talents, Strong Investment + Innovation) ได้แก่ 1) การสร้างแพลตฟอร์มรองรับการวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ รัฐบาลจะเปรียบเสมือนเป็นตัวกลางระหว่างวิสาหกิจและหน่วยงานต่างประเทศ ในการดึงดูดและเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างกัน อาทิ โครงการก่อสร้าง China-Arab Science and Technology Park โครงการก่อตั้ง Innovation Alliance Institute ของมหาวิทยาลัยชิงหัวและมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง เป็นต้น 2) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่น โครงการก่อตั้ง Postdoctoral Innovation Demonstration Center เพื่อดึงดูดแรงงานที่มีศักยภาพ และ 3) การสร้างสังคมนวัตกรรม รัฐบาลเขตฯ หนิงเซี่ยมีความพยายามในการพัฒนาประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างสังคมนวัตกรรมผ่านโครงการลงทุนด้านสาธารณูปโภค เช่น ศูนย์บริการความปลอดภัยสาธารณะ (การติดตั้งเครื่องบันทึกใบหน้าในอาคารที่พักอาศัยและโรงพยาบาล (Facial Recognition)) โครงการก่อตั้งหมู่บ้านอัจฉริยะ เป็นต้น

บทสรุป

สภาพเศรษฐกิจในปี 2559 ของเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยอยู่ในสภาวะการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป การลงทุนและพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ส่วนมากเป็นการลงทุนของภาครัฐ เพื่อเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่และยกระดับความเจริญทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยในปี 2560 รัฐบาลเขตฯ หนิงเซี่ยได้วางเป้าหมายทางเศรษฐกิจ อาทิ อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7.5 อัตราการเติบโตของการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ดัชนีเงินเฟ้อไม่เกินร้อยละ 3อย่างไรก็ดี การพัฒนาเขตฯ หนิงเซี่ยยังคงต้องเร่งส่งเสริมในหลายปัจจัย อาทิ การส่งเสริมแรงงานทักษะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เขตฯ หนิงเซี่ยมีศักยภาพ การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างรู้คุณค่าโดยเฉพาะการจัดสรรน้ำจากแม่น้ำเหลืองร่วมกับมณฑลข้างเคียง การจัดสรรที่ดินทำกินทั้งในส่วนบุคคลและในเชิงพาณิชย์ การส่งเสริมการค้าออนไลน์เพื่อลดข้อจำกัดในด้านระยะเวลาการขนส่งสินค้า เป็นต้น ความพยายามดังกล่าวอาจจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ แต่หากสามารถทำได้ก็จะสามารถทำให้เขตฯ หนิงเซี่ยเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลอ้างอิง

1. http://info.jctrans.com/news/kyxw/201612132306452.shtml

2. http://www.yinchuan.gov.cn/xxgk/zfgzbg/ycs_7765/201701/t20170106_212398.html

3. http://en.carvarcenter.com/gy.asp?id=23&aid=22

4. http://www.zhongnongwang.com/news/show-168917.html

5. http://www.nxgy.gov.cn/article/201701/41237.html

6. http://ningxia.news.163.com/17/0124/10/CBHP38K607341J6U.html

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม